ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐๘
“เธอเป็นอะไรหรือ?” อาตมาถามมองดูโยมคำแสน ดูอาตมาด้วยท่าทางงง ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่คน
อย่างงง ๆ
“เป็นเอามาก ๆ ทีเดียวแหละครับ” โยมคำแสน
ตอบพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ “มันพยายาม
จะฆ่าตัวตายมา ๒ ครั้งแล้ว ครั้งแรกกินยาฆ่าแมลง
เข้าไป เคราะห์ดีเรานำส่งโรงพยาบาลให้หมอล้างท้อง
ไว้ทัน ครั้งที่ ๒ เมื่อคืนนี้เอง มันจะผูกคอตายกับชื่อ
แต่แม่พบเสียก่อน เวลานี้ต้องเปลี่ยนเวรกันเฝ้าดูมัน
ผมกลุ้มใจเหลือที่สุด ขอนิมนต์ท่านเทศน์ให้มันฟังด้วย”
“เรื่องราวมันเป็นมาอย่างไรลองเล่าให้อาตมา
ฟังซิ ถ้ารู้สาเหตุบางที่อาตมาอาจจะช่วยได้บ้าง”
“ดวงตา เล่าเรื่องให้ท่านฟังซิลูก” มารดาของเธอ
บอก “แล้วท่านจะได้เทศน์ให้ฟัง เจ้าจะได้สบายใจ”
ปลอบโยนดุด่าและห้ามปรามมิให้เธอฆ่าตัวตาย โดย
มิได้คาดหมายมาก่อนจึงรู้สึกงงงัน และความงงงัน
ของเธอนี้เองจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการได้สติสัมปชัญญะ
กลับคืน
“แต่ก่อนที่เธอจะตาย อาตมาอยากจะขอเวลา
สนทนากับเธอสักเล็กน้อย อาตมาอยากจะทราบสาเหตุ
ที่เธอคิดจะฆ่าตัวตายครั้งนี้ เล่าเรื่องให้อาตมาฟังด้วยว่า
เรื่องราวมันเป็นอย่างไร?”
ดวงตานั่งก้มหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เล่าว่า
“เมื่อก่อนสงกรานต์ประมาณ ๗ วัน ข้าเจ้าได้พบ
กับชายหนุ่มเมืองใต้คนหนึ่งชื่อ ประเสริฐ เขาขึ้นมา
เที่ยวงานสงกรานต์กับเพื่อนอีก ๒ คน พักอยู่โรงแรม
แห่งหนึ่งในเวียง วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ข้าเจ้ากับเพื่อน
อีก ๒ คน ได้ขึ้นไปเที่ยวบนพระธาตุดอยสุเทพ ขณะที่
เรากำลังปีนขึ้นบันไดนาค ประเสริฐและเพื่อนก็เข้ามา
ทักทายปราศรัยกับเรา ชวนเราคุยถึงเรื่องต่าง ๆ อย่าง
ดวงตายังคงนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร
โยมคำแสนและภรรยาได้พยายามปลอบโยนและขอร้อง
ให้เธอเล่าเรื่อง แต่ไม่ได้ผล ดวงตาไม่ยอมปริปากพูดเลย
แม้แต่น้อย อาตมาพยายามข่มจิตให้เป็นสมาธิ ทำให้
สมาธิเต็มอิ่มด้วยเมตตาธรรมแล้วก็พุ่งพลังแห่งเมตตาจิต เป็นกันเอง บนพระธาตุเขาได้เลี้ยงน้ำดื่มเราและถ่ายรูป
นั้นไปที่ดวงตา เสร็จแล้วจึงพูดขึ้นว่า
“ดวงตาเอ๋ย เวลานี้เธอกำลังอยากตายใช่ไหม?”
“ใช่” ดวงตาพูดขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้ทุกคน
ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ดีแล้ว” อาตมาพูดต่อไป “อาตมาเห็นใจเธอที่เธอ
กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์และอยากตาย อาตมาจะไม่ห้าม
ปรามเธอแต่อย่างใด ตรงกันข้ามจะช่วยให้เธอได้ตาย
สมความปรารถนา
พอได้ยินคำพูดของอาตมาเท่านั้น ทุกคนถึงกับ
สะดุ้ง แม้แต่ดวงตาเองก็ชะงักการร้องไห้ เงยหน้าขึ้นจ้อง
ให้เราตามมุมต่าง ๆ ประเสริฐท่าทางสนใจในข้าเจ้า
เป็นพิเศษ เมื่อลงจากพระธาตุแล้ว เราเลยไปนั่งคุยกัน
ในสวนสน ประเสริฐนั่งคุยกับข้าเจ้า เพื่อนเขาสองคน
จับคู่สนทนากับเพื่อนข้าเจ้า ๒ คน
ประเสริฐเล่าให้ข้าเจ้าฟังว่าเขาเป็นลูกชายของ
นายพลคนหนึ่ง ตัวเขาเองเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว
เวลานี้กำลังทำงานอยู่กับบริษัทฝรั่งแห่งหนึ่ง ได้เงินเดือน
๔,000 บาท ซึ่งนับว่าเหลือใช้สำหรับเขาคนเดียว เขา
บอกว่า เขาอายุ ๒๕ ปี แต่ยังไม่มีแฟน ตั้งใจจะมาหา
แฟนทางเมืองเหนือ เพราะได้ทราบกิตติศัพท์ว่า สาวเมือง
มิถุนายน ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org