ข้อความต้นฉบับในหน้า
ที่หน้าซุ้มประตูปากทางเข้าวัด ถัดจากแถวเด็ก รับคำตอบมาว่า ที่พวกเธอทำอย่างนี้ก็เพื่อเป็นการขอขมา
หนุ่มสาวที่คอยยกมือไหว้ทักทายอนุโมทนากับญาติโยม
กัลยาณมิตรอยู่สองฟากข้างทาง ผมเห็นมีกลุ่มคน
นั่งคุกเข่าเอาศีรษะโขกพื้นอยู่ตลอดสองฟากข้างทางด้วย
เช่นกัน เป็นภาพแปลกที่ไม่เคยเห็นในวัดพระธรรมกาย
มาก่อน นอกจากในหนังจีนเวลาเขาคุกเข่าคารวะหรือขอ
ขมาอย่างนั้น
“เอ...พวกเขาทำอย่างนั้นกันทำไม?” ผมถาม
อัปสราด้วยความสงสัยเต็มประดา
ไถ่โทษแทนบรรพบุรุษที่เคยจาบจ้วงล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย
ต่อมหาธรรมกายเจดีย์ และต่อท่านผู้สถาปนามหา
ธรรมกายเจดีย์ บรรพบุรุษของผู้คนเหล่านี้ได้รู้สำนึกถึง
บาปมหันต์ที่ตนถือไว้ จึงได้มาขอขมาและสั่งลูกหลานเอา
ไว้ให้มาขอขมาไถ่บาปอันนี้ตราบเท่าที่มหาธรรมกายเจดีย์
ยังคงอยู่คู่โลก โดยการคุกเข่าเอาศีรษะโขกพื้นขอขมา
ต่อหน้าบรรดาลูกหลานทายาทของท่านผู้สถาปนามหา
ธรรมกายเจดีย์ที่เดินทางมาสักการะมหาธรรมกายเจดีย์
ในวันบุญใหญ่อย่างเช่นวันนี้
กายละเอียดข้างในของเธอยังบอกกับผมถึง
เรื่องราวที่เล่าขานเป็นตำนานสืบต่อกันมาว่า ในยุคสมัยที่
อยู่ระหว่างการสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์ มีผู้คนบาง
ผมจึงพยายาม
กลุ่มได้กระทำกรรมหนักเพราะความประมาทในชีวิต ไม่มี
มโนธรรม ขาดจรรยาบรรณ ทั้งบิดเบือนและเบียดเบียน
คุกคามเพื่อต่อต้านโจมตีการสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์
ในที่สุดพวกเขาก็แพ้ภัยตัวเอง ต้องประสบเคราะห์กรรม
“ทำไมท่านไม่ถามพวกเขาเองล่ะ เราบอกแล้ว
ว่าจะคุยกับเขาก็ได้หมายถึงคุยกับกายละเอียดช้างในของ
เขานะ ถ้าถามกับกายมนุษย์เขาจะไม่ได้ยินเสียงของท่าน
ดอก”
เมื่อได้รับคำแนะน่า อย่างนั้น
สื่อสารกับพวกเขา เบื้องหน้าของผมเป็นสตรีวัยกลางคน
ท่านหนึ่งซึ่งกำลังคุกเข่าเอาศีรษะโขกพื้นด้วยน้ำตานองหน้า
ผมสอดใจเข้าไปถามกายละเอียดภายในของเธอและก็ได้
กัลยาณมิตร
๑๕๒
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕