ข้อความต้นฉบับในหน้า
“โอ้โฮ กว้างใหญ่อย่างนี้ ใครจะมีปัญญาเดินใน
วัดได้ทั่ว" ผมปรารภเรื่องนี้กับอัปสราเพราะรู้สึกว่านี่เป็น
ปัญหาใหญ่ ขนาดในยุคที่มีพื้นที่เพียงสองพันกว่าไร่ ยัง
เดินกันไม่ค่อยจะไหว อย่างนี้พระเณรจะทำอย่างไร ถึงจะ
ให้ขี่จักรยานก็คงไม่ไหว จะให้ซึ่งมอเตอร์ไซค์ก็ดูจะซ่า
เกินไป”
"ถึงพื้นที่จะกว้างใหญ่แต่ก็มิใช่ปัญหาสำหรับผู้คน
ในยุคนี้ เพราะถ้าเป็นระยะทางเพียงแค่ ๒๐-๓๐ กิโลเมตร
เขายังพอไปกันได้อย่างสบายๆ โดยอาศัยรองเท้าที่สวมใส่
เป็นพาหนะช่วยขับเคลื่อนซึ่งสามารถแล่นบนพื้นและลอย
ไปไหนมาไหนได้เหนือพื้นดิน พื้นน้ำ คนยุคนี้จะขึ้น
พาหนะโดยสาวเฉพาะการเดินทางไกลๆ เท่านั้น ยิ่งถ้าเป็น
ระยะทางใกล้ๆ ส่วนใหญ่มักจะเดินด้วยเท้าตามธรรมชาติ
เพื่อหาโอกาสออกกำลังกาย,
ได้ฟังคำชี้แจงของอัปสราเรื่องนี้แล้ว ทำให้ผม
ชักสนใจรองเท้ายุคปี พ.ศ.๒๕๐๐ ขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเขา
จดลิขสิทธิ์กันไว้หรือเปล่าหนอ เพราะถ้าลอกเลียนแบบ
มาทำใช้ในยุคของเราได้ละก้อ จะถือเป็นนวัตกรรมที่สุด
ยอดเลย เวลาเดินไปไหนมาไหนในวัดพระธรรมกายจะได้
ไม่ห้อ เพราะบางทีแท้ระยะทางไม่ไกลนัก แต่หากเดิน
กลางแดดเปรี้ยงๆ ก็เอาการอยู่ บางที่จุดหมายเหมือนจะ
อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ แต่เดินไปตั้งนานก็ยังไม่ถึงสักที เรียก
ว่าใกล้ตาแต่ไกลตีนว่างั้นเถอะ
ถ้าทำรองเท้าติดเทอร์โมแบบนี้ใต้ ผมตั้งใจจะ
เอามาถวายหลวงพี่และท้องๆ สามเณรในวัดทุกรูปเลย
เพราะเห็นใจท่านจริงๆ เวลาเดินไปเรียนไปทํางานไปฉัน
หรือกลับกุฏิ ถ้าท่านมีรองเท้าแบบนี้ใช้คงจะสะดวกสบาย
ขึ้นเยอะเลย โดยเฉพาะหลวงพ่อหัตตชีโวของผม ถ้ามี
รองเท้าแบบนี้ละก้อ รับรองท่านต้องออกเดินตรวจวัด
วันละสามรอบเลยทีเดียว แม้กระทั่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาวัดก็คง
ไม่ต้องอาศัยให้ใครคอยพยุงหรือนั่งรถเข็นอีกต่อไป
มรฒบาป-มรด บุญ
LA
นับว่าโชคดีที่ผมตั้งใจมาที่นี่ในวันขึ้นปีใหม่เพราะ
คงจะได้เห็นอะไรต่อมีอะไรพอสมควร สังเกตได้จาก
บรรยากาศที่ค่อนข้างคึกคักตั้งแต่บริเวณปากทางชม
ประตูหน้าวัด แท้จะเป็นเวลาเช้าตรู่แต่ก็มีผู้คนหลั่งไหลมา
กันไม่ขาดสาย คล้ายๆ กับงานบุญใหญ่ในสมัยโบราณซึ่ง
หมายถึงสมัยของพวกเรานั่นแหละ น่าชื่นใจ ภูมิใจ
เหลือเกินสำหรับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เพราะไม่ว่า
กาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่วัฒนธรรมของชาว
ธรรมกายก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการแต่งกายด้วย
อาภรณ์สีขาว การยกมือไหว้ต้อนรับหักทายด้วยความ
เบิกบานแจ่มใส ความสงบสำรวม ความเป็นระเบียบ
เรียบร้อยในการเข้าหมู่คณะ ไม่น่าเชื่อเลยว่ารูปแบบใน
การจัดระเบียบสังคมของเราจะยั่งยืนสืบทอดมาได้ยาว
นานนับพันปีขนาดนี้
แท้ว่าจะมิได้สวมรองเท้าติดเทอร์โบเหมือนผู้คน
ในยุคนี้ แต่ทั้งผมและอัปสราก็สามารถเคลื่อนไหวได้
คล่องแคล่วว่องไวเพราะเป็นกายละเอียดและได้เปรียบคน
อื่นตรงที่เราเป็นฝ่ายมองเห็นพวกเขาข้างเดียว อัปสวา
บอกผมว่า ถ้าเราอยากจะคุยกับเขาก็คุยกับกายละเอียด
ข้างในของเขาได้แถมยังคุยได้สบายใจกว่าคุยกับกาย
มนุษย์เสียอีก เพราะกายละเอียดโกหกไม่เป็น ไม่เหมือน
กายมนุษย์ซึ่งไว้ใจไม่ค่อยจะได้ ก็เหมือนกับเวลาเราคุย
กับใครนั่นแหละเราพูดไปอย่างในใจอาจคิดไปอีกอย่าง มี
แต่ข้างในเท่านั้นที่จะรู้ว่าเราพูดจริงหรือไม่จริง อย่างเวลา
มีใครมาทักทายเราว่าสบายดีหรือ พวกเราส่วนใหญ่ก็มัก
จะตอบไปตามมารยาทว่าสบายดีทั้งๆ ที่กำลังมีเรื่องทุกข์
ร้อนอยู่เต็มกบาลหรืออย่างเวลาที่บรรดา
ที่บรรดา ส.ส. อภิปรายใน
สภาฯ มักขอบกล่าวว่าเรียนท่านประธานสภาที่เคารพทั้งๆ
ที่บางทีอาจไม่ค่อยชอบหน้าสักเท่าใดนัก
นิคยาณรเหง
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๕๐