ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระโพธิสัตว
พบที่วัดดัลเวอว์ทีนทีปา
๑๓๔ กัลยาณมิตร มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
นอกเขตพรมแดนมีสถูปใหญ่ เป็นเนินดินมีพระธาตุอยู่ตรงทางเข้าวัดฟายาซที่ปา
บริเวณนี้โล่งไม่มีเครื่องหมายอะไรพิเศษ
รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมิติเงิน ๗๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์อเมริกัน หรือ ๓,๓๐๐,000
บาทผ่านทางยูเนสโก สร้างถนนเชื่อมระหว่างวัดคาราที่ปากับวัดฟายาซทีปา
บูรณะกำแพง ฐานเสา และภาพฝาผนัง แล้วยังสร้างพิพิธภัณฑ์กับร้านขาย
ของที่ระลึกอีกด้วย
เลนมองเห็นภาพประวัติศาสตร์ตรงหน้าชัดเจน ราวกับเขาอยู่ใน
เหตุการณ์เมื่อสองพันปีก่อน ดินแดนแถบนี้นับถือพุทธศาสนาพระภิกษุสงฆ์นับ
ร้อยรูปสวดมนต์พร้อมเพรียงกัน ในห้องทำด้วยอิฐและดินเหนียวหลายห้อง
สร้างบนไหล่เขาเวิ้งว้าง สะท้อนเสียงสวดมนต์อันไพเราะไกลแสนไกล
แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าขณะนี้ กลับมีทหารชาวอุซเบ็คถือปืนระวัง
ภัยรั้วไฟฟ้าและจอเรดาร์ขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางอัฟกานิสถานข้ามแม่น้ำอาบู
ดารยา บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายสงครามจากประเทศเพื่อนบ้านและวิถี
ชีวิตของคนมุสลิม แทนผ้ากาสาวพัสตร์และเสียงสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย
ใกล้ๆ เตอร์เมฆมีสุเหร่า วันนั้นเป็นวันหยุดของคาสนาอิสลาม พวก
ผู้หญิงสวมผ้าคลุมศีรษะ ผู้ชายไว้หนวดยาวสีเทาสวดมนต์ภาษาอาหรับนอก
ปากถ้ำทางเข้าที่สุเหร่าอากิม-อัต-เตอร์มิชิซึ่งสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ ๙
เลนถามว่า “มีชาวพุทธในอุซเบกิสถานไหม?"
อันนาเยฟตอบว่า “มี"
กันแล้ว ๓
ชาวอุชเบ็คเป็นมุสลิม ๘๔ คือคริสต์ ๙ โอฮินดู พุทธ และผิวรวม
TOสาเหตุที่พุทธศาสนาหมดไปจากประเทศนี้ซึ่งเป็นดินแดนเก่า
ระยะ
ของรัสเซียก็เพราะว่าพระภิกษุสงฆ์เดินทางไปมา ไม่ได้อยู่ประจำที่ตลอด
หลังศาสนาอิสลามเข้ามา ผู้มีอำนาจชาวอุซเบ็คเป็นมุสลิม และการเมืองของ
อุซเบกิสถานไม่มั่นคงมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสหภาพ
โชเวียตปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์
อันนาเยฟพาเลนไปเที่ยวบาร์ซาร์เมืองเตอร์เมช บาซาร์หรือตลาด
ของคนอุซเบ็ค ไม่ใช่ตลาดขายของซื้อของธรรมดาอย่างคนชาติอื่น เพราะคน
อุชเบ็คทุกระดับชั้นมาขายของหรือมาหาความเพลินเพลิน พบปะพูดคุยกับ
เพื่อนฝูงและคนรู้จักที่ตลาด ของที่ขายมีงานลักทอด้วยมือ ชุดประจำชาติ มีด
เครื่องเซรามิค ชุดใส่ฤดูร้อนตามประเพณีเก่าแก่ เครื่องแกะสลักไม้และอีก
หลายสิ่งหลายอย่าง เลนซื้อของที่ระลึกประจำเมืองที่นี่ต่อราคาได้อย่างเป็นกันเอง
ราคาจึงไม่แพง
วันนั้นบังเอิญเป็นวันหยุด คนอุซเบ็คจึงออกมาเที่ยวร้องร่าทำเพลง
แข่งม้า ดูมวยปล้ำประจำชาติที่เรียกว่ากุราชและรับประทานอาหารพื้นเมือง เช่น
ปลอฟเนื้อย่าง ชาชลิค ซัมซ่า สิ่งที่ขาดไม่ได้คือขนมปัง ถ้าใครพบเศษขนมปัง
ตกลงบนพื้น จะต้องหยิบมันขึ้นมาแตะปากแล้วแนบหน้าผาก ๓ ครั้ง ก่อนจะ