ข้อความต้นฉบับในหน้า
(16รอบครัวมาศตันติพร เป็นครอบครัวที่มีความ
เด่นชัดมากเรื่องการตัดสินใจส่งลูกไปเรียนต่อเมืองนอก
ตั้งแต่ลูกพึ่งจบป.๖
น้องแอ๊ปหรือน้องเกษตร ซึ่งเดิมทีแอ๊ปเป็นเด็ก
ที่ติดแม่มาก ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก จึงทำให้คุณพ่อคุณ
แม่ ต้องตัดสินใจส่งแอ๊ปไปเรียนต่อที่สิงคโปร์ โดยใช้ชีวิต
ความเป็นอยู่ด้วยตัวเอง จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็น
ส่วนที่ชายคนโต...แอ๊ป.. ตอนเด็กๆ เขาเป็นคนขี้อายมาก
ไม่ค่อยกล้าแสดงออกจะติดแม่มาก เวลาอยู่กับพ่อแม่ก็ไม่
กล้าตัดสินใจเอง ผมก็เลยเป็นห่วง และยิ่งเขาเป็น
ลูกผู้ชายคนโตด้วยแล้ว เขาจำเป็นต้องมีบุคลิกความ
เป็นผู้นำ มีความเชื่อมั่น เราก็เลยตัดสินใจกันว่าจะลงเขา
ไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ที่เลือกประเทศสิงคโปร์ เพราะ
มีภาษาที่น่าเรียนรู้ น่าสนใจอยู่ ถึง ๒ ภาษา คือ ภาษา
อังกฤษและภาษาจีน และสิงคโปร์ก็อยู่ไม่ไกลกับประเทศ
เรานัก วัฒนธรรมก็ไม่ต่างกันมาก
โ ที่บอกว่าลูกติดคุณพ่อคุณแม่มากท่า อย่างไรให้เขายอม
เวลานานถึง ๗ ปี แต่แอ๊ปก็กลับมีแรงผลักดันและแรง
บันดาลใจ ที่ทำให้เขาเรียนได้ดีมาโดยตลอด จนกลายเป็น
นักเรียนไทยที่ได้คะแนนสูงสุดของโรงเรียน และยังถูก
ดัดเลือกให้เป็นทูตของโรงเรียนอีกด้วย ซึ่งพฤติกรรมนี้โต้ ไป ทั้งที่พึ่งจบชั้นป.6 ด้วย ?
ต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่าง
เพื่อนคนไทยที่ไปเรียนในรุ่น
ราวคราวเดียวกัน ซึ่งก็
เสียคนไปแล้วไม่น้อย
คงต้องมีอะไรสักอย่าง..?
ที่ทำให้เด็กวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่
ห่างไกลจากพ่อแม่สามารถ
พลิกผันตัวเองได้มาถึงในระดับนี้
แล้วที่มากไปกว่านั้น เกดหรือ
เกศรินทร์ น้องสาวของแอปต้อง
มาอยู่หอพักเพื่อให้ใกล้กับมหาวิทยาลัย ซึ่ง
เกดเองก็มีความประพฤติและผลการเรียน
อยู่ในระดับดีมากทั้ง พ่อแม่ก็อยู่ห่างไกล
จากเกดเช่นกัน
A
จากความไม่ธรรมดาของครอบครัวนี้เองทำให้
ทางทีมงานขออนุญาตเข้าสัมภาษณ์คุณพ่อธงชัยประธาน
กรรมการบริษัทช้างแก้วการเกษตร จำกัด และคุณแม่
พิศมัย เจ้าของกิจการโรงงานหจก.ไหมพันปี ซึ่งครอบครัว
อยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา (อ.ปักธงชัย) ว่าคุณพ่อคุณแม่ทั้ง
๒ นี้มีเทคนิคและวิธีการเลี้ยงลูกที่แตกต่างจากครอบครัว
อื่นอย่างไร
พโ คุณพ่อคุณแม่มีความคิดอย่างไรในการส่งลูกไปเรียน
เมืองนอก ?
คุณพ่อ : ครอบครัวผมมีลูก ๒ คน ลูกสาวคนเล็กนี่ไม่น่า
เป็นห่วง เพราะเป็นคนกล้าแสดงออกมีความมั่นใจในตัวเอง
ตัดสินใจเลือกมาเรียนที่สิงคโปร์
แม
: ก็จะให้
ข้อมูลกับลูกก่อน
พูดถึงประโยชน์
ให้ลูกฟัง แล้ว
คุณพ่อก็จะพา
คนในครอบครัว
ไปเที่ยวที่โน่นกัน
เพื่อให้เขารู้จัก
ประเทศนี้ แล้ว
เราก็ค่อยถามความ
เห็นของลูกให้เขา
ตัดสินใจเองว่าเขา
อยากมาเรียนที่นี่ไหม
ซึ่งผลสุดท้ายเขาก็
โ ลูกไปสิงคโปร์ตั้งแต่จบชั้นป.5 จนถึงปัจจุบันรวมแล้ว
ก็ ๗ ปีกว่าๆ ซึ่งเป็นช่วงที่เป็นวัยรุ่นด้วย ไม่กลัวลูกจะ
เสียคนหรือคะ ?
คุณพ่อ : ก็กลัวนะ แต่เราจะต้องทำให้ลูกเรามีหลักในการ
คิด มีหลักประจำใจก่อน ซึ่งก็ถือว่าเป็นความโชคดีของ
ครอบครัวเราก็ว่าได้ ที่เราพาลูกเข้าวัดตั้งแต่เขายังเด็กๆ
ในช่วงปิดเทอมเราก็สนับสนุนให้ลูกมาอบรมทุกโครงการ
ที่วัดมีสำหรับวัยรุ่นแล้วตอนปิดเทอมก็พาเขามาอบรมมา
บวช มานั่งสมาธิบ่อยๆ ทั้งลูกชายและลูกสาวเลย เราลง
เขามาด้วยกัน เพราะกิจกรรมที่วัดนี้สามารถหล่อหลอม
กัลยาณมิตร มีนาคม พ.ค. ๒*!*
๕๗