ข้อความต้นฉบับในหน้า
แอ๊ป : ครับ.. ก็คิดดูอย่างง่ายๆ เรื่องการเรียน ถ้าคะแนน
ออกมาไม่ค่อยดีนัก เราก็จะถามตัวเองว่า เราทำให้ดีที่สุด
แล้วหรือ...? ดีที่สุดของเราได้แค่นี้หรือถ้ายังเราก็ต้องทำใหม่
พยายามใหม่ และถ้าเราคิดตลอดเวลาว่าเวลาเราจะทำอะไร
จะทำให้ดีที่สุดแล้วล่ะก็วิธีการต่างๆ นานาจะตามมาเอง...
พโ จากการที่ได้คุย กับน้องเกดและน้องแอ๊ปสังเกตได้เลย
ว่าลูกทั้ง ๒ คนสนิทกันมาก ทั้งที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน...ท่า
อย่างไรคะ ?
คุณแม่ : เราจะปลูกฝังให้ลูกรักกัน เอาใจใส่กันตั้งแต่เด็ก
เรื่องการเปรียบเทียบกันในระหว่างพี่น้อง ไม่เคยท่าเลย
เพราะจะทําให้เด็กแข่งขันกันเอง ชิงดีชิงเด่นกัน และใน
ที่สุดก็จะไม่รักกัน เราจะสอนให้ลูกแข่งขันกับตัวเอง ท่า อะไร
ทำให้ดีที่สุดอย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านสอน
เวลาจะให้ลูกทำงานบ้าน ก็จะให้เขาทำด้วยกัน ช่วยกันทำ
ไม่ว่าจะซักผ้า ล้างจาน กวาดบ้านเราก็ให้เขาช่วยเหลือกัน
นโ ลูกเคยทะเลาะกันบ้างไหม แล้วแก้ปัญหาอย่างไร ?
คุณพ่อ : อย่างตอนที่แอ๊ปกับเกดยังเล็กนี่แย่งขนมกัน ตรง
จุดนี้พ่อแม่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาๆที่เด็กๆ
จะทะเลาะกันบ้าง แย่งขนมกันบ้าง ตามประสาพี่น้องที่มี
วัยใกล้เคียงกัน แต่ถ้ามามองให้ลึกไปกว่านั้นแล้วจะพบว่า
เพียงจุดเล็กๆ นี่เอง แต่กลับจะเป็นการเพาะนิสัยการ
แก่งแย่งการไม่เสียสละเอื้อเพื่อกันให้กับลูกโดยไม่รู้ตัว และ
ยิ่งถ้าการแก่งแย่งเกิดขึ้นในระหว่างพี่น้องท้องเดียวกันด้วย
แล้วยิ่งไม่ดีเอามากๆ ผมก็เลยใช้วิธีหยิบเงินในกระเป๋าให้
ลูกเกด ๕๐๐ บาท ซึ่งเยอะนะครับ สำหรับเด็กไม่กี่ขวบ
..แล้วบอกลูกว่าไม่ต้องแย่ง ให้เอาตังค์นี้เปซื้อขนมมาให้
หมดแล้วให้มานั่งกินคนเดียวให้หมดห้ามคนช่วยด้วย ลูก
ผมตอนนั้นแกก็เดินไปซื้อ พยายามเลือกซื้อให้ได้มาก
ที่สุดก็แค่ ๕๐ - ๖๐ บาทเพราะแกไม่รู้จะซื้ออะไรแล้ว มัน
เยอะไปหมดแล้วมานั่งกิน ..ตอนนั้นผมบังคับนะ...ต้อง
บังคับเลยบอกให้กินให้หมดห้ามคนอื่นช่วยด้วย
อื่นช่วยด้วย ..ลูกกิน
จนจะอาเจียน ร้องบอกผมเลยว่า กินไม่ไหวแล้ว กินไม่หมด
วันหลังหนูจะไม่เอาอีกแล้ว พอถึงตรงนี้ผมค่อยอธิบายให้
เขาฟัง โดยถามเขาว่า กินเข้าไปแล้วรู้สึกยังไง ?? ..อิ่ม
กินแล้วมันก็แค่นั้นเอง ทำไมลูกไปแย่งขนมพี่เขาจะเป็น
จะตายขนาดนี้ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำไมลูกต้องทะเลาะกันด้วย
มันคุ้มกับการที่พี่น้องจะไม่รักกัน ไม่สามัคคีกันไหม พอผม
อธิบายตรงนี้เป็นภาวะตอนนั้น ลูกเข้าใจเลยครับและต่อมา
ก็ไม่มีพฤติกรรมการแย่งขนมหรือแย่งของกันอีกเลย
พโ เห็นเกดเคยเล่าว่าคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกกอดกัน ขณะที่
ลูกยังทะเลาะกันน้ำตาอาบแก้มอยู่ ?
เกด : (หัวเราะ) ตอนที่เกดทะเลาะกับพี่แอ๊ปนี่ พ่อกับแม่
ให้เรากอดกันเลย และให้หอมแก้มกันด้วย (หัวเราะ.. ยิ้ม)
ทั้งที่น้ำตายังอาบแก้มอยู่ ยังโกรธกันอยู่ เราจะไม่ทำ ก็ไม่
ได้ถ้าไม่ทำ จะโดนดีทั้ง ๒ คน เกิดกับพี่แอ๊ปก็ต้องร่วมมือ
กันยอมกอดกัน.... ดอนนั้นตลกมากเลยความรู้สึกมันฝันสุดๆ
แต่ผลสุดท้ายกอดกันจนต้องหัวเราะออกมาทั้ง ๒ ฝ่าย
พ่อแม่ก็หัวเราะตลกพวกเราด้วยต่อมาตอนหลังเรื่องการ
ทะเลาะกัน ก็แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะเรารู้ว่า ผล
สุดท้ายก็ต้องมาดีกัน พ่อกับแม่จะสอนและเน้นเสมอว่า
พี่น้องต้องรักกันมากๆ ค่ะ
น แล้วคุณพ่อคุณแม่สอนอะไรเราจนเราดีได้ขนาดนี้?
เกิด : เคยคุยกับพี่เล่นๆ ว่า พ่อกับแม่ของเราฉลาดมาก
สามารถเอาเรามาวัดได้ ท่านไม่ต้องเหนื่อยเลย (หัวเราะ
ยิ้ม) มาให้พระอาจารย์ที่วัดสอน ย่นระยะเวลาของท่าน
มากค่ะ..ส่งพวกเรามาอบรมตลอด ส่วนท่านก็จะเป็นฝ่าย
สนับสนุนในค่า สอนนั้นมากกว่า จะเห็นได้ชัดๆ ว่าอย่าง
เกดจะรักษาศีล ๕ ซึ่งก็มีข้อห้ามโกหก แต่บางครั้งเราทำ
อะไรผิดพลาดไป แล้วคิดว่าพ่อกับแม่จะต้องว่าเราแน่ๆ
คราวนี้เราตายแน่ๆ เกิดกลัวมาก แต่ในใจคิดว่าเรา
โกหกไม่ได้นี่ ประกอบกับการที่แม่เคยบอกว่า มีอะไรอย่า
โกหก ให้เข้ามาพูดความจริงตอนนั้นก็เลยตัดสินใจไป
บอกให้แม่ฟัง แต่สิ่งที่เกดได้รับก็คือ แม่ไม่ได้ว่าอะไรเราเลย
แม่ไม่ดีหรือซ้ำเดิมใดๆ ทั้งนั้น แถมยังให้กำลังใจเราแล้ว
พูดกับเราดีๆ ว่าไม่เป็นไรนะลูก ผิดพลาดแล้ว ก็แล้วไป
ให้เราเริ่มกันใหม่ได้ จริงๆ แล้วลูกไม่ได้ผิดหรอกแต่ลูก
ไม่เข้าใจว่าสิ่งนี้ควรทา หรือไม่ควรทำ ต่างหาก ตอนนั้น
เกดอึ้งมาก คิดในใจเลยว่า อะไรจะขนาดนี้ !! แม่เรา.. เลย
ทำให้เกดมั่นใจในความดีที่ท่า ที่เรารักษาศีล ๕ ไม่โกหก
และเชื่อฟังแม่
พี? ที่เกดเล่ามาเมื่อสักครู่มีข้อคิดอะไรเพิ่มเติม ในสิ่งที่เกิด
ขึ้นไหม ?
กัลยาณมิตร มนาคม พ.ศ. 10๕*๕
๖ด