การดำเนินชีวิตอย่างมั่นใจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 10 หน้า 32
หน้าที่ 32 / 118

สรุปเนื้อหา

คนมีชีวิตอยู่อย่างมั่นใจ (ชีวิตที่เลิศล้ำสมบูรณ์) บทความพิเศษ ก็ไม่วู่วามตามอารมณ์ หรือหลงไปตามสิ่งที่เย้ายวน ศึกษาสิ่งต่าง ๆ ให้มีความรู้ชัดหยั่งเห็นเหตุผล เข้าใจ ภาวะของสิ่งทั้งหลายจนเข้าถึงความจริง ๒. สัจจะ รักษาสัจจะคือ สงวนรักษาดำรงตน มั่นในความจริงที่รู้ชัดเห็นชัดด้วยปัญญา เริ่มตั้งแต่ จริงวาจา จริงในหลักการ จริงในการปฏิบัติ จนถึง จริงปรมัตถ์ ๓. จาคะ เพิ่มพูนจาคะ คือ คอยเสริมหรือทวี ความเสียสละ ให้เข้มแข็งมีกำลังแรงยิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพื่อ ป้องกันหรือทัดทานตนไว้มิให้ตกไปเป็นทาสของลาภ โดยพระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) สักการะและผลสำเร็จเป็นต้น ที่ตนได้สร้างขึ้นอันคอยล่อ คนที่มีความมั่นใจในชีวิตของตน จนไม่ หวาดหวั่นพรั่นพรึง แม้ต่อความตาย ก็เพราะได้ดำเนินชีวิตของตนอยู่อย่างดีที่สุด และได้

หัวข้อประเด็น

- การดำเนินชีวิตอย่างมั่นใจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คนมีชีวิตอยู่อย่างมั่นใจ (ชีวิตที่เลิศล้ำสมบูรณ์) บทความพิเศษ ก็ไม่วู่วามตามอารมณ์ หรือหลงไปตามสิ่งที่เย้ายวน ศึกษาสิ่งต่าง ๆ ให้มีความรู้ชัดหยั่งเห็นเหตุผล เข้าใจ ภาวะของสิ่งทั้งหลายจนเข้าถึงความจริง ๒. สัจจะ รักษาสัจจะคือ สงวนรักษาดำรงตน มั่นในความจริงที่รู้ชัดเห็นชัดด้วยปัญญา เริ่มตั้งแต่ จริงวาจา จริงในหลักการ จริงในการปฏิบัติ จนถึง จริงปรมัตถ์ ๓. จาคะ เพิ่มพูนจาคะ คือ คอยเสริมหรือทวี ความเสียสละ ให้เข้มแข็งมีกำลังแรงยิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพื่อ ป้องกันหรือทัดทานตนไว้มิให้ตกไปเป็นทาสของลาภ โดยพระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) สักการะและผลสำเร็จเป็นต้น ที่ตนได้สร้างขึ้นอันคอยล่อ 30 คนที่มีความมั่นใจในชีวิตของตน จนไม่ หวาดหวั่นพรั่นพรึง แม้ต่อความตาย ก็เพราะได้ดำเนินชีวิตของตนอยู่อย่างดีที่สุด และได้ใช้ชีวิตนั้นให้เกิดคุณประโยชน์คุ้มค่า กับการที่ได้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง เรียกได้ว่า เป็นอยู่อย่างผู้มีชัย ประสบความสำเร็จในการ ดำเนินชีวิต คนเช่นนั้นคือ ผู้ที่ได้เข้าถึง จุดหมายแห่งการมีชีวิต และดำเนินชีวิตของตน ตามหลักการต่อไปนี้ ก. มีฐานที่มั่นคง ซึ่งใช้เป็นที่ยืนหยัดให้สามารถ ยึดเอาผลสำเร็จสูงสุดอันเป็นที่หมายได้ โดยไม่เกิดความ สำคัญตนผิดไม่เปิดช่องแก่ความผิดพลาดเสียหาย และไม่ เกิดสิ่งมัวหมองหมักหมมทับถมตน ด้วยการปฏิบัติตาม หลักธรรมว่า อธิษฐาน (ธรรมเป็นที่มั่น) ๔ ประการ คือ ๑. ปัญญา ใช้ปัญญา คือ ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา ทำกิจการต่าง ๆ ด้วยความคิด เมื่อประสบเหตุใด ๆ เร้าเย้ายวนให้เกิดความยึดติด ลำพอง และลุ่มหลงมัวเมา สิ่งใดเคยชินเป็นนิสัยหรือเคยยึดถือไว้ แต่ผิดพลาด ไม่จริง ไม่ถูกต้อง ก็สามารถละได้ทั้งหมด เริ่มแต่สละ อามิสจนถึงสละกิเลส ๔. อุปสมะ รู้จักสงบใจ คือ รู้จักหาความสุขสงบ ทางจิตใจ ฝึกตนให้สามารถระงับความมัวหมองดับความ ขัดข้องวุ่นวายอันเกิดจากกิเลสได้ ทำจิตใจให้สงบผ่องใส รู้จักรสแห่งสันติ คนที่รู้จักรสแห่งความสุขอันเกิดจาก ความสงบใจแล้วย่อมจะไม่หลงใหลมัวเมาในวัตถุและลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นต้น โดยง่าย (ม.อุ ๑๔/๖๘๒/๒๓๗) ข. ทรงพลังภายใน คือ มีกำลังที่เกิดจากคุณ ธรรม ความประพฤติปฏิบัติที่เป็นหลักประกันของชีวิต ซึ่งทำให้เกิดความมั่นใจในตนเองจนไม่มีความหวาดหวั่น กลัวภัย เรียกว่า พละ (ธรรมอันเป็นกำลังใจ) มี ๔ ประการ กล่าวคือ ๑. ปัญญาพล กำลังปัญญา คือ ได้ศึกษา มีความรู้ความเข้าใจถูกต้องชัดเจน ในเรื่องราวและกิจการ ที่ตนเกี่ยวข้องตลอดไปถึงสภาวะอันเป็นธรรมดาของโลก Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร/ตุลาคม ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More