ข้อความต้นฉบับในหน้า
บารมีท่านมาก เมื่อเจริญพระชนม์ในครรภ์
พระมารดา พระมารดาก็ไม่มีความทุกข์ ไม่
ต้องแพ้ท้อง โอดโอย ทุรนทุราย พระมารดา
มีแต่ความแช่มชื่นใจ อยากทำบุญ อยาก
รักษาศีล อยากนั่งสมาธิ นี่ก็คือความยิ่งใหญ่
ของบรมครูของเรา ท่านแจกจ่ายความสุขสบาย
ให้ทุกคนตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิทีเดียว
ปรากฏการณ์อัศจรรย์
ในพระประสูติกาล
ด้วยอำนาจบุญที่ทำมาดีแล้ว เมื่อจุติลง
สู่ครรภ์พระมารดา ลักษณะของท่านก็ไม่
เหมือนคนทั่วไป ทรงลักษณะที่สมบูรณ์ที่สุด
แข็งแรงที่สุด และได้สัดส่วนที่ดีที่สุดด้วย และ
ในวาระพระประสูติกาล ก็ได้มีปรากฏการณ์
เป็นที่อัศจรรย์เกิดขึ้นอีกหลายประการ เช่น
ประการที่ ๑ ด้วยลักษณะมหาบุรุษ
ที่สมบูรณ์แข็งแรง ศูนย์ถ่วงของร่างกายจึงดี
เหลือเกิน ขณะที่พระองค์อยู่ในครรภ์พระ
มารดา แทนที่จะนอนคุดคู้งอตัวเหมือนลูกแมว
ลูกหมู พระวรกายของพระองค์กลับนั่งสมาธิ
มิถุนายน ๒๕๖๑
อยู่ในครรภ์พระมารดาจนครบ ๑๐ เดือน จึง
ประสูติออกมา เวลาคลอดก็ไม่เหมือนคน
ทั่วไป ซึ่งเอาหัวออก ทำให้แม่ต้องนอน
คลอด แต่เมื่อพระพุทธเจ้าประสูตินั้น ไม่
ทรงทำความลำบากให้พระมารดาเลย พระ
มารดายืนคลอด พอพระองค์ยืดขา หลุด
จากพระครรภ์มารดาก็ทรงยืนได้ทันที พอยืนก็
ก้าวไปได้เลย เจ็ดก้าว และยังพูดได้ด้วย
คำพูดที่ท่านเปล่งออกมาทันทีที่ประสูติ เรียกว่า
อาสภวาจา คือ วาจา หรือคำพูดที่ประกาศ
ถึงความเป็นผู้มีความสามารถสูงสุดใน
โลก พระองค์ตรัสว่า
“เราเป็นผู้เลิศแห่งโลก เราเป็นผู้
เจริญที่สุดแห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐสุด
ในโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ภพใหม่
ย่อมไม่มี” เป็นหลักฐานได้ว่า ผู้มีบุญบารมี
แก่กล้านั้นเมื่อประสูติก็สามารถพูดได้เลย
ประการที่ ๒ เมื่อพระองค์ประสูติ
นั้น เทวดาทั้งหลายต่างพากันมารอรับและดูแล
อารักขา คนอื่น ๆ มองไม่เห็น มีแต่พระมารดา
เท่านั้นที่เห็นชัดว่า มีเทวดาเข้ามารับ เทวดา
เหล่านี้ คือเทวดาที่ไปอัญเชิญพระองค์มา
ประสูตินั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อเชิญลงมาแล้ว
ก็เลยตามมาดูแลอารักขาด้วย
เมื่อพระโพธิสัตว์ประสูติ เท้ายังไม่ถึงดิน
ก็มีเทพบุตรทั้ง ๔ มารองรับพระองค์ท่านไว้
แล้วทูลกับพระมารดาว่า
“พระแม่เจ้าจงพอพระทัยเถิด บุตร
อันมีศักดาใหญ่ของพระแม่เจ้าเกิดแล้ว”
ยิ่งกว่านั้น เวลาพระองค์ประสูติ พระ
วรกายของพระองค์ยังสะอาดหมดจด ไม่
เปื้อนด้วยเลือด เมือกหนอง ไม่เปื้อนด้วยของ
เน่าเหม็นอย่างคนธรรมดา นับเป็นผู้สะอาด
หมดจด เหมือนอย่างเอาแก้วมณีวางบนผ้า
เนื้อเกลี้ยง แก้วนั้นไม่เปื้อนผ้า และผ้าก็ไม่
เปื้อนแก้วอย่างนั้น
ประการที่ ๓ เมื่อประสูติแล้วปรากฏ
ว่ามีท่อน้ำธารน้ำอุ่นเกิดขึ้นกลางอากาศให้ได้
สรงทีเดียว ถามว่าเกิดจากบุญอะไร ตอบว่า
บุญที่ท่านไม่เคยหวงน้ำดื่มน้ำใช้ข้ามภพข้าม
ชาติมานั่นแหละ ถึงคราวประสูติ บุญก็ตามมา
มีน้ำตกกลางอากาศหลั่งไหลเป็นน้ำฝน ที่
เหมาะแก่ทารก เป็นปรากฏการณ์อัศจรรย์
อย่างยิ่ง
ประการที่ ๔ ทันทีที่ประสูติก็เกิด
แสงสว่างเจิดจ้า สว่างชนิดที่เรียกว่า แม้นรกที่
มืดมิดก็ยังสว่างด้วยรัศมีที่เกิดจากการประสูติ
ยิ่งกว่านั้นแผ่นดินก็ยังไหวด้วย สำหรับพวก
เรา ถึงไม่ได้เท่าผงธุลีของพระองค์ แต่ว่าเมื่อ
เกิดมาแล้วได้เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
พร้อมต่อการปฏิบัติธรรม และมีเครื่องอำนวย
ความสะดวกเพื่อการปฏิบัติธรรมให้พร้อม
ก็นับว่าเป็นการดีไม่น้อยอยู่แล้วสำหรับการ
สร้างบารมีต่อไปภายหน้า ผู้ที่สะสมบุญบารมี
อย่างเต็มที่เช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
เวลาเกิดนอกจากจะมีปรากฏการณ์อัศจรรย์
เกิดขึ้นดังนี้แล้ว ยังมีลักษณะพระวรกายที่
สมบูรณ์งามสง่าเป็นเลิศ ซึ่งเรียกว่า “ลักษณะ
มหาบุรุษ” อีกด้วย
อ่านต่อฉบับหน้า
๖๔
Kalyanamitra.org