ข้อความต้นฉบับในหน้า
นั่งสมาธิ ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ทำสมาธิอย่าง
สม่ำเสมอ ยังเล่นไพ่ คบเพื่อนเหมือนเดิม
วัดที่เห็น กับวัตรที่เห็น
เมื่อปิดภาคเรียน (เทอมปลายปี ๓)
และเริ่มเรียนภาคฤดูร้อน ข้าพเจ้าต้อง
เรียนอย่างหนัก พร้อมกันนั้นก็ทำงาน
ไปด้วย (เป็นครูสอนว่ายน้ำ) ทำให้
ในสมณะเพศมา ๑๕ วัน ข้าพเจ้าได้กลับ
ไปเยี่ยมบ้านและได้ขอร้องให้คุณแม่รักษา
ศีล ๕ (คุณพ่อรักษาศีล ๕ เป็นปกติอยู่
แล้ว) แต่ท่านก็ไม่ยอม โดยอ้างว่าต้อง
เป็นแม่ครัว ก็ต้องทำปาณาบ้าง และยัง
ต้องเลี้ยงหลาน บางครั้งก็ต้องโกหก
บ้าง ข้าพเจ้าให้เหตุผลอย่างไรคุณแม่ก็
ไม่ยอมถือศีล ๕ ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย
ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อสังคมมาก พบแล้ว สังคมในอุดมคติ
อยากอยู่อย่างสงบ จึงขออนุญาตคุณพ่อ
คุณแม่บวช โดยให้เหตุผลว่า เมื่อจบปี
๔ แล้ว ก็ต้องออกหางาน ไม่มีเวลา
มาบวช พร้อมทั้งขอร้องพ่อแม่ให้จัดงาน
เงียบ ๆ ไม่มีเหล้า ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์
และให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เพราะ
ต้องการให้เป็นการบวชที่บริสุทธิ์ที่สุด
ยังไม่ทันที่จะได้ครองผ้ากาสาว
พัสตร์ ก็รู้สึกผิดหวังเสียแล้ว ขณะที่
ข้าพเจ้ากำลังจะได้บวชเณรอยู่นั้น หลวง
พ่อ หลวงพี่ได้คุยกันเรื่องเล่นหวย และ
เรื่องน้อยใจเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่ง
รวมทั้งขณะที่บวชเป็นพระภิกษุอยู่นั้น
แม้ขณะที่นั่งฉันภัตตาหาร
หลวงพี่ก็ยังคุยกันเรื่องผู้หญิง และท้ากัน
ชกต่อย ข้าพเจ้ารู้สึกเร่าร้อนมาก ผิดหวัง
แต่ก็ได้ประโยชน์ตรงที่ ได้เห็นสภาพวัดที่
แท้จริงของวัดในชนบททั่วไป ปัจจุบันมี
ชาวบ้านไปทำบุญตักบาตรที่วัดน้อย
มาก เมื่อเทียบกับสมัยที่ข้าพเจ้ายังเป็น
เด็กตัวเล็ก ๆ แล้วแตกต่างกันมาก ซึ่ง
สมัยก่อนเมื่อถึงวันพระ ชาวบ้านจะเดิน
หลวงพ่อ
เป็นทิวแถวไม่ขาดสายไปวัดจนเต็มศาลา
เต็มกุฏิ พ่อแม่ปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังว่า
พระที่โน่นขลัง พระที่นี่มีวิชาดี ตอนนั้น
ข้าพเจ้ารู้สึกหดหู่มาก เพราะคิดว่า “พระ
พุทธศาสนาเสื่อมลงมากแล้ว”
50
ก่อนที่จะลาสิกขา หลังจากได้อยู่
เปิดเทอมต้นของปีที่ ๔ ข้าพเจ้า
คิดที่จะฝึกสมาธิอย่างจริงจัง จึงได้
ไปขอยืมลูกแก้วจากพี่ที่อยู่ชมรมพุทธฯ
ท่านหนึ่ง ซึ่งเรียนปริญญาโทปีสุดท้าย
ท่านเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดีมาก หน้าตา
อิ่มเอิบ ท่านให้ยืมดวงแก้ว พร้อมทั้งให้
คำแนะนำต่าง ๆ ตั้งแต่การนั่งสมาธิ
จนถึงชักชวนให้ไปปฏิบัติธรรมที่วัด ซึ่ง
เป็นคำแนะนำที่มีคุณค่ามาก และสุดท้าย
ก่อนจากกันวันนั้น พี่เขาชวนให้ข้าพเจ้าไป
เข้าชมรมพุทธศาสตร์ โดยพูดว่า “วัน
จันทร์นี้นะ ที่ชมรมพุทธฯ เขาจัดประชุม
กันครั้งแรก น้องไปด้วยซิ จะได้รู้จักพี่ๆ
ชมรมพุทธฯ เพื่อมีอะไรสงสัยจะได้ซัก
ถาม” ข้าพเจ้าเองรับปากก็ด้วยความ
เกรงใจ แต่ก็ไปตามที่รับปากไว้ ก้าวแรก
ที่เปิดประตูเข้าไปในชมรมฯ ข้าพเจ้ารู้สึก
ขัดเขินมาก เพราะพี่ ๆ เขายกมือไหว้ก่อน
รวมทั้งพี่ที่ให้ยืมลูกแก้วด้วย (มาทราบ
ภายหลังว่า ชื่อรัตนา ช่วยงานที่วัดอยู่ที่
จุดแจกอาหาร) จึงนับว่า เป็นคุณธรรม
ข้อแรกที่ข้าพเจ้าได้จากชมรมพุทธฯ
คือ สามารถลดทิฐิมานะในตัวออก
ได้มาก ด้วยอัธยาศัยที่จริงใจ มาร
ยาทที่ดีงาม ตลอดจนการให้คำ
แนะนำ ให้กำลังใจต่าง ๆ และ
คุณธรรมของพี่น้องชมรมพุทธฯ ทำ
ให้ข้าพเจ้าประทับใจมาก ก่อนนั้น
ข้าพเจ้าเคยทำงานชมรมต่าง ๆ มามาก
เช่น เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย
ตั้งแต่ปี ๑ เป็นว่าที่ประธานชมรมกีฬา
ทางน้ำของวิทยาเขตกำแพงแสน (ประธาน
ชมรมฯ อยู่ที่บางเขน) เคยเป็นประธาน
จัดการแข่งขันว่ายน้ำ เป็นผู้นำในการ
ผลิตก้อนเชื้อของชมรมเห็ด ทำให้สา
มารถเปรียบเทียบได้ถึงความจริงใจ การ
ทำงาน และคุณธรรมทุก ๆ ข้อ ระหว่าง
ชมรมพุทธฯ กับชมรมอื่น ๆ และในสายตา
ของข้าพเจ้าที่มีต่อสมาชิกชมรมพุทธ
ศาสตร์แต่ก่อนนั้น รู้สึกว่า เป็นคน
เชื่อง ๆ ไม่เอาไหน (เมื่อเทียบกับ
คนทั่วไปซึ่งเฮฮา) เห็นแล้วก็รู้สึก
ว่า ตนเองจะเข้ากับเขาไม่ได้ แต่มา
บัดนี้ เมื่อข้าพเจ้าไปสัมผัสกับสมาชิก
ชมรมพุทธฯ ด้วยตัวเองเพียงไม่กี่วัน
ทัศนคติที่มีต่อสมาชิกชมรมพุทธฯ
ก็เปลี่ยนไป โดยทราบว่า เฉลี่ย
กัลยาณมิตร / ตุลาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org