การกลั่นแกล้งพระพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 3 หน้า 158
หน้าที่ 158 / 202

สรุปเนื้อหา

บุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด ชี้ทางแก่คนหลงทาง และตามประทีปในที่มืดแก่บุคคลผู้อยากเห็นรูป ฉะนั้น บุคคลผู้ได้ลิ้มรสแห่งอมตธรรมนั้นแล้ว เปรียบดังบุรุษผู้ ก้าวย่างลงสู่ท่าน้ำที่สะอาด ได้อาบดื่มกินด้วยความเกษม สำราญ ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเริ่มประกาศ พระพุทธศาสนาใหม่ๆ นั้น ได้มีมหาชนศรัทธาเลื่อมใส และออกบวชตามพระองค์เป็นจำนวนมาก มนุษย์และ เทวาต่างก็มาฟังธรรมจากพระองค์ จนมีดวงตาเห็นธรรม กันนับไม่ถ้วน เมื่อสาวกของพระองค์มีมากขึ้น พระพุทธ ศาสน เสนาก็ได้แผ่ขยายกว้างขวางออกไป เกียรติคุณก็ขจร ขจายไปทั่วทั้งชมพูทวีป ทำให้พวกเดียรถีย์ซึ่งเป็น นักบวชนอกพระพุทธศาสนา ได้เสื่อมจากลาภสักการะ เป็นเช่นแสงของหิ่งห้อยในยามที่พระอาทิตย์ส่องแสง ความศรัทธาที่พวกตนเคยได้รับก็ถดถอยลงไป เพราะคำ สอนที่ไม่ม

หัวข้อประเด็น

- การกลั่นแกล้งพระพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด ชี้ทางแก่คนหลงทาง และตามประทีปในที่มืดแก่บุคคลผู้อยากเห็นรูป ฉะนั้น บุคคลผู้ได้ลิ้มรสแห่งอมตธรรมนั้นแล้ว เปรียบดังบุรุษผู้ ก้าวย่างลงสู่ท่าน้ำที่สะอาด ได้อาบดื่มกินด้วยความเกษม สำราญ ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเริ่มประกาศ พระพุทธศาสนาใหม่ๆ นั้น ได้มีมหาชนศรัทธาเลื่อมใส และออกบวชตามพระองค์เป็นจำนวนมาก มนุษย์และ เทวาต่างก็มาฟังธรรมจากพระองค์ จนมีดวงตาเห็นธรรม กันนับไม่ถ้วน เมื่อสาวกของพระองค์มีมากขึ้น พระพุทธ ศาสน เสนาก็ได้แผ่ขยายกว้างขวางออกไป เกียรติคุณก็ขจร ขจายไปทั่วทั้งชมพูทวีป ทำให้พวกเดียรถีย์ซึ่งเป็น นักบวชนอกพระพุทธศาสนา ได้เสื่อมจากลาภสักการะ เป็นเช่นแสงของหิ่งห้อยในยามที่พระอาทิตย์ส่องแสง ความศรัทธาที่พวกตนเคยได้รับก็ถดถอยลงไป เพราะคำ สอนที่ไม่มีแก่นสารสาระอะไรนั้นเอง ดังนั้น ผู้ที่ไม่ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาบางพวก จึงหาทางกำจัด พระพุทธองค์ด้วยการกลั่นแกล้งทุกวิถีทาง เพื่อความ อยากเด่นอยากดังของตน พวกเดียรถีย์จึงได้ปรึกษาหารือกันว่า “เพราะ พระสมณโคดมแท้ๆ ทำให้พวกเราต้องได้รับความเดือดร้อน ลาภสักการะที่เคยมี ก็หายไปหมด ถ้าหากปล่อยให้ เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ เห็นทีพวกเราคงต้องย่ำแย่ลง แน่ ต้องรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน” ว่าแล้วก็ช่วยกันคิดหา อุบายที่จะทำลายพระพุทธศาสนา ในที่สุดก็คิดจะใส่ร้าย พระพุทธเจ้า ด้วยการใช้นางจิญจมาณวิกาเป็นเครื่องมือ จิญจาสาวงาม ผู้มีใจมืดมน ในสมัยนั้น มีปริพาชิกาคนหนึ่ง ชื่อว่า"จิญจ มาณวิกา” นางเป็นหญิงรูปงาม ความงามของนางกล่าว กันว่าเปรียบประดุจเทพอัปสรในสรวงสวรรค์ สวยงามจน มีรัศมีเปล่งออกจากสรีระของนาง พวกเดียรถีย์จึงคิดที่จะ ใช้นางเป็นเครื่องมือในการทำลายพระพุทธศาสนา เมื่อ จิญจมาณวิกาเข้าไปอารามของเดียรถีย์ พวกเดียรถีย์ก็ แกล้งกล่าวให้นางเห็นใจว่า “น้องหญิง พระสมณโคดมได้ ทำให้พวกเราต้องเสื่อมจากลาภสักการะ ได้รับความลำบาก ๑๕๘ กั^า&W ผ1 มินาดม หด. ๒๕๕ ถ้าหากเธอปรารถนาจะให้พวกเรามีความสุขละก็ จงหา โทษให้พระสมณโคดมเถิด หากเธอท่าได้ ลัทธิของเราก็จะ รุ่งเรืองมีคนหันกลับมานับถือมากเหมือนเดิม” นางหลง เชื่อจึงตอบตกลงที่จะทำตามคำแนะนำของพวกเดียรถีย์ ในเย็นวันนั้น นางก็ได้เริ่มแผนการที่ไม่น่าเชื่อว่า สาวงามอย่างเธอจะกล้าคิด กล้าพูดและกล้าทำในสิ่งที่ กำลังน่าไปสู่การเสวยทุกข์ทรมานแสนสาหัสในอเวจีมหา นรก นางแต่งตัวเรียบร้อย ถือดอกไม้ของหอม ได้เดินมุ่ง หน้าเข้าไปในรัดพระเชตวัน เดินสวนกับสาธุชนที่ฟังธรรม เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเดินสวนทางกัน ผู้คนก็สงสัยจึง ไต่ถามว่า “นี่เธอจะไปไหนล่ะ?” นางตอบว่า “ฉันจะเข้าไป เสาพระพุทธเจ้านะ แต่พอสับสายตาของผู้คน แทนที่ นางจะเข้าไปในวัด กลับแวะไปพักค้างที่อารามของพวก เดียรถีย์ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับรัดพระเชตวัน ในตอนเช้า เมื่อสาธุชนออกจากพระนครจะไป เข้าเสาพระผู้มีพระภาคเจ้า นางก็ท่าทีเหมือนกับเพิ่งออก มาจากวัดพระเชตวัน แล้วก็เดินสวนทางมา พอถูกถามว่า “แม่นาง เมื่อคืนเธอไปนอนที่ไหนมา” นางก็ตอบ "เมื่อคืน ฉันพักอยู่ในวัดพระเชตวันนี่แหละ” นางอดทนทำอย่างนี้ อยู่เป็นเดือนๆ เมื่อถูกถามอีก จึงบอกว่า “ฉันพักอยู่ใน พระคันธกุฏีเดียวกันกับพระสมณโคดม” พุทธบริษัทได้ฟัง แล้วก็เกิดความคลางแคลงสงสัย ที่เป็นปุถุชนอยู่ บางคน ก็เชื่อ แล้วก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้นทุกวัน พอ ล่วงไป ๓-๔ เดือน นางท่าเหมือนว่าเริ่มมีท้อง โดยเอา ผ้าพันห้องให้ดูหนาขึ้น แล้วให้พวกเดียรถีย์ไปโพนทะนาว่า นางตั้งครรภ์กับพระสมณโคดม เวลาผ่านไป 6 เดือน นางท่าเป็นท้องแก่ โดยเอาไม้กลมวางที่หน้าท้อง แล้วเอา ผ้าห่มทับอีกที ให้พวกเดียรถีย์เอาไม้ทุบที่หลังมือหลังเท้า ให้ลูบวมขึ้นมา เหมือนคนใกล้จะคลอด เย็นวันหนึ่ง ในขณะที่พระบรมศาสดา ทรงแสดง ธรรมแก่มหาชน นางได้เดินเข้าไปท่ามกลางฝูงชน แล้ว ยืนต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ ได้ร้องตะโกนใส่ว่า "พระองค์นะ ดีแต่แสดงธรรมให้คนอื่น หม่อมฉันครรภ์แก่ แล้ว ไม่เห็นมาสนใจเลย ทำไมพระองค์ไม่รีบไปหาสถาน ที่สำหรับคลอดลูกเราล่ะ ถ้าหากพระองค์ไม่ทําเอง ก็น่า จะบอกอุปัฏฐากให้จัดการให้ก็ได้
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More