ข้อความต้นฉบับในหน้า
“แหม...ไม่คิดเลยว่า ชีวิตของเราจะมีโชคดีอย่างนี้
ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ทางซ้าย ทางขวา ข้างหน้า
ข้างหลัง ข้างล่าง ข้างบน ก็มีแต่ของอร่อย ๆ ทั้งนั้น...
เฮ้อ...ชาตินี้เราไม่ต้องดิ้นรนไปที่ไหนอีกแล้ว กินใน
นี้ นอนในนี้ สุขี สุโข ไม่มีใครมายุ่งกับเรา ไม่ต้องกลัว
ใครแย่ง ไม่ต้องกลัวใครรังแก ไม่ต้องตากแดดตากฝน
แหม....บรมสุขจริง ๆ ...อื้อ...กินเยอะไปหน่อย หนังท้อง
ตึง หนังตาชักจะหย่อน เอ้อ....นอนดีกว่าเรา....”
สุนัขจิ้งจอกหาวปากกว้าง แล้วนอนแผ่อย่าง
มีความสุข
วันเวลาผ่านไปแรมเดือน จนย่างเข้าปลายฤดูฝน
ฝนตกน้อยลง อากาศภายนอกเริ่มร้อนขึ้นจนแผดเผา
หนังช้างให้แห้งและแข็งยิ่งขึ้นไปอีก ช่องทวารที่ก้น
ช้างซึ่งเมื่อโดนฝน หนังที่แผ่ออกมานั้น เริ่มหดตัวจับ
ติดกันทีละน้อย ๆ จนปิดสนิท และไม่มีแสงสว่างเข้าไป
ในท้องช้างเลย
สุนัขจิ้งจอกเริ่มรู้สึกตัวว่า มันหลงติดอยู่ในท้อง
ช้างจนไม่มีทางออกเสียแล้ว มันตกใจและหวาดกลัว
มาก พยายามตะกุยตะกาย กัดตรงนั้น แทะตรงนี้
วุ่นวายไปหมด แต่ก็หาทางออกไม่ได้ แม้ซากช้างก็ยัง
เป็นอาหารอันโอชะ แต่ความหวาดวิตกกลัวตาย
ทำให้มันหมดหวังสิ้นแรง สิ้นกำลัง นอนหมดอาลัย
ตายอยากอยู่ในนั้น
แต่ชะตาของสุนัขจิ้งจอกยังไม่ถึงฆาต ขณะที่
มันนอนรอคอยความตายอยู่นั้น บังเอิญมีฝนตกใหญ่
ทําให้หนังที่ปิดอยู่ตรงช่องทวารนั้นคลายตัวลงและ
เปิดออกเล็กน้อย สุนัขจิ้งจอกมองเห็นแสงสว่าง
เล็ดลอดเข้ามา มันดีใจมาก วิ่งไปที่ช่องทวารนั้นทันที
แต่เนื่องจากฝนตกลงมาไม่มากนัก ช่องทวารจึงอ่อน
ตัวลงเพียงเล็กน้อย ไม่พอให้สุนัขจิ้งจอกเล็ดลอดออก
มาได้ แล้วมันก็ไม่กล้าปล่อยเวลาให้เนิ่นนานต่อไปอีก
เพราะไม่แน่ใจว่า ช่องทวารจะหดตัวปิดลงไปอีกครั้ง
หรือไม่
“เราต้องออกไปจากที่นี้ให้ได้” สุนัขจิ้งจอกบอก
กับตัวเอง
สุนัขจิ้งจอกเริ่มรู้สึกตัวว่า มันหลงติด
อยู่ในท้องช้างจนไม่มีทางออกเสียแล้ว
มันตกใจ และหวาดกลัวมาก
พยายามตะกุยตะกาย กัดตรงนั้น
แทะตรงนี้ วุ่นวายไปหมด
แต่ก็หาทางออกไม่ได้
แม้ซากช้างจะยังเป็นอาหารอันโอชะ
แต่ความหวาดวิตกกลัวตาย
ทำให้มันหมดหวังสิ้นแรง สิ้นกำลัง
นอนหมดอาลัยตายอยากอยู่ในนั้น
๑๒ C
มิถุนายน ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org