ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓๒
ขึ้นคือวันอาทิตย์ที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ ทรงอยู่ในฐานะ
พระมหากษัตริย์องค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ในบันทึกส่วนพระองค์ทรงบันทึกไว้ว่า
“ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องเป็นกษัตริย์ คิดเพียงจะ
เป็นน้องของพี่เท่านั้น...”
ท่ามกลางความวิปโยคเพียงแทบดวงพระราชหฤทัย
แตกสลาย ความรันทดทุกข์ทนแสนสาหัส เสียงร้องทูลขอ
สัญญาจากประชาชนนั้นดังก้องขึ้นท่ามกลางบรรยากาศท้อแท้
สิ้นหวัง
“อย่าละทิ้งประชาชน....” เสียงนั้นดุจเสียงสวรรค์ดัง
สะท้อนก้องสู่กลางดวงพระหฤทัยยุวกษัตริย์ ตรึงตราอยู่เช่นนั้น
ชั่วนิรันดร...ต่อความสำนึกในพระราชภาระอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมี
ต่อประชาชน ต่อแผ่นดินเสมอมา ทำให้ทรงมีน้ำพระทัยเด็ด
เดี๋ยวหาญกล้า เข้ามายืนหยัดรับหน้าที่อันหนักหนาสืบต่อจาก
พระบรมเชษฐาธิราชอย่างเต็มพระทัย เพราะทรงได้ประจักษ์
ว่า....จากนี้ไปไม่มีทุกข์ไหนจะทุกข์ทนไปกว่านี้อีกแล้ว และใน
สายตาของทวยราษฎร์บอกว่าไม่มีใครอีกแล้ว จะเป็นที่
พึ่งนอกจากพระองค์...ที่พึ่งองค์สุดท้ายในขณะนั้น ประชาชน
ทั้งแผ่นดินทุ่มเทความหวังมาที่พระองค์จนหมดสิ้น
“ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะละทิ้งประ
ชาชนได้อย่างไร..."
คือพระราชสัจจะที่เป็นอมตะวาจาอยู่เหนือกาลเวลา
และเป็นพลังใจอันยิ่งใหญ่ที่แปรเปลี่ยนความโศกเศร้าสิ้นหวัง
ให้กลายเป็นพลังความรับผิดชอบ ความสำนึกในหน้าที่อันสูง
ส่งเสมอด้วยแผ่นดิน ทรงแปรความทุกข์ทนให้กลายเป็นการ
ให้อภัย ให้พระเมตตาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด... เพื่อประชาชน...ทรง
ต้องเป็นเฉกเช่นดวงตะวันอยู่ร่ำไป ไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ให้แสง
สว่างแก่ผู้ใดต้องเสมอหน้ากันหมด และไม่มีหลักปกครองใด ๆ
จะนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่ปวงชนได้เท่ากับ “ทศพิธราช
ธรรม” ทำให้พระองค์มั่นพระทัยเป็นอย่างยิ่งว่า “ธรรมะ”
เท่านั้นจะนำประเทศของพระองค์ไปสู่ความเป็นอารยชาติ
เพราะน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่เสมอด้วยแผ่น
ดิน เฉกเช่นพระโพธิสัตว์ผู้สร้างสมบรมโพธิสมภารมานานนับ
ภพนับชาติไม่ถ้วน ทำให้ทรงมีพระราชมโนปณิธานอัน
แน่วแน่ว่า
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข
แห่งมหาชนชาวสยาม”
กาลเวลาผ่านไปถึง ๔๒ ปีแล้ว แต่พระสุรสีหนาท
ยังดังก้องแผ่นดินไทยและกังวานประทับอยู่ในใจทุกดวง
ประชาชนชาวไทยเป็นผู้โชคดีอย่างหาที่เปรียบมิได้ ที่มีพระ
มหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นยิ่งกว่ากษัตริย์คือเป็นจอมพรรดิแห่งธรรม
ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น
อยู่เป็นขวัญแดนโพธิ์ทองของปวงประชา
มิ่งขวัญโพธิ์ทองของชนทั่วหล้า
ราษฎร์สุขา ก็เพราะพระบารมี
ราชาเป็นทั้งมิ่งและขวัญ
ข้าอภิวันท์บังคมหวังชมศักดิ์ศรี
พระคืนมาเหล่าปวงประชาภักดี
พระปิ่นโมลีอยู่เป็นศรีไผท
...เมื่อลมฝนบนฟ้ามาแล้ว
ร่มโพธิ์แก้วจะพาพฤกษาสดใส
ข้าวรพุทธเจ้าชาวไทย
ยกกรไหว้แต่ไท้ราชา
เราน้อมเกล้าเกศถวายภูมีมอบศิรกราน
เทิดภูบาลเอาไว้เหนือฟ้า
โพธิ์ทองของชาวไทย อวยพรชัยให้มหาราชา
ช่วยกันเปล่งวาจา....ขอให้ทรงพระเจริญ
Kalyanamitra.org
มิถุนายน ๒๕๓๑