การมอบบุตรี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 10 หน้า 83
หน้าที่ 83 / 118

สรุปเนื้อหา

มีเท้าเว้ากลางมาก คนเจ้าโทสะหนัก ส้น ส่วนคนเจ้าโมหะนั้นปลายเท้า จิกลง ส่วนรอยเท้าของบุรุษผู้นี้เป็น ผู้เพิกกิเลสได้แล้วอย่างแท้จริง พราหมณ์ต่อว่าภรรยาว่าอวดรู้อวดดี ทำตนเหมือนจระเข้นอนในตุ่ม จึงพาบุตรี และภรรยาเที่ยวตามหาพระศาสดา มาพบเข้าใต้ร่มไม้แห่งหนึ่ง พราหมณ์ ดีใจนักหนา แต่ได้ต่อว่าเป็นเชิงพ้อว่า “สมณะ ข้าพเจ้าบอกให้ท่านยืนรอที่โน้น แต่หายืนคอยไม่ เหมือนไม่ยินดีจะรับ บุตรของข้าพเจ้า สมณะ! บุตรีของข้าพ เจ้านี้งามเลิศกว่านารีใด ๆ ทั้งปวงในถิ่นนี้ เป็นที่ปองหมายแห่งเศรษฐีคหบดี และ แม้แห่งพระราชา แต่ข้าพเจ้าหาพอใจ ใครเสมอด้วยท่านไม่ บัดนี้ข้าพเจ้าได้ นำนางผู้งามพร้อมมามอบ ณ เบื้องบาท ของท่านแล้ว ขอได้โปรดรับไว้ และครอง กันฉันสามีภรรยาเถิด” พราหมณ์กล่าว จบแล้วสั่งให้บุตรีถวายบังคมพระศาสดา พร

หัวข้อประเด็น

- การมอบบุตรี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มีเท้าเว้ากลางมาก คนเจ้าโทสะหนัก ส้น ส่วนคนเจ้าโมหะนั้นปลายเท้า จิกลง ส่วนรอยเท้าของบุรุษผู้นี้เป็น ผู้เพิกกิเลสได้แล้วอย่างแท้จริง พราหมณ์ต่อว่าภรรยาว่าอวดรู้อวดดี ทำตนเหมือนจระเข้นอนในตุ่ม จึงพาบุตรี และภรรยาเที่ยวตามหาพระศาสดา มาพบเข้าใต้ร่มไม้แห่งหนึ่ง พราหมณ์ ดีใจนักหนา แต่ได้ต่อว่าเป็นเชิงพ้อว่า “สมณะ ข้าพเจ้าบอกให้ท่านยืนรอที่โน้น แต่หายืนคอยไม่ เหมือนไม่ยินดีจะรับ บุตรของข้าพเจ้า สมณะ! บุตรีของข้าพ เจ้านี้งามเลิศกว่านารีใด ๆ ทั้งปวงในถิ่นนี้ เป็นที่ปองหมายแห่งเศรษฐีคหบดี และ แม้แห่งพระราชา แต่ข้าพเจ้าหาพอใจ ใครเสมอด้วยท่านไม่ บัดนี้ข้าพเจ้าได้ นำนางผู้งามพร้อมมามอบ ณ เบื้องบาท ของท่านแล้ว ขอได้โปรดรับไว้ และครอง กันฉันสามีภรรยาเถิด” พราหมณ์กล่าว จบแล้วสั่งให้บุตรีถวายบังคมพระศาสดา พระโลกนาถศากยบุตร ยังคง ประทับดุษณีอยู่ครู่หนึ่ง พระองค์ทรง รำพึงว่า พราหมณ์ผู้นี้มีความหวังดีต่อเรา ต้องการสงเคราะห์เราด้วยสิ่งอันเป็นที่รัก ที่หวงแหนที่สุดแห่งตน แต่สิ่งนี้มีความแก่ ความเจ็บและความตายเป็นธรรมดา เรา จักปฏิการพราหมณ์ผู้นี้ด้วยอมตธรรม อนึ่งพราหมณ์และพราหมณีทั้งสองนี้มี อุปนิสัยแก่กล้าพอที่จะบรรลุธรรมของเรา ได้ เป็นการมอบสภาพอันไม่แก่และไม่ นั่งเพ่งพิศพระตถาคตเจ้าเหมือนเด็กมอง ดูตุ๊กตาซึ่งตนไม่เคยเห็น พร้อม ๆ กัน นั้นมายาแห่งสตรีซึ่งปรากฏอยู่ในเรือนร่าง และนิสัยแห่งอิตถีเพศ ก็เริ่มฉายแวว วาวออกมาทางสายตา และริมฝีปากอัน บางงามเต็มอิ่มนั้น พระตถาคตเจ้าชายพระเนตรดู นางมาคันทิยาหน่อยหนึ่ง ทรงรู้ถึงจิตใจ อันปั่นป่วนของนางแล้วตรัสว่า “พราหมณ์! เมื่อเราอยู่ในวัยหนุ่ม มีเกศายังดำสนิท ถูกแวดล้อมด้วยสตรี ล้วนแต่สะคราญตา เป็นที่ปรารถนา ของบุรุษเพศผู้ยังตัดอาลัยในบ่วงกาม มิได้ แต่เราเบื่อหน่ายในโลกียวิสัย จึง สละสมบัติบรมจักรและนางผู้จำเริญตา ออกแสวงหาโมกขธรรมแต่เดียวดายเที่ยว ล่วงพ้นบ่วงแห่งมารทั้งปวงทั้งที่เป็นทิพย์ และเป็นของมนุษย์ มารและธิดามารคือ นางตัณหา นางราคา และนางอรดี ได้ พยายามยั่วยวนเราด้วยวิธีแปลก ๆ เพื่อ ให้เราตกอยู่ในอำนาจ แต่เราก็หาสนใจ ไยดีไม่ ในที่สุดพวกนางก็ถอยหนีไปเอง เราชนะมารอย่างเด็ดขาด ก้องโลกว่า “ผู้พิชิตมาร จนมีนาม พระตถาคตหยุดอยู่ครู่หนึ่ง ทรง กวาดสายพระเนตรดูทุกใบหน้า ในที่สุด พระองค์ตรัสว่า “พราหมณ์, เมื่อได้เห็นนางตัณหา นางราคา และนางอรดี ซึ่งทรงความงาม เหนือสามโลก เราก็หาพอใจแต่น้อยไม่ ตายแก่เขา ดำริดังนี้แล้ว พระตถาคต เจ้าจึงเอื้อนพระโอษฐ์ว่า “พราหมณ์! ถ้าเราจะเล่าเรื่องบาง เรื่องให้ท่านฟังท่านจะพอใจฟังหรือไม่” “เล่าเถิดสมณะ ข้าพเจ้าพร้อม อยู่แล้ว ท่านมีบุตรภรรยาอยู่แล้วหรือ?” นางมาคันทิยา บุตรแห่งพราหมณ์ กัลยาณมิตร/ตุลาคม ๒๕๓๐ ไปอย่างไม่มีอาลัย ปลอดโปร่งเหมือน บุคคลที่เป็นหนี้แล้วพ้นจากหนี้ เคยถูกคุม ขังแล้วพ้นจากที่คุมขัง เคยเป็นโรคแล้ว หายจากโรค หลังจากท่องเที่ยวอยู่ เดียวดาย และทำความเพียรอย่างเข้มงวด ไม่มีใครจะทำได้ยิ่งกว่าอยู่เป็นเวลา 5 ปี เราก็ได้ประสบชัยชนะอย่าง ใหญ่หลวงในชีวิต ได้ตรัสรู้อนุตตร สัมมาสัมโพธิญาณ สงบเยือกเย็นถึงที่สุด ก็ทำไมเล่า เราจะพอใจในสรีระแห่งธิดา ของท่าน ๑๒ ซึ่งเต็มไปด้วยสูตรและกรีส พราหมณ์เอย! อย่าว่าแต่จะให้แตะต้อง ด้วยมือเลย เราไม่ปรารถนาจะแตะต้อง ธิดาของท่านแม้ด้วยเท้า” อ่านต่อฉบับหน้า ๑๒ ปัสสาวะและอุจจาระ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More