คุณสมบัติของคนดี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 3 หน้า 154
หน้าที่ 154 / 202

สรุปเนื้อหา

ละเอียดภายในของสตรีผู้นั้นไปว่ารู้จัก “พระพรหมโมลี” วัดยานนาวาหรือไม่ เธอตอบมาทันทีว่าใครๆ ก็ต้องรู้จัก ใครๆ ต่างก็เคารพเทิดทูนพระมหาเถระรูปนี้ในฐานะของ ปราชญ์สงฆ์ผู้มีความองอาจกล้าหาญ เป็นผู้มั่นคงใน พระธรรมวินัยยิ่งชีวิตจึงเป็นพระแท้ในดวงใจของชาวพุทธ ตลอดมา สำหรับพระพรหมโมลีนี้ผมไม่มีอะไรติดใจสงสัย เลยว่า เหตุใดเกียรติคุณของท่านจึงยังเป็นที่กล่าวขานกัน มาเนิ่นนานถึงพันปี เพราะรู้ดีว่าท่านคือพระดีที่โลกต้องการ หวังว่าพวกเรายังคงพอจำค่า ที่หลวงพ่อทัตตซึโวเคยสอน ไว้ได้ใช่ไหมครับว่ามาตรฐานของคนดีที่โลกต้องการมี อะไรบ้าง ท่านบอกว่าอย่างน้อยๆ ต้องมีคุณสมบัติ ประการคือ ไม่แสบ ไม่โง่ไม่แล้งน้ำใจ ซึ่งหมายถึง มี ความบริสุทธิ์ มีปัญญาและมีความกรุณานั้นเอง ซึ่ง คุณสมบัติดังกล่าวนี้พระพรหมโมลีท่านมีอยู

หัวข้อประเด็น

- คุณสมบัติของคนดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ละเอียดภายในของสตรีผู้นั้นไปว่ารู้จัก “พระพรหมโมลี” วัดยานนาวาหรือไม่ เธอตอบมาทันทีว่าใครๆ ก็ต้องรู้จัก ใครๆ ต่างก็เคารพเทิดทูนพระมหาเถระรูปนี้ในฐานะของ ปราชญ์สงฆ์ผู้มีความองอาจกล้าหาญ เป็นผู้มั่นคงใน พระธรรมวินัยยิ่งชีวิตจึงเป็นพระแท้ในดวงใจของชาวพุทธ ตลอดมา สำหรับพระพรหมโมลีนี้ผมไม่มีอะไรติดใจสงสัย เลยว่า เหตุใดเกียรติคุณของท่านจึงยังเป็นที่กล่าวขานกัน มาเนิ่นนานถึงพันปี เพราะรู้ดีว่าท่านคือพระดีที่โลกต้องการ หวังว่าพวกเรายังคงพอจำค่า ที่หลวงพ่อทัตตซึโวเคยสอน ๓ ไว้ได้ใช่ไหมครับว่ามาตรฐานของคนดีที่โลกต้องการมี อะไรบ้าง ท่านบอกว่าอย่างน้อยๆ ต้องมีคุณสมบัติ ประการคือ ไม่แสบ ไม่โง่ไม่แล้งน้ำใจ ซึ่งหมายถึง มี ความบริสุทธิ์ มีปัญญาและมีความกรุณานั้นเอง ซึ่ง คุณสมบัติดังกล่าวนี้พระพรหมโมลีท่านมีอยู่ครบถ้วนทุก ประการ หากเราลองเอาเกณฑ์มาตรฐานของคนดีที่โลก ต้องการนี้มาชี้วัดและจำแนกบทบาทหรือพฤติกรรมของ ผู้คนกันแล้วละก้อ ก็พอจะจำแนกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ - พวกรู้แล้วชี้ - พวกรู้แล้วไม่ชี้ - พวกไม่รู้ไม่ชี้ พวกไม่รู้แล้ว พวกรู้แล้วชี้ คือพวกที่ถึงพร้อมด้วยความบริสุทธิ์ มีปัญญาและความกรุณาซึ่งจัดว่าเป็นคนดีที่โลกต้องการ เป็นแบบฉบับของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “กัลยาณมิตร” เช่น พระเดชพระคุณพระพรหมโมลี เป็นต้น พวกรู้แล้วไม่ชี้ พวกนี้มีทั้งความบริสุทธิ์และ ปัญญาพร้อม เพียงแต่หย่อนเรื่องความกรุณาไปหน่อย ไม่ชอบยุ่งหรือสุงสิงกับใคร ใครจะดีจะเลวจะเดือดร้อน ยังไงก็ช่าง ฉันไม่เกี่ยวขอเพียงทำตัวเองให้ดีอย่างเดียวก็ ©๔๔ กันยาณมิตร มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖-๕ พอแล้ว พวกไม่รู้ไม่ชี้ คือพวกอับจนไปเสียทุกอย่าง คือ ขาดทั้งปัญญาและความกรุณา ส่วนความบริสุทธิ์ถ้าจะพอ มีอยู่บ้างก็ตรงที่ซื่อจนมื้อนั้นแหละ เรียกว่าครบเครื่องทั้ง แสบทั้งโง่และแล้งน้ำใจ พวกนี้พอทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา ก็มักจะชอบอ้างว่า “หนู ไม่รู้” อยู่ท่าเดียว พวกไม่รู้แล้วชี้ พวกนี้สีน่ากลัวที่สุดอันตรายที่สุด เพราะโง่แล้วขยัน จนมักก่อให้เกิดปัญหาสร้างความ เดือดร้อนเสียหายทั้งแก่ตัวเองและสังคมเป็นอย่างมาก พูดถึงพวกนี้แล้วผมระอาใจจริงๆ ทั้งๆ ที่ตัวเอง มีความรู้แค่หางอึ่งแต่ทำตัวอวดรู้ไปสารพัดเรื่อง ชอบไป วิพากษ์วิจารณ์คนโน้นคนนี้ บางทียังไม่ทันไรก็เที่ยวไป ด่วนสรุปตัดสินว่าคนโน้นทำผิดคนนี้เลว เรื่องอื่นก็พอว่า แต่เรื่องเกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เจ้านี่สิถ้าไม่รู้จริงแล้วเที่ยว ไปชี้ถูกชี้ผิดไปจาบจ้วงล่วงเกินท่านนั้นมันอันตรายยิ่งนัก เหมือนคนคะนองเที่ยวจับงู เขียวจับช้าง งากระนั้น อย่างเรื่องการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์นี่ก็ เหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่รู้จริงแต่ก็เห็นวิพากษ์วิจารณ์กันจัง บางคนว่าเสียๆ หายๆ ยิ่งพูดก็ยิ่งเผลอขยายขี้เท่อออกมา ให้เห็นว่าวิสัยทัศน์ของตนคับแคบเพียงใด นี่ถ้าได้มารู้มา เห็นว่ามหาธรรมกายเจดีย์นี้มีคุณูปการต่อโลกและมวล มนุษยชาติเพียงใด คงพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยทีเดียว คนรู้น้อยแต่ชอบพูดมากก็พาให้ยุ่งยากอย่างนี้แหละ เห็น คนโง่เขลาที่ชอบเอาตัวเองไปข่มหรือไปเปรียบกับท่านผู้รู้ คราวใด ผมก็อดสะท้อนใจมิได้ว่า โอ...หนอ อันวิสัยของ พญาอินทรี ยากยิ่งที่นกกระจอกจะหยั่งถึง ในกลุ่มคนต่างๆที่นั่งคุกเข่าเอาศีรษะโขกพื้นอยู่นั้น แต่ละกลุ่มจะปักป้ายบอกชื่อสกุลของพวกเขาเอาไว้ด้วย ชื่อสกุลเหล่านี้ส่วนใหญ่ผมพอจะรู้จักและจดจําได้ว่าใคร เคยทำอะไรไว้ ส่วนชื่อสกุลที่ผมไม่ค่อยคุ้นหรือไม่เคยรู้จัก คงเป้นพวกที่แอบกระทําการอยู่เบื้องหลัง ชื่อสกุลเหล่านี้ ส่วนมากมักเป็นพวกที่อยู่ในวงการสื่อมวลชนเสียเป็น
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More