การดำเนินชีวิตที่มีคุณค่า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 10 หน้า 33
หน้าที่ 33 / 118

สรุปเนื้อหา

และชีวิต เป็นผู้กระทำการต่าง ๆ ด้วยความเข้าใจ เหตุผล และสภาพความจริง ๒. วิริยพล กำลังความเพียร เป็นผู้ประกอบกิจ ทำหน้าที่การงานต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา ด้วยความบากบั่น พยายาม ไม่ได้ทอดทิ้งหรือย่อหย่อนท้อถอย ๓. อนวัชชพล กำลังสุจริต ๑ หรือกำลังความ บริสุทธิ์ คือ มีความประพฤติและหน้าที่การงาน สุจริตไร้ โทษ สะอาด บริสุทธิ์ ไม่มีข้อที่ใครจะติเตียนได้ ๔. สังคหพล กำลังการสงเคราะห์ คือ ได้ช่วย เหลือเกื้อกูลทำตนให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ เป็น สมาชิกที่มีคุณประโยชน์ของชุมชน ตัวอย่างเช่น เป็นข้าราชการ พึงจำสั้น ๆ ว่า รู้งานดี ทำหน้าที่ไม่บกพร่อง มือสะอาด ไม่ขาด มนุษยสัมพันธ์ (อง.นวก. ๒๓/๒๐๙/๓๗๖) ค. ลุจุดหมายของชีวิต คือ ดำเนินชีวิตให้บรรลุ ประโยชน์ที่เป็นจุดหมายของการมีชีวิต ที่เรียกว่า อรรถะ ๓ คือ ทิฏฐ

หัวข้อประเด็น

- การดำเนินชีวิตที่มีคุณค่า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

และชีวิต เป็นผู้กระทำการต่าง ๆ ด้วยความเข้าใจ เหตุผล และสภาพความจริง ๒. วิริยพล กำลังความเพียร เป็นผู้ประกอบกิจ ทำหน้าที่การงานต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา ด้วยความบากบั่น พยายาม ไม่ได้ทอดทิ้งหรือย่อหย่อนท้อถอย ๓. อนวัชชพล กำลังสุจริต ๑ หรือกำลังความ บริสุทธิ์ คือ มีความประพฤติและหน้าที่การงาน สุจริตไร้ โทษ สะอาด บริสุทธิ์ ไม่มีข้อที่ใครจะติเตียนได้ ๔. สังคหพล กำลังการสงเคราะห์ คือ ได้ช่วย เหลือเกื้อกูลทำตนให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ เป็น สมาชิกที่มีคุณประโยชน์ของชุมชน ตัวอย่างเช่น เป็นข้าราชการ พึงจำสั้น ๆ ว่า รู้งานดี ทำหน้าที่ไม่บกพร่อง มือสะอาด ไม่ขาด มนุษยสัมพันธ์ (อง.นวก. ๒๓/๒๐๙/๓๗๖) ค. ลุจุดหมายของชีวิต คือ ดำเนินชีวิตให้บรรลุ ประโยชน์ที่เป็นจุดหมายของการมีชีวิต ที่เรียกว่า อรรถะ ๓ คือ 0. ทิฏฐธัมมิกัตถ์ ประโยชน์ปัจจุบัน หรือ ประโยชน์เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นขั้นต้น คือธรรมดา สามัญ ที่มุ่งหมายกันในโลกนี้ มีทรัพย์ ยศ เกียรติ ไมตรี ชีวิตคู่ครองที่เป็นสุข เป็นต้น อันเกิดมีขึ้นด้วยกำลังความ เพียรสติปัญญาของตนโดยทางชอบธรรม และรู้จัก ปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านั้น ในทางที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขโดย ชอบ ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ๒. สัมปรายิกัตถ์ ประโยชน์เบื้องหน้า หรือ ประโยชน์ด้านคุณค่าของชีวิต ซึ่งเป็นขั้นลึกล้ำสำหรับชีวิต ด้านใน เป็นหลักประกันชีวิตในอนาคตและภพหน้า คือความเจริญงอกงามแห่งชีวิตจิตใจที่ก้าวหน้าเติบใหญ่ ขึ้นด้วยคุณธรรม มีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา ดำรงตนอยู่ในศีลธรรม ได้ใช้ทิฏฐธัมมิกัตถะในทางที่ ชอบธรรม เป็นคุณประโยชน์ จนเป็นผู้มีความมั่นใจใน ความดีของตน ถึงเวลาละโลกนี้ไปก็มีใจสงบครองสติได้ ไม่ห่วงกังวลทุรนทุรายหรือหวาดหวั่นกลัวภัยแห่งโลกหน้า 0. ปรมัตถ์ ประโยชน์สูงสุด หรือประโยชน์ที่ เป็นสาระแท้ของชีวิต ซึ่งเป็นจุดหมายขั้นสุดท้าย ที่ชีวิตควร จะเข้าถึงคือ การรู้แจ้งสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความ เป็นจริง รู้เท่าทันคติธรรมดาของสังขารธรรม ไม่ตกเป็น ทาสของโลกและชีวิต ไม่ถูกบีบคั้นด้วยอำนาจความยึด ติดถือมั่น สามารถทำจิตให้เป็นอิสระ ปลอดโปร่งผ่องใส สะอาดสว่างและสงบ มีความสุขประณีตภายใน เรียก สั้น ๆ ว่านิพพาน คือดับกิเลส และกองทุกข์ได้ อรรถะ ๓ ประการนี้ จัดแบ่งใหม่อีกแบบหนึ่ง ได้ดังนี้ 0 ๑. อัตตัตถะ ประโยชน์ตน คือการที่ได้ฝึกฝนอบรม ตนเองดี บรรลุผลแห่งการศึกษาที่แท้จริง ถึงความเจริญ งอกงามแห่งสติปัญญาและคุณธรรมต่าง ๆ เช่น สมบูรณ์ ด้วยวิชาและจรรยาพึ่งตนเองได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทั้งในแง่เศรษฐกิจสังคม และจริยธรรม ตลอดถึงปรมัตถะ ๒. ปรัตถะ ประโยชน์ผู้อื่น หรือประโยชน์ท่าน คือประกอบด้วยเมตตากรุณา และมีความสามารถที่จะทำ ชีวิตของตนให้เกื้อกูลแก่ผู้อื่น ด้วยการช่วยเหลือ ทำตนให้ เป็นคุณประโยชน์ เป็นที่พึ่งแก่ผู้อื่นได้ ทั้งทางวัตถุและ ทางจิตใจ ๓. อุภยัตถะ ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย คือประโยชน์ร่วมกัน อันเกิดจากสิ่งที่เป็นของกลาง ในทางวัตถุ เช่น ถนนหนทาง ในทางนามธรรม เช่นศิลป วิทยาและศีลธรรม ดำเนินชีวิตของตนให้เป็นไปเพื่อ ประโยชน์สุข และความดีงามร่วมกันอย่างน้อยไม่ให้การ แสวงประโยชน์ตนเป็นไปเพื่อกระทบกระเทือนเสียหาย ต่อประโยชน์สุขของส่วนรวม (ข.จ. ๓๐/๒๕๕/๓๘๙) * แปลตามศัพท์ว่า กำลังการกระทำที่ปราศจากโทษ กัลยาณมิตร/ตุลาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org ๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More