อายตนะและการเกิด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 10 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 118

สรุปเนื้อหา

โอปปาติกะ ลอยขึ้นบังเกิด เอากันล่ะคราวนี้ อัณฑชะ เกิดด้วยฟองไข่ เป็ด ไก่ ทั้งนั้น เป็นอายตนะ อันหนึ่ง สังเสทชะ เหงื่อไคลเป็นอายตนะอันหนึ่ง สำหรับเหนี่ยวรั้งใจให้สัตว์เกิดนั่นเป็นอายตนะสำหรับ บ่อเกิด ชลาพุชะ มีน้ำสำหรับเป็นอายตนะให้เกิด โอปปาติกะ อายตนะของจาตุมหาราช ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี นี่เป็นอายตนะของ ทิพย์ทั้งนั้น มีอายตนะดึงดูดให้เกิดเหมือนกัน ไม่ใช่ เท่านั้น อายตนะที่ทรามลงไปกว่านี้ อายตนะให้เกิด เป็นสัตว์เดรัจฉาน คล้ายมนุษย์เหมือนกัน อายตนะ ให้เกิดเป็นอสุรกาย แบบเดียวกันกับมนุษย์ อายตนะ เกิดเป็นเปรต แบบเดียวกับมนุษย์ อายตนะในอบายภูมิ ทั้ง ๔ สัญชีพ กาฬสุตตะ สังฆาฏะ โรรุวะ มหาโรรุวะ ตาปะ มหาตาปะ อเวจีนรก นรกทั้ง ๘ ขุมใหญ่นี้ ขุมหนึ่ง ๆ มีอุสสทนรกเป็นบริวารล้อมรอบ

หัวข้อประเด็น

- อายตนะและการเกิด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โอปปาติกะ ลอยขึ้นบังเกิด เอากันล่ะคราวนี้ อัณฑชะ เกิดด้วยฟองไข่ เป็ด ไก่ ทั้งนั้น เป็นอายตนะ อันหนึ่ง สังเสทชะ เหงื่อไคลเป็นอายตนะอันหนึ่ง สำหรับเหนี่ยวรั้งใจให้สัตว์เกิดนั่นเป็นอายตนะสำหรับ บ่อเกิด ชลาพุชะ มีน้ำสำหรับเป็นอายตนะให้เกิด โอปปาติกะ อายตนะของจาตุมหาราช ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี นี่เป็นอายตนะของ ทิพย์ทั้งนั้น มีอายตนะดึงดูดให้เกิดเหมือนกัน ไม่ใช่ เท่านั้น อายตนะที่ทรามลงไปกว่านี้ อายตนะให้เกิด เป็นสัตว์เดรัจฉาน คล้ายมนุษย์เหมือนกัน อายตนะ ให้เกิดเป็นอสุรกาย แบบเดียวกันกับมนุษย์ อายตนะ เกิดเป็นเปรต แบบเดียวกับมนุษย์ อายตนะในอบายภูมิ ทั้ง ๔ สัญชีพ กาฬสุตตะ สังฆาฏะ โรรุวะ มหาโรรุวะ ตาปะ มหาตาปะ อเวจีนรก นรกทั้ง ๘ ขุมใหญ่นี้ ขุมหนึ่ง ๆ มีอุสสทนรกเป็นบริวารล้อมรอบ ๔ ด้าน ๆ ละ ๔ ขุม เป็น ๑๖ ขุม แล้วมียมโลกนรก ตั้งอยู่ในทิศทั้ง ๔ ทิศ ๆ ละ ๑๐ ขุม เป็น ๔๐ ขุม นรกทั้ง ๔๕๖ ชุม เป็นอายตนะดึงดูดสัตวโลกทั้งนั้น เมื่อทำดีทำชั่วไปถูก ส่วนเข้าแล้ว อายตนะของนรกก็ดึงเป็นชั้น ๆ ดูดเป็น ชั้น ๆ ต้องไปติด ใครทำอะไรเข้าไว้ อายตนะมันดึงดูด ไปติด ฝ่ายธรรมกายไปเห็นก็ อ้อ สัตวโลกมันติดอย่าง นี้เอง ติดเพราะอายตนะเหล่านี้ อ้ายที่มาเกิดเหล่านี้ใคร ให้มาเกิดล่ะ อ้ายที่มาเกิดเป็นอบายภูมิทั้ง ๔ มนุษย์ ๑ สวรรค์ 5 ชั้นนี้ ใครให้เกิดล่ะเห็นทีเดียวแหละ เห็น ทีเดียว ทุกขสมุปปาท ตณฺหา ตัณหานี่แหละ เป็นแดนให้เกิดพร้อมทีเดียว ตัณหาคืออะไรล่ะ กามตัณหา ภวตัณหา วิภว ตัณหา แยกออกไปเป็นสาม เห็นตัณหาอีก อ้อ อ้ายเจ้ากามตัณหานี้ อยากได้กาม อยากได้รูป ได้เสียง ได้กลิ่น ได้รส ได้สัมผัส นั่นเอง เจ้าถึงต้องมาเกิด เออ อยากได้รูป ได้เสียง ได้กลิ่น ได้รส ได้สัมผัส ไปตีรัน ฟันแทงกันป่นปี้ รบราฆ่าฟันกันยับเยินเป็นที่เดียว เพราะอยากได้รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องอะไร เห็นชัด ๆ อย่างนี้ว่า อ้อ อ้ายนี่ เองเป็นเหตุให้เกิด กามตัณหานี่เอง อ้อ นี่อายตนะ ของกามตัณหาทั้งนั้น ใน อบายภูมิทั้ง ๔ เปรต นรก อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน เหล่านี้ มนุษย์ สวรรค์ 5 ชั้น นี่กามตัณหาทั้งนั้น อ้ายกามนี่เองเป็นตัวสำคัญ เป็นเหตุ อ้ายนี้สำคัญนัก ไม่ใช่แต่กามตัณหาฝ่ายเดียว ไปดูถึงรูปพรหม ๑๖ ชั้น พรหมปาริสัชชา พรหมปุโรหิ ๖ ตา มหาพรหมา ปริตตาภา อัปปมาณาภา อาภัสสรา ปริตตสุภา อัปปมาณสุภา สุภกิณหา เวหัปผลา อสัญญา สัตตา อวิหา อตัปปา สุทัสสา สุทัสสี อกนิฏฐ รูปพรหม ๑๖ ชั้น นี่เป็นภวตัณหา อ้ายนี่อยากได้ กัลยาณมิตร/ตุลาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org 165
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More