ข้อความต้นฉบับในหน้า
วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ ในกายมนุษย์มาถึงกาย
มนุษย์ละเอียด ในกายทิพย์มาถึงกายทิพย์ละเอียด ใน
กายรูปพรหมมาถึงกายรูปพรหมละเอียด ในกายอรูป
พรหมมาถึงกายอรูปพรหมละเอียด จนกระทั่งมาถึง
กายธรรมกาย ธรรมกายละเอียดนี้ เราต้องเดินในช่อง
ทางของศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ
นี่เอง ใจต้องหยุด ต้องหยุดทีเดียวจึงจะละ กาม
ตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหาได้ เริ่มต้นต้องหยุดเชียว
พอหยุดกึกเข้าก็ได้การทีเดียว อ้อ พอหยุดกึกเข้า กาม
ตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหาดับหมด ถ้าว่าไม่หยุดล่ะ
ก็ เป็นไม่ได้การที่เดียว ไปไม่รอดไม่พ้นทีเดียว
หยุดอะไรล่ะ ใจหยุด หยุดอยู่ศูนย์กลางดวง
ธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์นั่นแหละ พอถูก
ส่วนเข้าก็เห็นดวงศีล หยุดอยู่กลางดวงศีลนั่นแหละ
หยุดกลางของกลาง กลางของหยุด กลางที่หยุดนั่นแหละ
ถ้าว่าถึงดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิ กลางของกลางที่
หยุดนั่นแหละก็เข้าถึงดวงปัญญา หยุดอยู่ศูนย์กลางดวง
ปัญญา กลางของกลางที่หยุดนั่นแหละ เข้าถึงดวงวิมุตติ
หยุดอยู่ศูนย์กลางดวงวิมุตติ พอหยุดแล้วก็กลาง
ของกลางที่หยุดนั่นแหละ เข้าถึงดวงวิมุตติญาณทัสสนะ
พอเข้าถึงดวงวิมุตติญาณทัสสนะแล้ว หยุดอยู่ศูนย์กลาง
ของใจที่หยุดนั่นแหละ กลางของกลาง ๆ ๆ หนักเข้า
ก็เห็นกายพระโสดา เข้าถึงกายพระโสดา อ้อ พอเข้าถึง
กายพระโสดาก็รู้จักเชียว นี่พระพุทธเจ้าพระอรหันต์
ไปทางนี้ ไม่ใช่ไปทางอื่นเลย แต่พอเข้าถึงกายพระโสดา
ละเอียด ทำแบบเดียวกันอย่างนั้น หยุดอย่างเดียวกัน
นั่นแหละ หยุดอย่างนั้นแหละ พอหยุดเข้ารูปนั้นจริง ๆ
เข้าถึงกายพระสกทาคา สกทาคาละเอียด อนาคา
อนาคาละเอียด ก็รู้รสชาติของใจทีเดียว พอเข้าถึง
พระอรหัต พระอรหัตละเอียดเข้าแล้วหลุดหมด
กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ทุกรูปสุมคามิน
อย่างนี้เอง ถึงพระนิพพานเป็นที่ดับแห่งทุกข์ พอถึง
พระอรหัต ก็เห็นนิพพานแจ่ม เข้านิพพานไปได้ทีเดียว
นี้ไปอย่างนี้ ไปจริง ๆ อย่างนี้ ก็ไปได้เพราะเห็นสัจธรรม
ทั้ง ๔ แล้ว ก็เข้ามาคลุมสัจธรรมทั้ง ๔ ไว้ ยังไม่ปล่อย
ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ ข้อปฏิบัติให้ถึงความ
ดับทุกข์ มั่นกับใจดูแล้วดูอีก ทบทวนแล้วทบทวนอีก
แน่นอนในใจ พอแน่นอนในใจ เห็นทุกขสัจ สมุทัยสัจ
นิโรธสัจ มรรคสัจ พอครบสี่เข้าเท่านั้นแหละ ได้บรรลุ
พระโสดาทันที พอพระโสดาเข้าสมาบัติ นั่งอยู่ใน
ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสา
นัญจายตนฌาน วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญา
ยตนฌาน เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ทบไปทวนมา ๆ
ตาธรรมกายของพระโสดาไปเห็นทุกขสัจ สมุทัยสัจ
นิโรธสัจ มรรคสัจ รู้ด้วยญาณของพระโสดา พอ
ครบรอบ ๔ เข้าเท่านั้น ได้บรรลุพระสกทาคา หน้าตัก
๑๐ วา สูง ๑๐ วา เกตุดอกบัวตูมใสบริสุทธิ์หนักขึ้นไป
ธรรมกายพระสกทาคาเข้า ปฐมฌาน ทุติยฌาน
ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนฌาน
วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน เนว
สัญญานาสัญญายตนฌาน ทบไปทวนมาแบบเดียวกัน
เห็นทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ มรรคสัจ ในกาย
รูปพรหม เห็นชัดพอถูกส่วนเข้าก็ได้บรรลุพระอนาคา
พระอนาคาเดินสมาบัติแบบเดียวกัน เห็น ทุกขสัจ
สมุทัยสัจ นิโรธสัจ มรรคสัจ ในกายอรูปพรหมเข้าก็ได้
บรรลุพระอรหัตทีเดียว หมดกิเลสเป็นสมุทเฉทปหาน
ทีเดียว ถ้าหลักฐานเรียกว่า โสฬสกิจ เรียกว่าแค่นี้
สำเร็จโสฬสกิจแล้ว โสฬสกิจ แปลว่ากระไร กิจ ๑๖
ในเพลงที่เขาวางไว้เป็นหลักว่า เสร็จกิจ ๑๖ ไม่ตก
กันดาร เรียกว่านิพพานก็ได้ นี่แหละเสร็จกิจ ๑๖ ล่ะ
ทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ มรรคสัจ ในกายมนุษย์ ๔
ทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ มรรคสัจ ในกายทิพย์ ๔
เป็น ๘
ทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ มรรคสัจ ในกาย
รูปพรหม ๔ เป็น ๑๒ ทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ
มรรคสัจ เห็นจริงตามจริงในกายอรูปพรหมอีก ๔ มันก็
เป็น ๑๖ นี้เสร็จกิจทางพุทธศาสนา ทางพระอรหัตแค่นี้
กัลยาณมิตร/ตุลาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org
๒๑