ข้อความต้นฉบับในหน้า
ดวงวิญญาณ เพราะกายมนุษย์มีดวงวิญญาณ ญาณไม่
มี กายมนุษย์ กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายทิพย์
ละเอียด มีดวงวิญญาณทั้งนั้น ดวงญาณไม่มี กาย
รูปพรหม รูปพรหมละเอียด มีแต่ดวงวิญญาณ ดว
ญาณไม่มี กายอรูปพรหม อรูปพรหมละเอียดมีแต่ดวง
วิญญาณ ดวงญาณไม่มี พอถึงกายธรรมเข้ามีญาณที
เดียว
ญาณน่ะเป็นอย่างไร รูปพรรณสัณฐานเป็นอย่าง
ไร ตาธรรมกายก็เหมือนรูปพระปฏิมากร อย่างนี้แหละ
เหมือนมนุษย์อย่างนี้แหละ แบบเดียวกันแต่ทว่าละเอียด
แล้วมีญาณของกายธรรม ญาณน่ะเป็นอย่างไร ดวง
วิญญาณอยู่ในกลางกายมนุษย์นี่เท่าดวงตาดำข้างใน
อยู่ในกลางกายทิพย์ก็เท่าดวงตาดำข้างใน อยู่ในกลาง
กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ละเอียดก็แบบเดียวกัน
หรือกายรูปพรหม รูปพรหมละเอียด อรูปพรหม อรูป
พรหมละเอียด ก็มีดวงวิญญาณแบบเดียวกัน
ดวง
วิญญาณเท่านั้นไม่อาจจะเห็นอริยสัจได้ ต่อเมื่อใด
ไปถึงกายธรรมเข้า ดวงวิญญาณจะขยายส่วนออกไป
เป็นดวงญาณ หน้าตักธรรมกายโตเท่าไหนก็กว้างแค่
นั้น ถ้าหน้าตึกศอกหนึ่งดวงญาณก็วัดผ่าเส้นศูนย์กลาง
ศอกหนึ่ง หน้าตักวาหนึ่งดวงญาณก็วัดผ่าเส้นศูนย์กลาง
วาหนึ่งกลมรอบตัว ถ้าว่าหน้าตักธรรมกายนั้น ๒
วาดวงญาณก็วัดผ่าเส้นศูนย์กลาง ๒ วากลมรอบตัว
ขยายอย่างนั้น ถ้าหน้าตัก ๔ วาดวงญาณก็วัดผ่าเส้น
ศูนย์กลาง ๔ วากลมรอบตัว แล้วแต่หน้าตักธรรมกาย
หน้าตักธรรมกายโคตรภูนั่นไม่ถึง ๕ วาหย่อน ๕ วา
เล็กน้อย ถ้าเป็นพระโสดาจึงจะเต็ม ๕ วา ถ้ายังไม่ถึง
พระโสดาหย่อนกว่า ๕ วา หน้าตักของธรรมกายนั่น
โตเท่าไหนดวงญาณก็โตเท่านั้น ดวงญาณนั้นแหละ
สำหรับรู้ล่ะ นั่นแหละ สมฺมปญฺญาย ปสฺสติ เห็น
ตามปัญญาอันชอบเห็นชัด ๆ ทีเดียว ดวงญาณของ
ธรรมกายขยายออกไปดังนั้นเมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้ว
ธรรมกายจะเห็น ทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ มรรค
กัลยาณมิตร/ตุลาคม ๒๕๓๐
สัจ ต้องเข้าสมาบัติ ธรรมกายต้องเข้าสมาบัติ ธรรม
กายนั่งนิ่งเพ่งฌานทีเดียว ใจหยุดนิ่งอยู่ศูนย์กลางดวง
ธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกาย หยุดนิ่ง เมื่อนิ่งถูกส่วนเข้า
แล้วที่ธรรมกายนั่งนั่นแหละเกิดเป็นดวงฌานขึ้น วัดผ่า
เส้นศูนย์กลาง ๒ วา ๒ ศอก กลมเป็นวงเวียนเป็น
กงจักร กลมเป็นกงเกวียนทีเดียว เหมือนแผ่นกระจก
หนาคืบหนึ่ง วัดผ่าเส้นศูนย์กลาง ๒ วาหนาคืบหนึ่ง
รองนั่งของธรรมกายนั้นมาจากไหน ดวงฌานที่เกิด
ขึ้นนะมาจากไหน ที่มาของดวงฌานนะมีมาก มา
จากกสิณก็เป็นดวงฌานได้ มาจากดวงธรรมที่ทำให้
เป็นกายมนุษย์ก็เป็นดวงฌานได้ แต่ว่า เมื่อถึง
ธรรมกายแล้วใช้ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์
นั่นเอง เป็นปฐมฌาน ขยายส่วน เห็นใส เมื่อดูใสแล้ว
ก็ขยายส่วนออกไป ขยายส่วนออกไป ๒ วา กลมรอบตัว
แต่ว่าหนาคืบหนึ่ง กลมเหมือนอย่างกับกงจักรหรือกง
เกวียน กลมเหมือนอย่างวงเวียนอย่างนั้น หนาคืบหนึ่ง
ใสเป็นแก้วผลึกทีเดียว รองนั่งของธรรมกาย ธรรมกายเมื่อ
เข้าถึงปฐมฌานเช่นนั้นนั่นแหละ พอถึงปฐมฌานเข้าเช่น
นั้น ก็มี วิตก วิจาร วิตก ความตรึก วิจาร ความตรอง
ปีติ ชอบเนื้อชอบใจ วิตกว่าฌานนั้นมันมาจากไหน เห็น
แล้วมันมาจากนั่น วิจาร ไตร่ตรองไป ตรวจตราไปถี่ถ้วน
เป็นของที่ไม่มีที่ติ ปลื้มอก ปลื้มใจ ดอก ดีใจ มีความ
ปีติขึ้น ปลื้มอกปลื้มใจ เต็มอกเต็มใจ เต็มส่วนของปีติ
มีความสุขนิ่งอยู่กลางฌานนั่น สุขในฌานอะไรจะไปสู้
ในภพนี้ไม่มีสุขเท่าถึงดอก สุขในฌานนะสุขลืมสมบัติ
นั่นแหละ สมบัติกษัตริย์ก็ไม่อยากได้ สุขในฌานนะ
สุขนักหนาทีเดียว เต็มส่วนของความสุขก็หนึ่ง เฉยวิเวก
วังเวงเปลี่ยวเปล่า เรามาคนเดียวไปคนเดียวหมดทั้ง
สากลโลก คนทั้งหลายไปคนเดียวทั้งนั้น ไม่มีคู่สองเลย
จะเห็นว่าลูกสักคนหนึ่งก็ไม่มี สามีสักคนหนึ่งก็ไม่มี
ภรรยาสักคนหนึ่งก็ไม่มี ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างไป
ต่างคนต่างตาย ต่างคนต่างเกิด เป็นจริงอย่างนี้ ปล่อย
หมด ไม่ว่าอะไรไม่ยึดถือทีเดียว เรือกสวนไร่นา ตึกร้าน
Kalyanamitra.org
๑๗