ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผิวดำเล็ก ๆ นั่งรับประทานอาหารอยู่ใต้
ต้นไม้อย่างเงียบ ๆ เมื่อจัดการกับอาหาร
เสร็จแล้ว นายคาร์เวอร์ก็ยังคงไม่พูดไม่จา
และนั่งพักหลังพิงต้นไม้อยู่ มองดูใบและ
กิ่งก้านที่ถูกตัดตกแต่งอย่างใช้ความคิด
ยอร์ชไม่รู้สึกลำบากใจอย่างใด ที่นาย
คาร์เวอร์นิ่งอยู่นานเช่นนั้น การพูดของ
คาร์เวอร์ก็คือการออกคำสั่ง ซึ่งมักรบกวน
ยอร์ชในเมื่อเขาตั้งใจจะสังเกตอะไร ๆ อยู่
เมื่อมีการนิ่งเงียบไปด้วยกันอย่างนั้น
ยอร์ชจึงรู้สึกเป็นสุข
ต่อมาอีกชั่วโมงหนึ่งเขาก็ข้ามแม่น้ำ
ไว้ตรี่เว่อร์ ยอร์ชแลเห็นน้ำไม่ใคร่ชัด
จึงยื่นตัวเอนออกพ้นข้างรถไปมาก เพื่อจะ
ดูให้เห็นทุก ๆ สิ่ง จนนายคาร์เวอร์ต้อง
เตือนว่า
“ระวัง! นั่น!”
ยอร์ชจึงกลับเข้านั่งที่ตามเดิม แต่
คงคิดว่าหากได้ลงไปใต้น้ำแล้วก็คงจะ
วิเศษมาก เขาไม่ได้คิดถึงอันตรายจาก
การจมน้ำเลย
การเห็นไร่องุ่นของ นายแฮร์มานน์
จาร์ก้าร์ เป็นครั้งแรก นายคาร์เวอร์ซึ่งแม้
จะเป็นคนเฉย ๆ ก็ตาม ยังรู้สึกประทับใจ
เป็นอย่างมาก ยอร์ชก็ต้องกลั้นลมหายใจ
เหมือนกัน มีองุ่นเป็นแถว ๆ มากมายอยู่
ตามลาดเขา ที่กลางบริเวณไร่มีเรือน
หลังใหญ่ทาสีขาว ข้างหลังเรือนมีสิ่งหนึ่ง
ที่ทำให้ยอร์ชต้องจ้องดู สิ่งนั้นก็คือเรือน
กระจก ซึ่งมองจากข้างนอกเห็นต้นไม้
สีเขียวอยู่ในนั้นได้ ณ ตรงนี้ที่เขาทั้งสอง
ได้พบกับนายแฮร์มานน์ จาร์การ์
ขณะที่ผู้ใหญ่กำลังสนทนาปราศรัย
กันอยู่นั้น ยอร์ชเลี่ยงออกมาเที่ยวเดินเล่น
อยู่ระหว่างม้ายาวอย่างเป็นสุข เขาเคย
ได้ยินเรื่องเมืองสวรรค์มาบ้างแล้ว เมื่อ
เห็นที่นี่จึงทำให้คิดไปว่านี่เห็นจะเป็น
สวรรค์ละกระมัง เขายื่นมือออกไปถูก
ใบไม้อย่างขลาด ๆ ลูบคลำมันด้วยนิ้วมือ
อย่างบรรจง แล้วไปหยุดอยู่ที่หีบใบหนึ่ง
ตรวจดูดิน ไม้ค้าง และลำต้นอย่างถี่ถ้วน
เขากระซิบกับต้นไม้ว่า น่ารักเหลือเกิน
เขาถามชื่อของมัน และร้องเพลงโดย
ลืมตัว เมื่อนายจาร์ก้าร์มาพบเข้า จึง
ทำท่าใบ้บอกนายคาร์เว่อร์ให้อยู่นิ่ง ๆ
แล้วก็ฟังเพลงต่อไป
“เอ๊ะ! เจ้าหนูดำน้อย ๆ” เขาพูด
ภาษาฝรั่งเศส “นั่น! ดูซิ”
นายคาร์เว่อร์ไม่สู้เข้าใจภาษา
ของเขานัก แต่ก็รู้ว่าเขากำลังมีความ
ประหลาดใจ
ว่า
นายคาร์เวอร์บอกแก่นายจาร์ก้าร์
- “เจ้าหนูชอบต้นไม้ เขาเป็นผู้ดูแล
ต้นองุ่นของฉัน”
กสิกรสวิสส์เข้าไปข้างหลังยอร์ช
และกล่าวอย่างอ่อนหวานว่า
“เจ้าหนู” เขาหยุดเพื่อพยายาม
จะพูดภาษาอังกฤษ แล้วว่า
“เจ้ารักต้นไม้หรือ”
ยอร์ชเงยหน้าขึ้นดูเขา ทันใดนั้น
ความเข้าใจซึ่งกันและกันก็แลบขึ้น
ในระหว่างบุคคลทั้งสอง แน่นอน
ยอร์ชไม่อาจอธิบายได้ว่ารู้ได้อย่างไร
หุ้นไดสู่จุดหมายที่กำไร
ปริกษาได้เราเชี่ยวชาญ
แต่ก็รู้อย่างไม่สงสัยเลยว่าท่านผู้นี้
เป็นคนที่แลเห็นอะไร ๆ ได้ชัดเจน
เหมือนกับเขา
ยอร์ชตอบว่า
“ใช่ ใช่” กล่าวพร้อมกับกางแขน
ออกอย่างกว้างขวาง “รักหมดทุกชนิด”
“ดีจริง” ชาวสวิสส์พยักหน้ารับ
เขารวบมือสีดำเล็ก ๆ เข้ามากำไว้ในมือ
ของเขา พลางดัดนิ้วดูแล้วว่า “เป็นมือ
ชาวสวน พอถูกเข้าต้นไม้ก็มีชีวิต”
ลูบคลำมือนั้นต่อไปอย่างเบา ๆ แล้วก็
ปล่อย และหันกลับมาพูดกับนายคาร์เวอร์
ว่า
“เขาดูแลไร่องุ่นของท่านหรือ แต่
เขายังเล็กอยู่มาก"
นายคาร์เว่อร์ได้เล่าด้วยเสียงเบา ๆ
ให้เขาฟัง ถึงเรื่องที่มารดาของยอร์ชถูก
โจรลักไป และนางคาร์เว่อร์ได้ประคบ
ประหงมเด็กอมโรคมาอย่างไร
“เขาไม่แข็งแรงเลย แล้วเขาจะทำ
อย่างไร คนนิโกรจะต้องทำงานหนักแต่
อย่างเดียว แต่ในขณะนี้แม้จะมีอิสร
ภาพก็ไม่สามารถจะช่วยตัวได้” นายคาร์
เว่อร์พูดแล้วก็สั่นศีรษะอย่างเศร้า ๆ
แต่นายจาร์ก้าร์ได้เข้ามาหายอร์ช
อีก ขณะนั้นยอร์ชกำลังตรวจดูหีบอย่าง
เอาการเอางาน
“มานี่ซิ” นายจาร์การ์เรียกด้วย
สีหน้ายิ้มแย้ม “ฉันจะแสดงเรื่ององุ่น
บางอย่างให้ดู” เขาเดินเข้าไปที่หีบใบ
หนึ่งแล้วอธิบายว่า
“นี่เป็นต้นองุ่นป่าฉันเก็บมาจาก
นวธนกิจ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มืออาชีพ
34 ถนนพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 246-0222
กัลยาณมิตร/ตุลาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org
๗๕