ข้อความต้นฉบับในหน้า
มาดูตอนโตขึ้นมาอีกหน่อย คือเมื่อเด็กเริ่มหัด
กินข้าว แม่บางคนเอาข้าวมาแล้ว ก็ขยำข้าวกับกับข้าว
นั่นแหละ ให้เช้ากัน มีทั้งผัก มีทั้งเนื้อ มีทั้งไข่ มีข้าวปลา
อาหารตามโภชนาการได้ครบบริบูรณ์ อาจจะอร่อยหรือ
ไม่อร่อยก็ไม่รู้ล่ะ แต่มีสารอาหารครบสูตร พอสมควรกับ
อายุของมันขยำให้กิน เลือกไม่ได้ และจะต้องกินกันจนหมด
ส่วนลูกของแม่อีกคนหนึ่งไม่อย่างนั้น อยากจะ
กินอะไรก็เลือกเอา แม่มีทุกอย่างเลย อยากกินหมูก็กิน
อยากกินไก่ก็กิน อยากกินผักก็กิน แม้ที่สุดไม่อยากกินผัก
ชอบกินขนม แม่ก็มีขนมมาให้กินตั้งเยอะเลย
ถามว่าเด็กสองคนนี้ พอโตขึ้นนิสัยจะเหมือนกัน
ไหม? สุขภาพร่างกายจะเหมือนกันไหม? ไม่เหมือน
เด็กที่แม่ขาข้าวให้กิน เลือกไม่ได้ มันจะโตช้า
หรือโตเร็ว เด็กคนนี้จะโตเร็ว โตได้เต็มส่วนของมัน พวก
ที่ชอบกินเนื้อก็กินเนื้อ
แต่พวกไม่กินผัก นี่ขาดสารอาหารจากผักแล้ว
พวกที่กินผัก ไม่ชอบกินเนื้อ ขาดสารอาหารจากเนื้อเสียแล้ว
พวกที่ไม่กินทั้งผัก ไม่กินทั้งเนื้อ ไม่กินทั้งหมู ไม่กินทั้งไข่
จะกินแต่ขนม นี่เลี้ยงลูกด้วยน้ำตาล ลูกไม่โต แม้พ่อแม่
จะรวย แต่ลูกมันกองแก่ง ทำไม? มันกินไม่ครบ ถ้าอย่าง
นั้นลูกคนรวย ก็มีสิทธิ์เป็นโรคขาดสารอาหารได้ ทั้งๆ ที่มี
ของกินตั้งเยอะ แต่มันกินไม่ครบ มันเลยขาดอาหารตั้ง
แต่เล็ก เพราะฉะนั้น เด็กประเภทนี้โม่โตตามวัยเท่าที่ควร
ขณะที่แม่ก็ไม่ค่อยรวยหรอก เพราะไม่รวยนี่แหละ
แม่เลยต้องขย่าๆๆ ข้าวให้กิน เลือกกินไม่ได้ ก็เลยผ่าโต
เบ้อเร่อขึ้นมาได้ พอพูดถึงด้านความเจริญเติบโตก็เป็น
อย่างนี้
มาพูดถึงนิสัยที่เลือกกินไม่ได้ แม่ต้องขยำให้กิน
มันเพาะนิสัยอะไร? เพาะนิสัยกินง่าย อยู่ง่าย ไม่เจ้าอารมณ์
พวกอยากจะกินอะไรมีทุกอย่างให้กินเลย ได้
นิสัยอะไร? เอาแต่ใจตัว เจ้าอารมณ์
ตกลงนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง เจ้าอารมณ์มันเพาะ
มาจากใคร?
แม่เป็นคนเพาะให้ พี่เลี้ยงเป็นคนเพาะให้ อุปกรณ์
ในการเพาะคือข้าวแต่ละคำ น้ำแต่ละอีกเป็นที่มาของนิสัย
สันดานคน
ไม่น่าเชื่อ แต่มันก็มาอย่างนี้
ถ้าอย่างนั้นนิสัยมีเหตุมีผล ก็มาจากข้าวแต่ละคำ
น้ำแต่ละอีกที่เลี้ยงอย่างถูกวิธี และที่เป็นคนเจ้าอารมณ์ ก็
มาจากข้าวแต่ละคำ น้ำแต่ละอีกที่เลี้ยงผิดวิธี
มาดูต่อถ้าเด็กโตขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง คนหนึ่งกิน
ข้าวแล้วล้างจาน แต่อีกคนหนึ่งกินข้าวแล้วทิ้งเลย ไม่ล้าง
จาน นิสัยมันจะเหมือนกันไหม
เด็กคู่นี้ คนที่กินแล้วล้างจานจะเป็นอย่างไร?
คนที่ล้างจานจะมีนิสัยรับผิดชอบ ส่วนที่ไม่ล้างจานกินทิ้ง
กินขว้าง เด็กคนนี้ไม่รับผิดชอบหรอก โตขึ้นมาใครไป
ทำงานร่วมกับมัน ตามเก็บงานตายเลย เจ้านี่ไม่เก็บหรอก
ทำอะไรไว้แล้วจะไม่รับผิดชอบ ทำอะไรทิ้งๆ ขว้างๆ
นิสัยรับผิดชอบและไม่รับผิดชอบ มันมาจากแถวๆ
นี้เอง ก็มาจากเรื่องกินนี่แหละ แต่คราวนี้มันเป็นเรื่อง
มารยาทในการกิน เมื่อกินเสร็จแล้ว จะล้างจานหรือไม่
ล้างก็เพาะนิสัยขึ้นมาได้อีกเช่นกัน
ยังไม่พอ เกรงใจหรือไม่เกรงใจคนอื่นเป็นยังไง
ดูง่ายๆ เด็กที่กินข้าวตั้งแต่เล็ก ก็เคี้ยวจับๆ เสียงดัง ส่วน
อีกคนแม่สอนว่า ลูกอย่าเคี้ยวเป็นหมู หุบปากเคี้ยวนะลูก
เด็กที่เคี้ยวจับๆ ตั้งแต่เล็กกับเด็กที่หุบปากเคี้ยว ไม่ให้
เสียงดังจั๊บๆ ผลที่ออกมา นอกจากมารยาทจะต่างกันแล้ว
นิสัยที่จะรู้จักระวังตัว มีมารยาทงามๆ ก็จะต่างกันจากตรงนี้
ก็จากการกินอาหารนี่แหละ
เพราะฉะนั้น จากหลักเกณฑ์ตรงนี้ที่ว่า นิสัยคน
เกิดจากการคิด พูด ทำ ถ้าในทางดีได้นิสัยดี
ในทางเลวได้นิสัยเลว พวกเราก็ต้องเริ่มสำรวจตัวเอง
แล้วว่า ได้นิสัยอะไรมายังไงบ้าง จากการที่เราคิด พูด
ย้ำทำในเรื่องปัจจัย ๔ และในเรื่องงานที่เรารับผิดชอบ
มิฉะนั้น ถ้าไม่ระวังอาจจะได้นิสัยไม่ดีมาโดยไม่ตั้งใจ แล้ว
จะติดตัวไปข้ามชาติ เสร็จแล้วก็จะเป็นอุปสรรคที่มาขวาง
ความเจริญก้าวหน้าของตัวเอง ขอให้กลับไปพิจารณา
ตัวเองให้ชัดเจนถึงที่มาของนิสัยดีและไม่ดีในตัวเรา แล้ว
เราจึงพอจะหาวิธีแก้นิสัยไม่ดีให้ตัวเองได้ และหาวิธี
พัฒนานิสัยที่ดีๆ ของเราให้ยิ่งๆ ขึ้นไปได้
60
กัลยาณมิตร นาคม พ.ศ. ๒**&