ข้อความต้นฉบับในหน้า
สะพานเชื่อมใจ
ผู้อ่านส่งมา
โดย พ.พ.
ต่อจากฉบับที่แล้ว
ทันทีที่เข้าไปในห้องพัก ผมก็ใช้
ปลายกรรไกรตัดเล็บค่อย ๆ เลาะห่อกระ
ดาษออก อยากจะรู้ว่าพรตอกหนังสืออะไร
ให้ผม ประหลาดใจด้วยที่เขาบอกกับทางบ้าน
ไว้นานแล้วว่าผมจะมารับเอง
เขาลืมส่งข่าวไปบอกผม หรือเจตนาที่
จะบอกด้วยวิธีการประหลาด ๆ อย่างที่เกิดขึ้น
เมื่อคืนนี้ ...พระสูตร และอรรถกถา... อะไร
กัน พรดอ่านหนังสือในชุดพระไตรปิฎก...ผม
นั่งจ้องหนังสือชุดนี้ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่
ถูก
กร็ง ๆ ๆ
ผมเดินช้า ๆ ตรงไปยังโทรศัพท์ยกกระ
บอกขึ้นแล้วกรอกเสียงลงไป
“ห้อง ๕๐๐ ครับ”
“คุณวิโรจน์ ใช่ไหมคะ”
“ครับ”
“ทางไกลจากกรุงเทพฯ กรุณารับสาย
เลยนะคะ"
ผมบอกขอบคุณยังไม่ทันจบประโยคก็มี
เสียงแทรกเข้ามา
“ฮัลโหล ๆ ๆ”
“สวัสดีครับ ผมวิโรจน์พูดสาย... พ่อใช่
ไหมครับ” เมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงพ่อผมก็รีบ
ถามกลับไป
“ใช่ โรจน์...ยายนาคลอดแล้วนะ แก
ได้หลานชาย-
“เมื่อไหร่ครับ” ผมอดที่จะตื่นเต้นไปกับ
พ่อไม่ได้
“พักใหญ่นี่เอง เมื่อไหร่แกจะกลับ
“มะรืนครับ”
“ยายนาพักห้อง ๓๑๑ รีบกลับมาดู
หลานเร็ว ๆ นะ พ่อส่งข่าวแค่นี้แหละ
ผมห่อพระสูตรและอรรถกถาเก็บไว้ตาม
เดิม ความสงสัยเกี่ยวกับหนังสือถูกพักไว้แค่
นั้นเพราะข่าวที่ได้รับจากพ่อ
นึกถึงหลานชายแล้วก็อยากจะเห็น
หน้า ไม่รู้ว่าจะเหมือนใคร นรีกับสนธิ น้อง
สาวและน้องเขยของผมคงดีใจมากที่ได้ลูกชาย
คนแรกสมความตั้งใจ
นรีเป็นน้องสาวคนเดียวของผม แต่คน
ละแม่ คุณแม่ของเธอเสียชีวิตหลังจากคลอด
เธอได้ไม่นานเช่นเดียวกับคุณแม่ของผม
"ทำไมพ่อไม่แต่งงานใหม่อีกละครับ
ผมเคยถามพ่ออย่างนี้เมื่อหลายปีก่อน
“แต่งเข้าไปยังไงไหว พ่อแก่แล้ว"
“ไม่ใช่ตอนนี้ครับ ผมหมายถึงตอน
ที่ผมกับน้องยังเล็ก ๆ อยู่
“ฮือ ใคร ๆ เขาก็ว่าพ่อเป็นคนดวงกิน
เมียตอนนั้นไม่มีใครกล้าสบตากับพ่อด้วยซ้ำไป
ตัวพ่อเองก็ชักหวาด กลัวว่าขึ้นแต่งใหม่เขา
ตายทิ้งลูกไว้ให้เลี้ยงอีกคงแย่เหมือนกัน ว่าแต่
แกเถอะอายุขนาดนี้ควรจะแต่งงานได้แล้ว
พ่อช่วยหาให้เอาไหม"
มิถุนายน ๒๕๖๑
Kalyanamitra.org
๖๗