ปัญหาเกี่ยวกับการสมาทานศีล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 10 หน้า 113
หน้าที่ 113 / 118

สรุปเนื้อหา

ปัญหา ๑) การสมาทานศีลตามข้อต่อไปนี้ จะ มีผลแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? ๑๑. สมาทานกับพระสงฆ์ แล้วถือ ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ๑.๒ สมาทานกับพระพุทธรูป แล้ว ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ๑.๓ สมาทานในใจทุกเช้า แล้วถือ ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ๑.๔ ไม่ได้สมาทานเลย แต่ถือปฏิ บัติได้ทุกข้อ สมาทานศีล ๘ หรือคีลอุโบสถ ใน ตอนเช้า พอสายหน่อยมีการสมาทาน ศีล ๕ โดยทำหน้าที่เป็นมรรคทายก ส่วนผู้ที่ร่วมสมาทานศีลอุโบสถก็อยู่ ร่วมในตอนสมาทานศีล ๕ อยาก ทราบว่า ผู้สมาทานศีลอุโบสถแล้ว จะปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นวิธีที่ถูก ต้อง ๓) ศีลข้อ ๑๐ ห้ามภิกษุสามเณรรับเงิน ทอง แต่โยมก็ยังถวายเงินแก่ภิกษุ สามเณรอยู่ และภิกษุสามเณรก็ยัง พอใจรับเงินจากโยมอยู่ อยากทราบ ว่าทั้งภิกษุสามเณรและโยมผู้ถวาย จะได้บุญหรือบาปประการใดบ้าง ๔) การนำเอา หมู ไก่

หัวข้อประเด็น

- ปัญหาเกี่ยวกับการสมาทานศีล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ปัญหา ๑) การสมาทานศีลตามข้อต่อไปนี้ จะ มีผลแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? ๑๑. สมาทานกับพระสงฆ์ แล้วถือ ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ๑.๒ สมาทานกับพระพุทธรูป แล้ว ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ๑.๓ สมาทานในใจทุกเช้า แล้วถือ ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ๑.๔ ไม่ได้สมาทานเลย แต่ถือปฏิ บัติได้ทุกข้อ สมาทานศีล ๘ หรือคีลอุโบสถ ใน ตอนเช้า พอสายหน่อยมีการสมาทาน ศีล ๕ โดยทำหน้าที่เป็นมรรคทายก ส่วนผู้ที่ร่วมสมาทานศีลอุโบสถก็อยู่ ร่วมในตอนสมาทานศีล ๕ อยาก ทราบว่า ผู้สมาทานศีลอุโบสถแล้ว จะปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นวิธีที่ถูก ต้อง ๓) ศีลข้อ ๑๐ ห้ามภิกษุสามเณรรับเงิน ทอง แต่โยมก็ยังถวายเงินแก่ภิกษุ สามเณรอยู่ และภิกษุสามเณรก็ยัง พอใจรับเงินจากโยมอยู่ อยากทราบ ว่าทั้งภิกษุสามเณรและโยมผู้ถวาย จะได้บุญหรือบาปประการใดบ้าง ๔) การนำเอา หมู ไก่ ท่าน หมา แมว ไปปล่อยที่วัดจะได้รับผลอย่างไรใน ทางพุทธศาสนา เรียน คุณผัน มีเจตนา ที่เคารพ ปัญหาที่ถามมา ขออนุ ญาตตอบแทนหลวงพ่อพอย่อ ๆ ดัง นี้ ๑) คำถามเกี่ยวกับเรื่องศีลทั้ง ๔ ข้อ ทั้งที่สมาทานและไม่ได้สมาทาน ใน ทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วอยู่ที่ความตั้งใจ หรือเจตนาเป็นตัวตัดสิน พระสัม มาสัมพุทธเจ้า ท่านตรัสว่า เจตนา หัง ภิกขเว สีลัง วทามิ แปลว่า เจตนา เป็นตัวศีล ฉะนั้น อย่างรอบคอบและยุติธรรมแล้ว สิ่ง ใดที่ทำให้เกิดความตั้งใจอย่าง แรงกล้าที่จะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ เมื่อพิจารณาตนเอง ยิ่งกว่ารักษาชีวิต ก็ควรทำตามข้อ นั้น ๒) หน้าที่ของคนเรานั้น วันหนึ่งมี หลายหน้าที่ อยู่ที่บ้านเป็นพ่อของลูก อยู่ ที่วัดเป็นมรรคทายก สำหรับตนเองเป็น อุบาสกผู้รักษาอุโบสถศีล เป็นทั้งผู้แนะ และผู้นำ วิธีปฏิบัติ เมื่อเป็นผู้ทำหน้าที่มรรค ทายกกล่าวคําอาราธนาศีล ๕ ก็ทํา หน้าที่ไปอย่าให้บกพร่อง ส่วนตนเอง รักษาศีล ๘ หรืออุโบสถศีล ก็ทำอย่าง เต็มกำลัง จักได้ชื่อว่าทําหน้าที่แห่งชีวิต ได้อย่างสมบูรณ์ ๓) ต้องยอมรับความจริงว่า เงิน ทองนั้นเป็นตัวกลางสำหรับแลกเปลี่ยนปัจ อันเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตชิ่ง จัย ๔ ปัจจัย ๔ ของพระภิกษุสามเณรได้แก่จีวร (ผ้านุ่ง) บิณฑบาต (อาหาร) เสนาสนะ (ที่อยู่อาศัย) คิลานเภสัช (ยาบำบัด โรค) ถึงแม้ท่านจะพอใจ แต่ท่านก็ยินดี ตามที่ได้ มิได้เสียหายต่อสมณะสารูป ก็ยังนับว่าเป็นพระคุณอันหาที่สุดมิได้ เพราะท่านจักได้รักษาชีวิตสืบพระ ศาสนาให้ยืนยาวต่อไป สำหรับญาติโยมผู้ถวายนั้น ใน ทักษิณาวิภังคสูตรกล่าวว่า แม้ทานที่ ให้กับผู้ที่มีมือเปื้อนเลือดยังส่งผลถึง ๑,๐๐๐ อัตภาพ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า ปัจจัยสี่ที่ให้แก่พระภิกษุสามเณรจะ ส่งผลให้ขนาดไหน แม้ในอนาคต พระภิกษุสงฆ์จะมีแต่ผ้าเหลืองผูกข้อ มือ แต่ทานที่ถวายในสงฆ์ก็ยังได้บุญ มากกว่าเป็นอสงไขยอัปปมาณัง ฉะนั้นผู้ทำบุญย่อมได้บุญแน่ ๆ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย ๔) การนำเอาหมู, ไก่, ห่าน, หมา, แมว ไปปล่อยที่วัดนั้น ถ้าถือเอา ตามพรหมชาลสูตร ในหัวข้อจูฬศีล จะตัดสินได้เลยว่า ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะในหัวข้อนั้นกล่าวว่า เว้นจากการ รับแพะ, แกะ, ไก่, สุกร, ช้าง, โค, ม้า, ลา ฯลฯ อีกประการหนึ่ง เป็นการเพิ่มภาระ ความกังวลให้กับวัด จนเสียเวลาและ โอกาสในการศึกษาและปฏิบัติธรรม แต่ สิ่งที่ควรทําคือไปปล่อยกิเลสออกจาก ตัว โดยการเก็บกวาดใบไม้ เศษขยะ ทำ วัดให้สะอาด ปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น พา ให้สบายตาสบายใจจะดีกว่า เป็นการ พัฒนาวัดและพัฒนาตนเองอย่างดีที่ สุด ขอแสดงความนับถือ กองบรรณาธิการ กัลยาณมิตร/ตุลาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org 900
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More