ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นบรรยากาศแบบไทย ๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง
รวมทั้งประชาชนแถบนี้ก็แต่งตัวเป็นคนไทยสมัย
โบราณ คือนุ่งผ้าลายโจงกระเบนสวมใส่เสื้อ
ทรงกระบอก ที่ยิ่งกว่านี้คือความมีน้ำใจของ
ประชาชนแถบนี้ที่มีความเลื่อมใสในพระรัตน
ตรัยเป็นอย่างยิ่ง
ครั้งแรกในจุดนี้ ข้าพเจ้ากังวลเรื่อง
อาหารถวายพระมาก นอกจากกัลยาณมิตร
อยุธยาแล้วก็มีแขวงการทางอยุธยา และ
ได้บอกบุญชาวตลาดวังน้อยร่วมด้วย การณ์
จำเป็นข้าพเจ้ารวมทั้งคนอื่น ๆ ก็ช่วยกันเค้นออก
มาจนได้ เพื่อช่วยการเดินธุดงค์ครั้งนี้ให้
สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
เมื่อพระเดินมาได้ไม่นานนัก ก็ได้ยิน
เสียงลอยตามลม บอกให้สาธุชนออกมาต้อนรับ
พระ และร่วมทำบุญ เสียงนั้นเป็นเสียงของ
ทายกของวัดศรีประชานั่นเอง วัดศรีประชา
อยู่ทางซ้ายมือขอบถนน ทางเข้าวัดเป็นร่องยก
สูงขึ้นมา มีทิวสนสองข้างทางร่มรื่น ช่วงนี้ผืนนา
อยู่ต่ำกว่าถนนมาก วัดอยู่ด้านในริมคลอง
โรงเรียนวัดอยู่ซ้าย พระอุโบสถโดดเด่นอยู่
ด้านขวา ศาลาการเปรียญทรงไทยหลังใหญ่
มากอยู่ตรงกลาง มีท่าสรงน้ำริมคลองด้าน
ซ้ายมือ มีบันไดลงท่าน้ำด้วย
เมื่อพระมาถึงก็ได้เห็นภาพที่ประทับใจ
คือนักเรียนตัวน้อย ๆ มาเข้าแถวตามแนวสน
๒ ฝั่งทางเข้าวัด ยืนคอยต้อนรับพระ โดย
การพนมมือไหว้พระ และพระภิกษุสงฆ์ ๒๓
รูปของวัดก็มาต้อนรับพระธุดงค์ของเราด้วย
เวลาฉันท่านก็มาฉันรวมด้วย
บริเวณที่เตรียมไว้สำหรับปักกลด คือ
ข้าง ๆ พระอุโบสถเป็นที่โล่ง ๆ ไม่มีร่มเงา
เลยแม้แต่น้อย แสงแดดที่แผดกล้ามากมาย
อะไรอย่างนี้ ข้าพเจ้านึกถึงบุญทุก ๆ อย่าง
เท่าที่จะนึกได้ พร้อมทั้งอาราธนาบุญอัน
มหาศาลของหลวงพ่อทั้งสองให้ช่วยลูก ๆ ของ
ท่านด้วย อากาศร้อนเหลือเกิน แต่ที่นี่ก็มีสิ่ง
ชดเชยอยู่อย่างหนึ่ง คือมีศาลาการเปรียญ
ทรงไทยแบบโบราณ มีใต้ถุนสูงและกว้างขวาง
จุคนได้เป็น 9,000 คน ศาลานี้ใช้ได้สารพัด
ประโยชน์คือ ฉันภัตตาหารและปฏิบัติธรรมใน
ตัวเสร็จ วัดนี้แปลกมากมีกุฏิทุกหลังเป็นทรง
ไทยล้วน ตั้งเรียงรายอยู่ริมคลอง มีท่าลง
สรงน้ำของพระสงฆ์ สรงได้ครั้งละมาก ๆ ซึ่ง
Kalyanamitra.org
ปรากฏว่าเรื่องอาหารสมบูรณ์มากต้องเรียกว่า
บุญของพระจริง ๆ บุญเป็นอย่างไรนั้น พระ
ทุก ๆ รูปที่เดินธุดงค์ในครั้งนี้คงซึ้งอยู่แก่ใจ
ชาวตลาดวังน้อยนั้น นำอาหารมาเป็นหม้อ ๆ
ศูนย์กัลยาณมิตรอยุธยานำอาหารมา ๓๐๐
ชุด รวมทั้งแขวงการทางอยุธยานำมาสมทบ
ด้วย ๒๐๐ ถุง อาหารที่นำมาเลี้ยงเพลพระ
๕๐๐ รูปเสร็จแล้ว ยังมีเหลือเลี้ยงชาวบ้าน
ได้ทั้งศาลา แถมยังแจกนักเรียนโรงเรียนวัด
เอากลับบ้านอีกด้วยถึงได้หมด ข้าพเจ้านั่ง
รับประทานอาหารไป น้ำตาแห่งความปีติก็
ไหลอาบแก้มไปด้วย หลวงพ่อธัมมชโยเคย
สอนลูก ๆ ไว้ว่า เมื่อใจของคนเราพบ
ความสุขภายในแล้วนั้น บางคนจะมีน้ำตา
เย็นไหลออกมา น้ำตานั้นคือน้ำตาแห่ง
ความปีติ ข้าพเจ้าเคยผิดหวังเคยเศร้าสร้อย
เคยหลั่งน้ำตาแห่งความไม่สมหวังมามากต่อ
มาก แต่คราวนี้ลูกได้พบน้ำตาแห่งความปีติ
น้ำตาแห่งความสมหวังแล้ว ท่านผู้อ่านเคยพบ
บ้างหรือยัง พบแล้วมีแต่ความสุขความเย็นกาย
เย็นใจที่เรียกว่าความปีติเป็นอย่างนี้นี่เอง
เสร็จแล้วข้าพเจ้ากล่าวคำอนุโมทนาบุญ
กับเหล่ากัลยาณมิตรด้วยน้ำตานองหน้า ส่วน
เขาเหล่านั้นก็มาอนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้า
ที่ชี้แนะหนทางในการสร้างมหาทานบารมีให้
กับพวกเขา แม้วันคืนจะล่วงไปนานเท่าใด
ภาพการทำบุญสร้างบารมีของชาวบ้าน
และกัลยาณมิตรเหล่านี้ จะยังติดตาตรึงใจ
ของข้าพเจ้าและพระทุกรูป ที่สำคัญคือ
๘๑