ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นการเผยแผ่พระศาสนาเป็นการ
ทดแทนพระคุณของพระศาสนาก็ทำกัน
ไป ทำมาจนปัจจุบันนี้ก็อาศัยอย่างนี้
แหละครับ จึงได้สร้างวัดให้พระคุณเจ้า
ได้มาใช้สอยกันอยู่ขณะนี้ ถ้าถามว่า
ด้วยอำนาจของคุณธรรมอะไร ก็ตอบว่า
อาชชวะครับ คือตั้งใจประพฤติตรงต่อ
พระนิพพานนี่เอง
อาชชวะ โดยคำแปล คือความ
ซื่อตรง ทรงสัตย์ ไร้มารยา ตั้งใจมุ่ง
ตรงไปพระนิพพาน เมื่อเราตั้งใจมุ่ง
ไปอย่างนั้น แม้จะถึงหรือไม่ถึงก็ตาม
ลูกศิษย์ลูกหาที่อยู่ในวัดของเรา สามารถ
ถือเอาเราเป็นต้นแบบได้ เพราะเมื่อเรา
ปฏิบัติตรงพระนิพพานอย่างนี้ คือมุ่ง
เอาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแบบ ความ
ผิดพลาดใด ๆ ก็ยากที่จะเกิด เพราะว่า
เรามีเป้าหมายในชีวิตแน่ชัดแล้ว เพราะ
ฉะนั้นลูกศิษย์หรือผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา
เดินตามหลังมาจะไม่พลาด สามารถไป
ได้ เราจะเป็นต้นแบบได้อย่างดีเลยครับ
เมื่อเราเป็นต้นแบบได้ดีแล้ว ความอยู่เป็น
สุขในวัดก็จะเกิดขึ้น เพราะได้สมบัติ
อันประเสริฐ คือได้ตัวเราเป็นต้นแบบ
“มัททวะ”
แก้ปัญหาขาดความ
อบอุ่นใจ
เรื่องความขาดแคลนประการสุด
ท้าย คือขาดความอบอุ่นใจ ทำให้ต้อง
อ้างว้าง ว้าเหว่ สำหรับเรื่องนี้ใครที่ไม่
เคยย้ายไปจำอยู่ตามวัดต่าง ๆ จะไม่เข้า
ใจความรู้สึกนี้ อยู่วัดนี้แล้วย้ายไปอยู่
อีกวัดหนึ่ง แล้วเจ้าอาวาสท่านก็ไม่ค่อย
จะสนใจเรา พระที่อยู่เดิมท่านก็ไม่ค่อย
จะสนใจเรา ปล่อยให้เราไปศึกษาธรรม
วินัยเอาเอง
ตัวเราเองอ่านก็ไม่ค่อย
ออก ถึงอ่านออกก็ไม่ค่อยรู้คำแปล พอ
ไปถามท่าน ท่านกลับเฉย ๆ ไม่สนใจใย
ดีด้วย ความว้าเหว่ก็จะเกิดขึ้น พอ
มาพบปัญหาความไม่อบอุ่น ความว้า
เหว่อย่างนี้ ก็เลยทำให้ทั้ง ๆ ที่ก่อนบวช
ตั้งใจจะถากถางทางไปนิพพานจนกว่า
ชีวิตจะหาไม่ หรือบวชครั้งนี้จะอยู่สัก
พรรษา สองพรรษา ปรากฏว่าบวชได้ ๒
วันก็ลาสิกขา หรือไม่ลาสิกขาก็อยู่เป็น
พระเกะกะในวัดนั้นเอง
ความอบอุ่นครับ
เพราะขาด
แล้วจะแก้ไขอย่างไร พระสัม
มาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า ผู้ปกครองทั้ง
หลายจะต้องประพฤติธรรมอีกข้อหนึ่ง
คือ "มัททวะ” เพื่อแก้ปัญหาลูกวัดว่า
เหว่ ไม่กล้าเข้าใกล้ และขาดความอบอุ่น
“มัททวะ” แปลว่า อ่อนโยน
สุภาพ ทำให้ลูกวัดอยากจะเข้าใกล้
เมื่อลูกวัดเข้าใกล้ได้ก็เกิดความอบอุ่น
มีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาหารือกันได้
ไม่มีกำแพงขวางกั้น ถ้าอย่างนั้น
ความกลมเกลียวในวัดก็เกิดขึ้น ความรู้
สึกว้าเหว่ไร้ที่พึ่ง ก็จะหายไป มีแต่
ความอบอุ่นใจขึ้นมา อบอุ่นยิ่งกว่าชาวโลก
ที่มีพ่อแม่ พี่น้อง ลูกเมียอยู่พร้อมหน้ากัน
เสียอีก ก็จะทำให้ลูกวัดอยู่ติดวัด อยู่นาน
ฝากผีฝากไข้กันได้ จนกว่าจะตายหรือเข้า
นิพพานกันไปข้างหนึ่ง
ก็เป็นอันว่า ความขาดแคลนทั้ง
หลายที่มีอยู่ในวัด พระสังฆาธิการ
หรือเจ้าอาวาสจะสามารถแก้ไขได้
ด้วยคุณธรรม ๕ ประการ คือ ๑. ทาน
๒. ศีล ๓. ปริจจาคะ ๔. อาชชวะ ๕.
มัททวะ คุณธรรม ๕ ประการนี้ เมื่อ
เกิดขึ้นในวัดใดวัดนั้นจะร่มเย็น มี
แต่ความอบอุ่น ชื่นอกชื่นใจ ทุกคนจะ
มองหน้ากันเหมือนอย่างกับเป็นญาติพี่
น้อง เหมือนเป็นพ่อลูกกันทีเดียว คุณ
ธรรมของนักปกครอง ๕ ประการที่กล่าว
มาแล้วนี้ เป็นคุณเครื่องกำจัดความขาด
แคลนต่าง ๆ ยังมีอีก ๕ ประการซึ่งเป็น
คุณธรรมเพื่อกำจัดความวิตกกังวล
ความขลาดกลัวต่าง ๆ ที่มีอยู่ในวัด ซึ่งจะ
ได้กล่าวต่อไป
“ปะ”
แก้ปัญหาความหวาด
กลัวคนชั่วคนเกเร
ดังได้กล่าวแล้วว่า ทุกแห่งหนมี
๕๒
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร / ตุลาคม ๒๕๓๐