การค้นหาความหมายของชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 6 หน้า 78
หน้าที่ 78 / 124

สรุปเนื้อหา

ข้าพเจ้าก็ไม่ชอบ เพราะข้าพเจ้าเลือกเรียนสายครู เพราะรักใน อาชีพนี้ จนกระทั่งข้าพเจ้ารู้จัก วัดพระธรรมกาย และได้มาที่วัด ในงานบุญอาทิตย์ต้นเดือน เดือนกันยายนปี ๒๕๒๙ โดยการ แนะนำของเพื่อนที่เป็นสมาชิกชมรมพุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย รามคำแหง ครั้งนั้นข้าพเจ้าได้พบกับความหมายของชีวิตที่ค้นหา มานาน และข้าพเจ้าพบว่าข้าพเจ้ามีชีวิตที่สมบูรณ์ หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็วนเวียนมาวัดติดต่อกันถึงสี่ครั้ง จนครั้งที่ห้า ข้าพเจ้าก็ได้มาอบรมที่นี่ โดยไม่คิดว่าจะมีวันนี้ นับว่าข้าพเจ้ามีโชคและบุญอย่างมากที่เกิดในครอบครัวส้ม การอบรม “อาสากัลยาณมิตร” เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. มาทิฐิ มีคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นพุทธมามกะที่เข้าใจพุทธศาสนา ถ้าจะถามข้าพเจ้าว่าใครดีที่สุดในตอนนั้น คำตอบคงไม่พ้นคุณ พ่อคุณแม่ แม้ปัจจุบันข้าพเจ้ายังต

หัวข้อประเด็น

- การค้นหาความหมายของชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บทบาทใดดูช่างเป็นทางตันไปเสียหมด ยิ่งข้าพเจ้าเองเรียนสายครู จบแล้วก็คงมีอาชีพครู ซึ่งไม่ทราบแน่ว่าจะไปบรรจุที่แห่งหนตำบล ใด คุณแม่มีอายุแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะหอบหิ้วท่านไปด้วย เพราะสุขภาพท่านไม่ค่อยแข็งแรงด้วยวัยชรา สงสารท่านเกินกว่า จะตามใจท่านได้ แล้วอาชีพอื่น ๆ ล่ะที่ข้าพเจ้าพอจะเลือกได้ ข้าพเจ้าก็ไม่ชอบ เพราะข้าพเจ้าเลือกเรียนสายครู เพราะรักใน อาชีพนี้ จนกระทั่งข้าพเจ้ารู้จัก วัดพระธรรมกาย และได้มาที่วัด ในงานบุญอาทิตย์ต้นเดือน เดือนกันยายนปี ๒๕๒๙ โดยการ แนะนำของเพื่อนที่เป็นสมาชิกชมรมพุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย รามคำแหง ครั้งนั้นข้าพเจ้าได้พบกับความหมายของชีวิตที่ค้นหา มานาน และข้าพเจ้าพบว่าข้าพเจ้ามีชีวิตที่สมบูรณ์ หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็วนเวียนมาวัดติดต่อกันถึงสี่ครั้ง จนครั้งที่ห้า ข้าพเจ้าก็ได้มาอบรมที่นี่ โดยไม่คิดว่าจะมีวันนี้ นับว่าข้าพเจ้ามีโชคและบุญอย่างมากที่เกิดในครอบครัวส้ม การอบรม “อาสากัลยาณมิตร” เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. มาทิฐิ มีคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นพุทธมามกะที่เข้าใจพุทธศาสนา ถ้าจะถามข้าพเจ้าว่าใครดีที่สุดในตอนนั้น คำตอบคงไม่พ้นคุณ พ่อคุณแม่ แม้ปัจจุบันข้าพเจ้ายังตรึกระลึกถึงการสั่งสอน และ การปฏิบัติตัวของท่านอยู่เสมอ ท่านช่างเป็นผู้รู้เห็นการณ์ ๒๕๒๙ ชีวิตใหม่ของข้าพเจ้าเริ่มที่นี่ ข้าพเจ้านึกภาพอนาคต ไม่ออกเพราะไม่เข้าใจว่างานนี้จะสิ้นสุดโครงการเมื่อใด ข้าพเจ้า ได้สัมผัสที่นี่เป็นเวลาหกเดือนตั้งแต่อาทิตย์ต้นเดือนกันยายนเป็น ต้นมา ข้าพเจ้าขาดการติดต่อกับหมู่ญาติเพื่อนฝูง และที่สำคัญที่ ไกล และทันสมัยอยู่เสมอในเรื่องของการสั่งสอนอบรมลูก สุดคือ คุณแม่ ไม่ใช่เพราะทางวัดห้าม แต่เป็นเพราะข้าพเจ้า ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเป็นผู้เลือกตัดสินการกระทำ เองต้องการถามใจตนเองว่า บนเส้นทางนี้ข้าพเจ้าจริงจังกับชีวิตแค่ ทุกอย่างด้วยตนเอง คุณพ่อคุณแม่เป็นเพียงผู้ชี้แนะและให้คำ ไหน จนในที่สุดข้าพเจ้าก็ตอบตัวเองว่า นี่แหละคือเส้นทางสู่เป้า ปรึกษาเท่านั้น และนับว่าเป็นโชคอีกขั้นหนึ่ง เมื่อข้าพเจ้าได้มีครู อาจารย์ที่ดี และเป็นสัมมาทิฐิ ชีวิตของข้าพเจ้าจึงหนีไม่พ้นสถาบัน พระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จนแม้ที่สุดขณะ อยู่ระหว่างการศึกษา ข้าพเจ้าก็ได้เป็นตัวจักรตัวหนึ่งในชมรม พุทธศาสตร์ของสถาบัน สาขาวิชาเอกที่เลือกเรียน ก็เป็นเรื่องของ ปรัชญา และศาสนา ชีวิตของข้าพเจ้าจึงมีความหมายยิ่งขึ้น เมื่อชีวิตมีความ หมายมากขึ้นกว่าที่คิด คำถามเกี่ยวกับชีวิตก็ตามมา ข้าพเจ้าเฝ้า เรียนถามอาจารย์ว่า มีที่ไหนที่จะให้ข้าพเจ้าทำงานได้เหมือน ชมรมพุทธศาสตร์ แต่มีสวัสดิการพอเลี้ยงสังขารไม่ให้เดือด ร้อน หมายชีวิตที่ข้าพเจ้าต้องการ เมื่อหมู่ญาติ เพื่อนฝูงและคุณแม่ ทราบเรื่องราวจาก จดหมายของข้าพเจ้า แรก ๆ ทุกฝ่ายตั้งตัวไม่ติด คำถามมาก มายจึงประดังมาถึงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเพิ่งตระหนักในความรักที่ หมู่ญาติเพื่อนฝูง และที่สำคัญความรักของคุณแม่ที่มีต่อข้าพเจ้า จากคำถามและข้อสงสัยเหล่านั้น แต่มีอยู่บุคคลหนึ่งที่ข้าพเจ้า มีความรู้สึกซาบซึ้งและละอายระคนกันในข้อที่ข้าพเจ้าเองยังดี ไม่พออย่างที่ท่านเข้าใจ บุคคลนั้นคือคุณแม่ของข้าพเจ้าเอง คุณแม่ของข้าพเจ้า ยังทันสมัย และมองการณ์ไกลอยู่ เสมอ ถึงแม้ท่านจบการศึกษาน้อยและอยู่ชนบท คุณแม่มีจด หมายมาถึงข้าพเจ้า ตั้งแต่บรรทัดต้นจนบรรทัดสุดท้ายของคุณแม่ ช่างกินใจเหลือเกิน “...ถึงลูกที่รักยิ่ง” แม่เข้าใจและระลึกอยู่เสมอว่าตลอดเวลาที่ลูกเงียบหายไป ลูกของแม่คงกำลังตัดสินใจอะไรเกี่ยวกับชีวิตอยู่อย่างที่ลูกตัดสิน เองมาตลอด แม่เข้าใจ และการตัดสินใจของลูกครั้งนี้ แม่ก็ไม่ผิด หวังเลยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้แม่มีความรู้สึกว่ามัน เหนือกว่าทุกครั้งและเป็นครั้งแรกที่แม่ไม่มีคำปรึกษาและคำแนะนำ เพราะการตัดสินใจของลูก เป็นการตัดสินใจที่สูงกว่าที่แม่คิดว่า “อาสากัลยาณมิตร” คือ กลุ่มบัณฑิตที่มีความตั้งใจในการฝึกฝน อบรมตนให้เป็นผู้มีความอดทน เสียสละ มีระเบียบวินัย รักษาศีล ๔ ประพฤติพรหมจรรย์ ทำหน้าที่โดยตรงในการเผยแผ่พระธรรมคำ สั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพร้อมที่จะเป็นกัลยาณมิตรให้ กับตนเองและชาวโลกทุก ๆ คน ๗๖ Kalyanamitra.org มิถุนายน ๒๕๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More