ระบบการสอบที่เข้มงวด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 10 หน้า 48
หน้าที่ 48 / 118

สรุปเนื้อหา

ซึ่งเขยิบไปแต่ละนาทีด้วยความฝืดยิ่งนัก ระบบการสอบของอ๊อกซฟอร์ดนั้น ไม่เหมือนกับที่อาตมาเคยเจอะสมัยที่ จุฬาฯ ซึ่งวันหนึ่งปกติสอบวิชาเพียงวิชา เดียว เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เตรียม ตัวหนังสือกันเต็มที่ สอบเสร็จแล้ว ยังมีเวลาให้พักอย่างน้อย ๆ ก็วันหนึ่ง จึงจะสอบวิชาใหม่ ส่วนของที่นี่ รายการ สอบอยู่ติดกันเป็นพืด สอบทั้งเช้าทั้งบ่าย ติดต่อกันไปจนจบรายการ เรียกว่า ไม่ต้องมีการตั้งตัวกันเลย การเข้มงวดของห้องสอบนั้น ก็ พอ ๆ กับการสอบเอ็นทรานซ์ในเมือง ไทย แต่เต็มไปด้วยพิธีการ อาจารย์ ผู้คุมการสอบแต่งตัวเต็มยศ ทุกคนสวม เสื้อครุยคำ พอแจกกระดาษสอบเสร็จ ก็นั่งกอดอกคุมเชิงอยู่ที่โต๊ะของตน วาง สีหน้าเคร่งขรึม พอได้ยินเสียงกุกกัก อะไรนิดหนึ่งก็กวาดตาไปทั่วห้อง เหมือน เหยี่ยวกำลังมองหาเหยื่อ วิชาแรกเป็นการสอบก

หัวข้อประเด็น

- ระบบการสอบที่เข้มงวด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ซึ่งเขยิบไปแต่ละนาทีด้วยความฝืดยิ่งนัก ระบบการสอบของอ๊อกซฟอร์ดนั้น ไม่เหมือนกับที่อาตมาเคยเจอะสมัยที่ จุฬาฯ ซึ่งวันหนึ่งปกติสอบวิชาเพียงวิชา เดียว เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เตรียม ตัวหนังสือกันเต็มที่ สอบเสร็จแล้ว ยังมีเวลาให้พักอย่างน้อย ๆ ก็วันหนึ่ง จึงจะสอบวิชาใหม่ ส่วนของที่นี่ รายการ สอบอยู่ติดกันเป็นพืด สอบทั้งเช้าทั้งบ่าย ติดต่อกันไปจนจบรายการ เรียกว่า ไม่ต้องมีการตั้งตัวกันเลย การเข้มงวดของห้องสอบนั้น ก็ พอ ๆ กับการสอบเอ็นทรานซ์ในเมือง ไทย แต่เต็มไปด้วยพิธีการ อาจารย์ ผู้คุมการสอบแต่งตัวเต็มยศ ทุกคนสวม เสื้อครุยคำ พอแจกกระดาษสอบเสร็จ ก็นั่งกอดอกคุมเชิงอยู่ที่โต๊ะของตน วาง สีหน้าเคร่งขรึม พอได้ยินเสียงกุกกัก อะไรนิดหนึ่งก็กวาดตาไปทั่วห้อง เหมือน เหยี่ยวกำลังมองหาเหยื่อ วิชาแรกเป็นการสอบการแปลค่ารา สันสกฤตจากตาราที่เรียน ที่คัดออก มาเป็นตอน ๆ จากคัมภีร์ภควัทคีตา หิโตปเทศ และมหากาพย์ภารตะ พอ ได้รับกระดาษคำถามอาตมาก็ลงมือ เขียนทันที เพราะได้คาดการณ์มาล่วง หน้าแล้วว่าจะไม่มีเวลาให้คิดสักเท่าใด นัก และก็เป็นจริงดังคาด พอแปลเสร็จ ใต้ทบทวนเที่ยวหนึ่ง กระดิ่งหมดเวลาก็ ดังพอดี บ่ายวันนั้นเป็นการสอบวิชาที่สอง คือ ไวยากรณ์สันสกฤต คำถามนั้น ซับซ้อนและพลิกแพลงมากกว่าในวิชาแรก บางข้อต้องการทดสอบความแม่นยำของ ความจําของนักศึกษา แค่บางข้อแสดง เจตนาของอาจารย์ว่าต้องการวัดสมรรถ กําหนดให้แต่งประโยคสันสกฤตจากข้อ เวลาอีกชั่วโมงกว่า จะสอบได้หรือสอบ ความบางตอนของวรรณคดีอังกฤษ ซึ่ง ตกก็ตาม ถึงตอนนี้ก็ไม่มีความหมาย เป็นจุดที่ปรัชญาของภาษาทั้งสองนั้น ไม่สอดคล้องกัน และจากคำถามก็ สามารถตัดสินได้ว่า ไม่มีทางที่จะทำได้ เต็มบริบูรณ์ไม่ว่าจะทำได้มากเพียงใด สอบในวันที่สอง ซึ่งเป็นวันสุด ท้าย เป็นวิชาที่อาตมาหนักใจที่สุด เพราะเป็นการแต่งเรียงความภาษา อังกฤษตามหัวข้อที่กำหนดให้ ๓ เรื่อง ให้เสร็จใน ๓ ชั่วโมง ข้อสอบจะวัดผล ความรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อินเดีย ซึ่งเป็นเรื่องที่กว้างมาก พอได้รับกระดาษข้อสอบ อาตมา ก็หาดูคำถามที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาเป็น สิ่งแรก ซึ่งตามปกติแล้วจะปรากฏใน ค่าถามอย่างน้อยหนึ่งถึงสองข้อเสมอ แต่ในครั้งนี้ไม่มี มีแต่คำถามที่เกี่ยวกับ ศิลปะ วรรณกรรม และความเข้าใจใน ศาสนาฮินดูเสียเป็นส่วนมาก อาตมาจึง เลือกหัวข้อที่คิดว่าตนเองจะเขียนได้ดีที่ สุด แล้วก็ลงมือร่ายยาวลงไป พยายาม จะให้ยาวที่สุด แต่เนื่องจากอุปนิสัยของ ตนเองที่ชอบมุ่งเอาแต่สาระแก่นสารเป็น สำคัญ เขียนไปไม่นานก็ต้องหยุด เพราะ ไม่รู้จะเขียนอะไรอีกต่อไป เหลียวมองดู เพื่อนร่วมชั้นอีก ๔ คน เห็นเขากำลัง ส่วนกับการเขียนอย่างไม่หยุดยั้ง จึงหัน ไปดูนาฬิกามองดูเข็มนาทีที่ค่อย ๆ ขยับ ไปช้าๆ ใจหนึ่งก็คิดว่าเราน่าจะเขียน อะไรลงไปอีกให้มากกว่านี้ แต่อีกใจหนึ่ง ก็เชื่อมั่นว่าที่เขียนมานั้นพอแล้ว เพราะ สาระจริง ๆ มีอยู่เพียงเท่านี้ พอนึกอย่างนั้นแล้วก็หลับตาอธิษ ฐานขอให้คำตอบเป็นที่พอใจของอาจารย์ แล้วอาตมาก็ส่งกระดาษคำตอบ และ ภาพทางความคิดและปฏิภาณ มีการ เดินออกจากห้องสอบไป ถึงแม้ยังเหลือ อะไรมากนัก เพราะเป็นช่วงที่ทั้งร่างกาย เพราะ และจิตใจต้องการการพักผ่อน เท่าที่คะเนเวลาการเตรียมตัวสอบใน ครั้งนี้ อาตมาใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๑,๒๐๐ ชั่วโมง ทั้งอ่านเขียนท่องจำทำความ เข้าใจกับสิ่งที่ตนเองมีพื้นฐานมาน้อย ที่สุด ผลการสอบนั้นอาจจะไม่เป็นที่ น่าพอใจก็ได้ แต่สำหรับตนเองนั้นมี ความเชื่อเต็มเปี่ยมว่า ได้ทำสุดความ สามารถของตนแล้ว ต ผลการสอบในครั้งนี้ประกาศรวด เร็วมาก พอผ่านไปเพียง ๓ วัน รายชื่อ ของผู้ที่สอบได้ตกก็ปรากฏบนที่ประกาศ ของสนามสอบ ชื่อของอาตมานั้นอยู่ ในพวกที่สอบผ่านทุกวิชา มีคนสอบตก ในครั้งนี้สองคนจากทั้งหมดห้าคน ทั้ง คู่เป็นนักเรียนที่ได้ทุนของรัฐบาลอังกฤษ มาเรียนวิชานี้ หลังจากที่สอบถามดู ก็พบว่า สาเหตุที่คนทั้งสองสอบตกนั้น ก็เพราะขาดวินัยในการควบคุมตัวเองให้ ศึกษาด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าสมัยเมื่อ เป็นนักเรียนจะเคยมีประวัติดีเด่นทาง การศึกษามาก่อนก็ตาม แต่การเข้ามา เรียนในมหาวิทยาลัยนั้น ถ้าขาดวินัย ของตนเองแล้ว ก็นับได้ว่าเป็นหายนะ ตั้งแต่เริ่มต้นทีเดียว สําหรับตัวอาตมาเองนั้น การสอบ ครั้งนี้เป็นเครื่องวัดผลความพยายามของ คนได้อย่างดี และถือเป็นฤกษ์ดีสำหรับ การศึกษาภาษาบาลีสันสกฤตและพุทธ ศาสนาต่อไปในอนาคต อ่านต่อฉบับหน้า ED Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More