ข้อความต้นฉบับในหน้า
กายในกาย
ในตัวของทุกคน มีกายที่ละเอียดประณีต
ซ้อนกันอยู่เป็นชั้น ๆ กายเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้
ด้วยอำนาจการปฏิบัติธรรม คือ
เป็นอริยโคตร ได้แก่ ผู้ที่ปฏิบัติธรรมจนเข้า อานิสงส์การเห็นอริยสัจ
ถึงกายธรรมโคตรภูแล้ว มีกิเลสเบาบางลง
เป็นบุคคลที่เปรียบเสมือนเท้าซ้ายเหยียบ
บนโลกเท้าขวาเหยียบบนพระนิพพาน ถ้าตั้งใจ
ทำความดีต่อไป ก็จะมีกิเลสเบาบางลงอีกเข้า
ประพฤติศีล ๕ ก่อให้เกิดกายมนุษย์ ถึงกายธรรมที่ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นกลายเป็นพระ
ละเอียด (กายฝัน)
อริยบุคคล แต่ถ้าท้อถอยในการทำความดี
ประพฤติหิริโอตตัปปะ ก่อให้เกิด ก็จะถอยหลังกลับมาเป็นปุถุชน เป็นผู้ที่ยังหนา
กายทิพย์ (เทวกาย)
แน่นไปด้วยกิเลสอีก
เมื่อเราเข้าถึงธรรมกาย เห็นอริยสัจ
ด้วยญาณของธรรมกาย เราก็จะเข้าใจถึงความ
เป็นไปอันแท้จริงของโลกและชีวิตว่ามีแต่ทุกข์
ที่ว่าสุข ๆ กันนั้น แท้ที่จริงก็คือช่วงขณะ
ที่ความทุกข์น้อยลงนั้นเอง เราจะเข้าใจถึงคุณค่า
ของบุญกุศล อันตรายความน่าขยะแขยงของ
บาป เป็นความเข้าใจที่เข้าไปในใจจริง ๆ เวลา
มีความทุกข์หรือไปทำอะไรไม่ดีเข้า ก็จะเห็น
กายพรหม (พรหมกาย)
ประพฤติมรรค ๘ ก่อให้เกิดกาย ออกได้ไปตามลำดับ จนหมดไปในที่สุด มีใจ
ประพฤติพรหมวิหาร ๔ ก่อให้เกิด
๓. พระอริยบุคคล หมายถึงผู้ที่ปฏิบัติ
ธรรมจนกระทั่งสามารถกำจัดกิเลสต่าง ๆ
เลยว่าบาปมันเกิดขึ้นที่ใจอย่างไร เหมือนเรา
ลืมตามองเห็นดวงแก้วกลมใสแล้วมีฝุ่นผง
ตั้งมั่นอยู่ในคุณความดีอย่างแน่นแฟ้น ยึดมั่น
ละอองมาเคลือบมาจับอย่างไร เราก็จะมอง
ในพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งไม่เปลี่ยนแปลง จะ
ไม่ถอยกลับมาเป็นปุถุชนทำความชั่วอีกอย่าง
เห็นบาปมันมาหุ้มเคลือบ หมัก ดองใจของเรา
ให้ดำมืดไปอย่างนั้น
เด็ดขาด เป็นผู้มีสุคติเป็นที่ไปแน่นอน แบ่งออก
ธรรม (ธรรมกาย)
เราทุกคนสามารถจะเข้าไปรู้ไปเห็น
กายต่าง ๆ เหล่านี้ได้ด้วยตนเอง โดยการฝึก
สมาธิทำใจให้หยุด ให้นิ่ง อยู่ที่ศูนย์กลางกาย
คือ จุดกึ่งกลางท้องเหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้ว
ลักษณะของธรรมกาย
ธรรมกายมีลักษณะเป็นพระปฏิมากร
เกตุดอกบัวตูม ตลอดทั้งองค์ใสเป็นแก้ว มีรัศมี
สว่างไสวกว่าดวงอาทิตย์หลายร้อยหลายพัน
เท่า มีลักษณะมหาบุรุษครบ ๓๒ ประการ
เหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นรัตนะเป็น ๆ
หรือพระเป็น ๆ ประทับอยู่ที่ศูนย์กลางกาย
ของเราทุกคน เป็นธรรมขันธ์ประกอบด้วยธาตุ
ธรรมส่วนที่ละเอียดประณีตเป็นพิเศษ กิเลส
ทั้งมวลจึงไม่อาจเกาะติดได้ ธรรมกายนี้แหละ
มีญาณ ทำให้เห็นอริยสัจได้
ได้เป็น ๔ ระดับ คือ
เมื่อเอาน้ำมาชำระล้างแล้ว เราจะ
เห็นดวงแก้วสะอาดแวววาวใสบริสุทธิ์ขึ้น
- อย่างใด เวลาเราทำความดีทาทาน รักษาศีล
- ผู้ที่เข้าถึงกายธรรมพระโสดา
ผู้ที่สามารถเห็นอริยสัจได้ เป็นพระโสดาบัน
คนทั้งหลายอาจแบ่งตามคุณความดีใน
ตัวได้เป็น ๓ ระดับ คือ
๑. ปุถุชน หมายถึง ผู้ที่ยังหนาแน่น
ไปด้วยกิเลส ได้แก่ คนทั่วไปทั้งหลาย ซึ่งก็มีดี
บ้างเลวบ้างคละกันไป แม้นในคนเดียวกัน
บางครั้งก็ทำดีบางทีก็ทำชั่ว
๒. โคตรภูบุคคล หมายถึงบุคคลผู้
กำลังเปลี่ยนโคตร คือ เปลี่ยนจากปุถุโคตร
มิถุนายน ๒๕๖๑
- ผู้ที่เข้าถึงกายธรรมพระสกิทาคา
เป็นพระสกิทาคามี
- ผู้ที่เข้าถึงกายธรรมพระอนาคามี
เป็นพระอนาคามี
- ผู้ที่เข้าถึงกายธรรมพระอรหัตต์
เป็นพระอรหันต์
ผู้ที่จะสามารถเห็นอริยสัจได้ คือ
พระอริยบุคคลทุกระดับและโคตรภูบุคคล
ที่เข้าถึงกายธรรมโคตรภูจนชำนาญแล้ว
เจริญภาวนาแล้ว เราก็จะเห็นบุญกุศลที่เกิดขึ้น
มาชำระล้างหล่อเลี้ยงใจของเรา ให้สะอาด
บริสุทธิ์ผ่องใสสว่างไสวขึ้นอย่างนั้น
เมื่อรู้เห็นเข้าใจอย่างนี้แล้ว ย่อมมีใจตั้ง
มั่นอยู่ในความดี หมั่นบำเพ็ญอริยมรรคมีองค์
๘ ทำใจหยุด ใจนิ่ง เข้าศูนย์กลางกายหนัก
ขึ้น ๆ ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา โตใหญ่
สว่างไสว มรรค ๘ เกิดขึ้นพร้อมบริบูรณ์ที่
ศูนย์กลางกาย ใจก็หยุดนิ่งละเอียดลงทุกที ๆ
กิเลสต่าง ๆ ก็ค่อย ๆ ร่อนหลุดไปจากใจ จน
หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ พ้นจากการเวียนว่าย
ตายเกิดในวัฏสงสารได้
๖ด
Kalyanamitra.org