ข้อความต้นฉบับในหน้า
วัตถุอยู่อย่างมากมายทีเดียว โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง พระธาตุเจดีย์
บรรดาสถูปเจดีย์ต่าง ๆ ทางเมืองเหนือ
นั้นมักเรียกกันโดยสามัญว่า “ธาตุ” หรือ
“พระธาตุ” และไม่เรียกเป็นองค์ แต่เรียก
เป็นดวง เช่น พระธาตุดวงนี้ พระธาตุดวงนั้น
หรือพระธาตุสองดวง จุดประสงค์ของ
การสร้างพระสถูปเจดีย์ของเขา สร้างขึ้นเพื่อ
บรรจุอัฐิธาตุ มีทั้งพระบรมสารีริกธาตุ อรหัต
ธาตุ หรือแม้แต่ท้าวพระยามหากษัตริย์ที่สิ้น
พระชนม์แล้วก็นำพระอัฐิไปบรรจุในพระเจดีย์
เหมือนกัน ซึ่งตำนานหรือประวัติแห่งการ
ก่อสร้างก็บ่งไว้เช่นนั้น โดยเหตุนี้ชาวเมือง
เหนือจึงใช้คำว่า ธาตุ หรือ พระธาตุ สืบ
มาจนถึงปัจจุบัน
การที่นำเอาคำว่า “เจดีย์” มาต่อท้าย
คำว่า “ธาตุ” เพราะเจดีย์เป็นคำที่เข้าใจกันทั่ว
ไป อันแปลได้ว่าสิ่งซึ่งยังความระลึก หรือ
สถานที่อันเป็นที่รวมพลังจิตใจ เจดีย์แบ่งออก
ได้เป็น ๓ อย่างคือ
๑) ธาตุเจดีย์ หมายถึง เจดีย์ที่บรรจุ
พระบรมสารีริกธาตุหรือพระธาตุต่าง ๆ
๒) บริโภคเจดีย์ หมายถึง เจดีย์อัน
มีความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้า เช่น สัง
เวชนียสถานทั้ง ๔ คือ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้
ประทานปฐมเทศนา และสถานที่ที่เสด็จดับขันธ
ปรินิพพาน
๓) พระธรรมเจดีย์ หมายถึง พระ
คัมภีร์ซึ่งแสดงถึงหลักฐานคำสั่งสอนของ
พระพุทธเจ้า จักเป็นหนังสือหรือแผ่นจารึกก็
ตาม และแม้กระทั่งคำจารึกพระธรรมเหล่านั้น
บรรจุไว้ ณ สถานที่ใด ที่นั้นก็ตกอยู่ในฐานะ
ของความเป็นพระธรรมเจดีย์ด้วย
โบราณสถานของเมืองเชียงแสนล้วน
แล้วแต่มีประวัติความเป็นมาที่น่าศึกษาทั้ง
สิ้น ดังโบราณสถานที่เรากำลังจะไปชมกันอยู่
นี้ ก็เป็นที่แห่งหนึ่ง ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นนัก
ท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือต่างประเทศก็
ตาม เมื่อได้มาเยือนเชียงแสนแล้ว อดไม่ได้ที่
จะต้องไปให้ถึง “วัดพระธาตุผาเงา"
๔๘
๓
จากเชียงแสนเลี้ยวขวาไปตามถนน
สายเล็ก ๆ เลียบไปตามริมแม่น้ำโขงประ
มาณ ๓ กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่กี่
หลังคาเรือน เบื้องหน้าที่เห็นอยู่ เป็นเขาลูก
เตี้ย ๆ มีต้นไม้ปกคลุมโดยทั่วไป ยังไม่ถึงกับ
เป็นเขาหัวโล้น บนยอดเขาที่เห็นอยู่ไกลมี
เจดีย์อยู่บนนั้นด้วย ความตื่นเต้นมาพร้อมกับ
ความสงสัยที่อยู่ในใจว่า ที่นั่นคือที่ไหน เขา
เรียกว่าอะไร เบื้องหน้าก่อนถึงเขาลูกเตี้ย ๆ
นี้ เห็นสะพานปูน มีป้ายเขียนบอกไว้ “แม่น้ำ
คำ” รถวิ่งข้ามสะพานไปได้อย่างสบาย ๆ
สังเกตดูหนทางที่ผ่านมา แม้เป็นเพียงถนน
แคบ ๆ แต่ก็ลาดยางมาตลอด ผ่านสะพานไม่
นานนัก ถนนเริ่มโค้ง เลียบเชิงเขาดังกล่าว เข้า
เขตบ้านสบคำข้างหน้า ด้านขวามือแลเห็นตัว
หนังสือตัวโตพอสมควรว่า “วัดพระธาตุผา,
เงา” รถเลี้ยวเข้าสู่ซุ้มประตูที่ก่อด้วยอิฐ
สีแดง ซึ่งสูงตระหง่านเป็นสง่าดุจเจ้าของบ้าน
๑. วัดป่าสักเป็นวัดเก่าที่ยังมีซาก
ฐานแสดงอาณาบริเวณของวัดได้
อย่างชัดเจน
๒. ในบริเวณวัดสองพี่น้อง (เวียง
ปรึกษา) มีเจดีย์เก่าสององค์ยังคง
รักษาไว้ พร้อมทั้งมีการตกแต่ง
อาณาบริเวณให้น่าดูยิ่งขึ้น ผู้ที่
ประสงค์จะศึกษาศิลปะเจดีย์แบบ
เชียงใหม่ตอนต้น ซึ่งเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยม
มีซุ้มจรนัมออก 4 ด้าน น่าจะศึกษา
จากเจดีย์องค์นี้ที่เป็นแบบเก่าแก่
ที่สุดพอ ๆ กับเจดีย์ป่าสัก ส่วนอีก
องค์หนึ่งแม้จะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยม
แบบเชียงใหม่ตอนต้นเหมือนกัน
แต่สร้างรุ่นหลังกว่ากัน ด้วยเรือน
ธาตุสี่เหลี่ยมนั้นได้ย่อมุมย่อเก็จ
เสียแล้ว
๓. พระธาตุเจดีย์ในเมืองเชียงแสน
ส่วนใหญ่มักถูกทำลายจากนักแสวง
หาของมีค่าที่บรรจุไว้ในเจดีย์ โดย
เจาะเป็นปล่องลงไปบริเวณฐาน
ทำให้เจดีย์พังทลาย หรืออย่างน้อย
ที่สุดก็ทรุดเซจนเสียรูปทรงของ
องค์เจดีย์ไป
ที่มายืนคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือนโดยกระนั้น
ลักษณะของการก่อสร้างตั้งแต่วัสดุที่ใช้จนถึง
รูปแบบ สันนิษฐานว่าคงจะเป็นศิลปะแบบพื้น
เมืองของคนในถิ่นนี้ ซุ้มประตูสร้างเป็นสาม
ส่วน คือส่วนบนสุด สร้างเป็นเจดีย์ยอดแหลม
มีฐานรองรับอย่างสมบูรณ์ ส่วนที่สอง ทำเป็น
ซุ้มทิศโปร่งทั้งสี่ด้าน ส่วนบนของซุ้มทำมุมกัน
ด้านข้างระหว่างซุ้มแต่ละซุ้ม มีมุขยื่นออก
มามองดูคล้ายกับนำแท่งสามเหลี่ยมไปติดเอา
ไว้ ส่วนบนและด้านข้างซุ้มก่อเป็นลวดลาย
คล้ายกับหน้าบันของอุโบสถ ส่วนล่างของซุ้ม
อาจจะเรียกเป็นฐานก็ว่าได้ ก่ออิฐให้ดูมีมุม
เหลี่ยม ส่วนที่สาม เป็นซุ้มใหญ่ส่วนบนโค้ง
เหมือนอุโมงค์ด้านข้างทั้งสองด้านใช้มุมของ
อิฐมาแต่ง เป็นลวดลายลดหลั่นกันไปเป็นชั้น ๆ
ซุ้มประตูนี้ มองดูแล้ว เห็นถึงความอ่อนช้อย
งดงามแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ความประ
ณีตของผู้สร้าง ซุ้มประตูนี้ คงจะสร้างมา
มิถุนายน ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org