ข้อความต้นฉบับในหน้า
การสัมมนา “จริยธรรม
การเป็นผู้นำ” ครั้งที่ ๒
การอบรมสัมมนาพิเศษเรื่อง “จริย
ธรรมการเป็นผู้นำ” ครั้งที่ ๒ โดย
ฝ่ายกิจการพลเรือนกองอำนวยการ
รักษาความมั่นคงภายใน ภาค ๑ ร่วม
กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์
กัลยาณมิตรล้านนา ระหว่างวันที่
๑๖-๑๘ กันยายน ๒๕๓๐ ณ คณะ
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากหลายอาชีพ คือ
ข้าราชการครู ข้าราชการทหาร ข้า
ราชการพลเรือน อาจารย์มหาวิทยาลัย
ชาวสวน และนักธุรกิจ ซึ่งมีการศึกษา
ตั้งแต่ระดับต่ำกว่าปริญญาตรี จนถึง
ปริญญาตรี โท และเอก มีระดับปริญญา
ตรีมากที่สุด รวมผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งสิ้น
๕๖ คน
จากการตอบแบบสอบถามความ
คิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนา ๔๑ คน
พอสรุปได้ดังนี้
ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านเห็นพ้อง
ต้องกันว่า คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าเป็นสัจธรรม สามารถนำไปปรับใช้
ในชีวิตจริงได้ทุกเรื่อง และไม่ขัดกับ
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่
มีเพียง ๑ ท่านเท่านั้น (เป็นชาย) ที่ยังไม่
แน่ใจ
สำหรับผลที่ได้รับจากการสัมมนา
ในครั้งนี้นั้น เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่าทุก
ท่านมีความเห็นตรงกันว่า เหตุแห่ง
- ศูนย์รวมข่าว
ปัญหาทั้งปวงส่วนใหญ่มาจากตัวเรา
เอง ดังนั้นทุกท่านจึงยึดเหตุผล ไม่ยึด
อารมณ์ของตนเป็นใหญ่ในการตัดสิน
และแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งมั่นใจว่าวิธีแก้
ปัญหาในพระพุทธศาสนาเป็นวิธีการที่
เราจะนำมาใช้ได้กับทุกปัญหาในสังคม
ปัจจุบัน
ทุกท่านเชื่อมั่นว่าการบริหารเวลา
เป็น จะทำให้ได้รับความสำเร็จทั้งทาง
โลกและทางธรรม ทั้งยังเชื่อมั่นว่าถ้า
ศึกษาและปฏิบัติธรรมมากขึ้น ก็จะเข้า
ใจตัวเองมากขึ้น ดังนั้นทุกท่านจึงตั้ง
ปณิธานว่าจะตั้งใจกำจัดกิเลส ซึ่งเป็น
ต้นเหตุของอุปนิสัยที่ไม่ดีในตัวให้หมด
ไปทีละน้อยๆ ด้วยการบำเพ็ญทาน รักษา
ศีล และเจริญภาวนา อย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้สงสัยไม่
แน่ใจบางเรื่องดังนี้คือ
มีอยู่ ๒ ท่าน ที่ยังสงสัยไม่แน่ใจ
ว่าท่าดีต้องได้ดี ท่าชั่วต้องได้ชั่ว
๓ ท่าน ยังสงสัยว่า นิพพาน
มีจริงหรือ
๑๒ ท่าน ยังสงสัยว่า นิทานชาดก
เกี่ยวกับการระลึกชาติของพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าเป็นเรื่องจริง หรือว่าเป็นเรื่อง
เล่าสําหรับสอนคติธรรม
สามารถเปลี่ยนทัศนคติที่ผิด ๆ เกี่ยวกับ
โลกและชีวิตของตนให้ถูกต้อง จึงทำ
ให้ทุกท่านมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา
เป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เข้าร่วม
สัมมนา ๑ ท่าน สงสัยไม่แน่ใจว่าเราเกิด
มาทำไม เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี ทำ
แต่กุศลกรรมความดีจริงหรือ
อนึ่ง ผู้เข้าอบรมหลายท่านมีข้อ
เสนอแนะที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
๑. ต้องการให้มีการจัดการสัมมนา
เช่นนี้อีก และให้ขยายไปทั่วทั้งภาค และ
ทุกภาคในประเทศไทย
๒. ต้องการโอกาสซักถามปัญหา
ธรรมะให้มากสักหน่อย
๓. ควรเพิ่มวิทยากร (เพราะสงสาร
หลวงพ่อต้องเหนื่อยมาก)
๔. ควรมีการฝึกสมาธิมากขึ้นอีก
๔. ควรมีการประชาสัมพันธ์
ให้กว้างขวางขึ้นอีก
สรุปได้ว่าการจัดประชุมสัมมนา
เรื่อง “จริยธรรมการเป็นผู้นำ” ครั้งที่
๒ นี้ บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุก
ประการ นับเป็นความสำเร็จอันยิ่ง
ใหญ่ของผู้จัดผู้เข้าร่วมสัมมนา และท่าน
วิทยากรผู้เป็นที่รักและเคารพอย่างสูง
เรื่องที่น่ายินดียิ่งกว่าเรื่องใด ๆ
ของผู้ใฝ่สันติธรรมทุกท่าน ซึ่งคณะผู้
จัดอบรมสัมมนาต้องขอกราบขอบพระคุณ
หลวงพ่อเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ทั้งหมด เพราะเป็นสิ่งที่วัดผลการสัมม
นาครั้งนี้ว่าประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งก็คือ
ทุกท่านตั้งใจจะพัฒนาตนเองเพื่อให้
สามารถทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรแก่ ข้าราชการดีที่โลกต้อง
ผู้อื่นได้
การ
สิ่งที่น่ายินดีไม่ยิ่งหย่อนกว่า ก็คือ
ทุกท่านที่เข้าร่วมสัมมนาเข้าใจหลัก
ธรรมที่สำคัญ ๆ ในพระพุทธศาสนา
กรมทางหลวง ได้นิมนต์หลวงพ่อ
ทัตตชีโว ไปบรรยายธรรมในหัวข้อ
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๓