การปรับปรุงคนพาลในวัด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 10 หน้า 55
หน้าที่ 55 / 118

สรุปเนื้อหา

ทั้งคนดีมีทั้งคนพาล พูดง่าย ๆ คือที่ ไหนถ้าปลามาได้ งูก็มาได้ทุกแห่งไป สำหรับผู้ที่เป็นผู้ปกครองวัด ยังมีหน้าที่ อีกประการหนึ่ง คือสนับสนุนให้คนดี ได้ประพฤติธรรมได้เต็มที่ แล้วแก้ ไขให้พระภิกษุ สามเณร หรือคน อาศัยวัดที่เป็นพาล ให้ปรับปรุงตัว เองดีขึ้น หากแก้ไขไม่ได้หรือไม่ยอมแก้ ไข ก็ต้องหาทางให้เขาออกจากวัดไป งานนี้ต้องการความเด็ดขาด นี่คือหน้าที่ของผู้ปกครอง คือ ปรับปรุงแก้ไขคนพาลที่พอจะแก้ไข ได้ให้ดีขึ้นและกำจัดคนเลวจริง ๆ ออกจากหมู่คณะ เป็นการเปิดโอกาส ให้คนดีสร้างความดีให้เต็มที่ การ จะกระทำอย่างนี้ได้ต้องมีคุณธรรมอยู่ อย่างหนึ่งครับ คือ ต้องทำตัวเหมือน “พระอาทิตย์” ต้องตั้งใจฟาดฟันกับ กิเลสของคนอื่น ตั้งใจฟาดฟันกับคนชั่วที เดียว ขึ้นชื่อว่าคนชั่วคนพาลแล้ว เอาไว้ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นพระสั

หัวข้อประเด็น

- การปรับปรุงคนพาลในวัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทั้งคนดีมีทั้งคนพาล พูดง่าย ๆ คือที่ ไหนถ้าปลามาได้ งูก็มาได้ทุกแห่งไป สำหรับผู้ที่เป็นผู้ปกครองวัด ยังมีหน้าที่ อีกประการหนึ่ง คือสนับสนุนให้คนดี ได้ประพฤติธรรมได้เต็มที่ แล้วแก้ ไขให้พระภิกษุ สามเณร หรือคน อาศัยวัดที่เป็นพาล ให้ปรับปรุงตัว เองดีขึ้น หากแก้ไขไม่ได้หรือไม่ยอมแก้ ไข ก็ต้องหาทางให้เขาออกจากวัดไป งานนี้ต้องการความเด็ดขาด นี่คือหน้าที่ของผู้ปกครอง คือ ปรับปรุงแก้ไขคนพาลที่พอจะแก้ไข ได้ให้ดีขึ้นและกำจัดคนเลวจริง ๆ ออกจากหมู่คณะ เป็นการเปิดโอกาส ให้คนดีสร้างความดีให้เต็มที่ การ จะกระทำอย่างนี้ได้ต้องมีคุณธรรมอยู่ อย่างหนึ่งครับ คือ ต้องทำตัวเหมือน “พระอาทิตย์” ต้องตั้งใจฟาดฟันกับ กิเลสของคนอื่น ตั้งใจฟาดฟันกับคนชั่วที เดียว ขึ้นชื่อว่าคนชั่วคนพาลแล้ว เอาไว้ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าก็ทรงให้คุณธรรมมาอีก ๑ ข้อสำหรับ ผู้ปกครองหมู่คณะ คือ “บำเพ็ญตบะ” ตปะ หรือ ตบะ แปลว่า คุณ เครื่องสำหรับเผาผลาญความชั่ว ความบาป หมายความว่า ถ้ามีคนชั่ว อยู่ก็เผาผลาญคนชั่วให้หมดไป รวมทั้ง ถ้าตัวเองยังมีนิสัยไม่ดีอยู่ก็ต้องบำ เพ็ญตบะเผานิสัยไม่ดีในตัวเองให้หมดไป เช่นกัน วิธีที่จะเผาคนชั่วให้ออกไปจาก หมู่คณะหรือนิสัยเลว ๆ ในตัวของเรา ให้หมดไป วิธีหนึ่งที่ชะงัดมากเลยคือ การกำหนดกฎของวัดอย่างเคร่งครัด เกรี้ยวกราดของเจ้า เช่นการอยู่ธุดงค์อย่างเคร่งครัด พอเรา ตั้งเป็นกฎว่าที่วัดเรานี้ถึงเวลาต้องฝึกอยู่ ธุดงค์กัน ต้องเจริญภาวนาอย่างต่อเนื่อง กันเป็นระยะ ๆ บ้าง ฯลฯ ซึ่งแน่นอนคน เกเรคนชั่วทั้งหลายจะไม่อยากอยู่อยาก ทำ เมื่อไม่อยากอยู่อยากทำ แต่กฎของ วัดจะต้องอยู่ต้องทำ เขาก็ต้องยักย้ายถ่าย เทออกจากวัดของเราไป เหลือแต่คนดี ๆ จะได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมถางทาง ไปพระนิพพานกันได้เร็ว ๆ ตามปฏิปทา ที่เราได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อวันบวช นอกจากการบำเพ็ญตบะด้วยการ อยู่ธุดงค์ การทำภาวนาแล้ว การเคร่ง ครัดต่อระเบียบวินัยต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ เราสามารถกำจัดคนพาลออกไปได้ใน เร็ววัน หรือถ้าเขาไม่เลวจนเกินไป ก็จะ สามารถปฏิวัติอุปนิสัยให้กลับคืนดี แล้ว อยู่ร่วมกับหมู่คณะได้อย่างเป็นสุขตลอด ไป “กฎระเบียบต่าง ๆ อาจยืดหยุ่น ได้ แต่ยืดยาดไม่ได้” อักโกธะ” แก้ปัญหาความหวาด กลัว ความฉุนเฉียว อาวาส หรือของผู้ ปกครอง มีสิ่งหนึ่งที่ผู้ปกครองทุกท่านมัก จะมองข้ามไป แล้วพวกเราเองก็มักจะนิน ทาท่านภายหลัง คือผู้ปกครอง ไม่ว่าจะ ปกครองวัดหรือปกครองบ้าน แต่เดิมก็ นิสัยดี ๆ น่ารักด้วยกันทุกคน เป็นพระ ก็พระน่ารักด้วยกันทุกรูป แต่พอรับหน้า ที่การปกครองเข้าไปแล้ว นิสัยฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์มักจะเกิดขึ้นมา เมื่อก่อนก็ เรียบร้อยดี แต่พอเป็นผู้ปกครอง เป็น เจ้าอาวาส เป็นเจ้าบ้านผ่านเมืองขึ้นมา แล้ว อารมณ์ฉุนเฉียวมันมักจะมาคือ โกรธง่ายแล้วก็โกรธบ่อย ๆ แล้วความ โกรธของผู้ใหญ่น่ะ น่ากลัว เป็นอันตราย ต่อเราน้อยเมื่อไร เมื่อใครมีผู้บังคับบัญชา มีเจ้าอา วาสเป็นคนฉุนเฉียว ก็จะไม่ค่อยปลอด ภัยนัก โดยเฉพาะนักคิด นักพัฒนาผู้มี หัวก้าวหน้า ย่อมไม่กล้าแสดงความคิด เห็นที่ดี ๆ ออกมา นี่เป็นความกลัวอย่าง หนึ่งของลูกวัดหรือคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ถามว่า ทำไมพอมาเป็นเจ้าอาวาส มา เป็นผู้บังคับบัญชา นิสัยจึงเสียไปอย่างนั้น ก็มิใช่เสียทุกคนหรือทุกรูปไปนะครับ แต่ ว่ามีแนวโน้มว่าจะเสีย ไม่เคยฉุนเฉียว ก็มาฉุนเฉียว ไม่เคยโกรธง่ายก็โกรธ ง่าย เคยหน้าตายิ้มผ่องใสกับเรามา กัลยาณมิตร / ตุลาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org 83
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More