ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้งคนดีมีทั้งคนพาล พูดง่าย ๆ คือที่
ไหนถ้าปลามาได้ งูก็มาได้ทุกแห่งไป
สำหรับผู้ที่เป็นผู้ปกครองวัด ยังมีหน้าที่
อีกประการหนึ่ง คือสนับสนุนให้คนดี
ได้ประพฤติธรรมได้เต็มที่ แล้วแก้
ไขให้พระภิกษุ สามเณร หรือคน
อาศัยวัดที่เป็นพาล ให้ปรับปรุงตัว
เองดีขึ้น หากแก้ไขไม่ได้หรือไม่ยอมแก้
ไข ก็ต้องหาทางให้เขาออกจากวัดไป
งานนี้ต้องการความเด็ดขาด
นี่คือหน้าที่ของผู้ปกครอง คือ
ปรับปรุงแก้ไขคนพาลที่พอจะแก้ไข
ได้ให้ดีขึ้นและกำจัดคนเลวจริง ๆ
ออกจากหมู่คณะ เป็นการเปิดโอกาส
ให้คนดีสร้างความดีให้เต็มที่ การ
จะกระทำอย่างนี้ได้ต้องมีคุณธรรมอยู่
อย่างหนึ่งครับ คือ ต้องทำตัวเหมือน
“พระอาทิตย์” ต้องตั้งใจฟาดฟันกับ
กิเลสของคนอื่น ตั้งใจฟาดฟันกับคนชั่วที
เดียว ขึ้นชื่อว่าคนชั่วคนพาลแล้ว เอาไว้
ไม่ได้ เพราะฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าก็ทรงให้คุณธรรมมาอีก ๑ ข้อสำหรับ
ผู้ปกครองหมู่คณะ คือ “บำเพ็ญตบะ”
ตปะ หรือ ตบะ แปลว่า คุณ
เครื่องสำหรับเผาผลาญความชั่ว
ความบาป หมายความว่า ถ้ามีคนชั่ว
อยู่ก็เผาผลาญคนชั่วให้หมดไป รวมทั้ง
ถ้าตัวเองยังมีนิสัยไม่ดีอยู่ก็ต้องบำ
เพ็ญตบะเผานิสัยไม่ดีในตัวเองให้หมดไป
เช่นกัน วิธีที่จะเผาคนชั่วให้ออกไปจาก
หมู่คณะหรือนิสัยเลว ๆ ในตัวของเรา
ให้หมดไป วิธีหนึ่งที่ชะงัดมากเลยคือ
การกำหนดกฎของวัดอย่างเคร่งครัด เกรี้ยวกราดของเจ้า
เช่นการอยู่ธุดงค์อย่างเคร่งครัด พอเรา
ตั้งเป็นกฎว่าที่วัดเรานี้ถึงเวลาต้องฝึกอยู่
ธุดงค์กัน ต้องเจริญภาวนาอย่างต่อเนื่อง
กันเป็นระยะ ๆ บ้าง ฯลฯ ซึ่งแน่นอนคน
เกเรคนชั่วทั้งหลายจะไม่อยากอยู่อยาก
ทำ เมื่อไม่อยากอยู่อยากทำ แต่กฎของ
วัดจะต้องอยู่ต้องทำ เขาก็ต้องยักย้ายถ่าย
เทออกจากวัดของเราไป เหลือแต่คนดี ๆ
จะได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมถางทาง
ไปพระนิพพานกันได้เร็ว ๆ ตามปฏิปทา
ที่เราได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อวันบวช
นอกจากการบำเพ็ญตบะด้วยการ
อยู่ธุดงค์ การทำภาวนาแล้ว การเคร่ง
ครัดต่อระเบียบวินัยต่าง ๆ ก็จะช่วยให้
เราสามารถกำจัดคนพาลออกไปได้ใน
เร็ววัน หรือถ้าเขาไม่เลวจนเกินไป ก็จะ
สามารถปฏิวัติอุปนิสัยให้กลับคืนดี แล้ว
อยู่ร่วมกับหมู่คณะได้อย่างเป็นสุขตลอด
ไป “กฎระเบียบต่าง ๆ อาจยืดหยุ่น
ได้ แต่ยืดยาดไม่ได้”
อักโกธะ”
แก้ปัญหาความหวาด
กลัว ความฉุนเฉียว
อาวาส หรือของผู้
ปกครอง
มีสิ่งหนึ่งที่ผู้ปกครองทุกท่านมัก
จะมองข้ามไป แล้วพวกเราเองก็มักจะนิน
ทาท่านภายหลัง คือผู้ปกครอง ไม่ว่าจะ
ปกครองวัดหรือปกครองบ้าน แต่เดิมก็
นิสัยดี ๆ น่ารักด้วยกันทุกคน เป็นพระ
ก็พระน่ารักด้วยกันทุกรูป แต่พอรับหน้า
ที่การปกครองเข้าไปแล้ว นิสัยฉุนเฉียว
เจ้าอารมณ์มักจะเกิดขึ้นมา เมื่อก่อนก็
เรียบร้อยดี แต่พอเป็นผู้ปกครอง เป็น
เจ้าอาวาส เป็นเจ้าบ้านผ่านเมืองขึ้นมา
แล้ว อารมณ์ฉุนเฉียวมันมักจะมาคือ
โกรธง่ายแล้วก็โกรธบ่อย ๆ แล้วความ
โกรธของผู้ใหญ่น่ะ น่ากลัว เป็นอันตราย
ต่อเราน้อยเมื่อไร
เมื่อใครมีผู้บังคับบัญชา มีเจ้าอา
วาสเป็นคนฉุนเฉียว ก็จะไม่ค่อยปลอด
ภัยนัก โดยเฉพาะนักคิด นักพัฒนาผู้มี
หัวก้าวหน้า ย่อมไม่กล้าแสดงความคิด
เห็นที่ดี ๆ ออกมา นี่เป็นความกลัวอย่าง
หนึ่งของลูกวัดหรือคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชา
ถามว่า ทำไมพอมาเป็นเจ้าอาวาส มา
เป็นผู้บังคับบัญชา นิสัยจึงเสียไปอย่างนั้น
ก็มิใช่เสียทุกคนหรือทุกรูปไปนะครับ แต่
ว่ามีแนวโน้มว่าจะเสีย ไม่เคยฉุนเฉียว
ก็มาฉุนเฉียว ไม่เคยโกรธง่ายก็โกรธ
ง่าย เคยหน้าตายิ้มผ่องใสกับเรามา
กัลยาณมิตร / ตุลาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org
83