ข้อความต้นฉบับในหน้า
บ่อย ๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งถ้าเป็นเมืองไทยเรา
ไทยเราก็คงพอ ๆ กัน เพียงแต่ของทาง
แล้ว การที่จะมานั่งทักทายเรื่องอากาศ - | ด้านญี่ปุ่นนั้น ผู้ใดจะแต่งตัวอย่างไรก็
ท้องฟ้า คงไม่ค่อยมีใครพูดกันมากนัก
เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนไป เสื้อผ้าที่เคยสวม
ใส่หลาย ๆ ชั้นเพื่อกันหนาว อย่างน้อย
เสื้อกันหนาวชั้นใน ๑ ตัว เสื้อเชิ้ต ๑ ตัว
เสื้อกั๊กทั้งอาจจะประเภทแขนยาวหรือไม่
มีแขน ๑ ตัว และเมื่อจะออกจากบ้านก็
ต้องใส่เสื้อโค้ทอีก ๑ ตัว รวมทั้งหมด ๔
ชั้น ก็ค่อย ๆ ลดลง บางลง ผู้ชายญี่ปุ่น
มักจะใส่กางเกงหลวม ๆ เพราะยามหน้า
หนาว เขาจะใส่กางเกงขายาวชั้นใน ๑ ตัว
ก่อนที่จะใส่กางเกงจริง ๆ เมื่อยามหน้า
หนาวผ่านไป ความที่จะต้องใส่กางเกง
ตัวเก่า จะเห็นว่า เขาต้องรัดเข็มขัดจน
เห็นสภาพกางเกงที่ค่อนข้างจะแปลก
ไป ไม่พอดีตัวเหมือนอย่างที่บ้านเราใส่
กัน แต่ถ้าเป็นวัยรุ่นญี่ปุ่นหรือวัยรุ่นของ
ตามสบาย ไม่ต้องแคร์ต่อสายตาผู้คน
มากนัก ผู้ใดใคร่แต่งตามสมัยเฟี้ยว
ฟ้าว ซึ่งมักจะนิยมแฟชั่นจากฝรั่งเศสเป็น
ส่วนมากก็ได้ หรือจะไม่สนใจกาลสมัย
เชยสุดขีดก็ทำได้ ปกติข้าพเจ้าเองเป็นผู้
ไม่ค่อยจะพิถีพิถันเรื่องการแต่งกายเท่า
ไร จึงแต่งตัวสไตล์ “สุมาลี” ได้อย่าง
สบาย เนื่องจากอากาศหนาว จึงมักจะ
ใส่แต่กางเกงขายาวเป็นส่วนมาก จน
กระทั่งพวกเพื่อนผู้ชายนักเรียนต่างชาติ
พากันซุบซิบว่า
“สงสัยสุมาลี เขาคงขาโก่ง มีตำ
หนิกระมัง จึงใส่แต่กางเกงขายาว”
จนกระทั่งเมื่อกลับมาทำงานในเมืองไทย
เคยมีรุ่นน้องผู้หญิงกลับมาจากญี่ปุ่นแวะ
มาเยี่ยมที่ทำงาน เห็นสภาพที่รุ่นน้องใส่
เสื้อไว้นอกกระโปรง และลากรองเท้า
แตะมาหาข้าพเจ้าแล้ว ทำให้นึกถึงตัวเอง
ว่าสมัยก่อนเราเป็นอย่างนี้บ้างหรือ
เปล่าหนอ? แต่นั่นแหละสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
เรื่องการแต่งกายนี้ก็ขึ้นอยู่กับบุคคล ผู้
หญิงไทยบางคนที่แต่งตัวดีมาตั้งแต่อยู่
เมืองไทย รู้จักแต่ง ถึงมาอยู่ญี่ปุ่นรู้จัก
แต่งตัวให้สวยงาม ไม่ได้เชยเหมือนกัน
หมดทุกคน
เนื่องจากญี่ปุ่นมีฤดูกาลถึง ๔ ฤดู
คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง
และฤดูหนาว เสื้อผ้าของเขาจึงต้อง
เนื่องจากไม่สนใจเรื่องการแต่งกาย | เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ยามอากาศค่อน
จนไม่รู้ตัวว่าตัวเองเชยเพียงไร เพราะใน ข้างร้อน เขาจะเก็บเสื้อผ้าหน้าหนาว
ญี่ปุ่นเราสบายมากเรื่องการแต่งกาย | ไว้ ทำให้ไม่น่าเบื่อดีเหมือนกัน ตามห้าง
21
org