ข้อความต้นฉบับในหน้า
บ้าง เอาไปเผยแพร่ตามวัดต่าง ๆ ในสหรัฐบ้าง ขยายต้องมีค่าใช้จ่ายสูงทั้งนั้น
ซึ่งก็ช่วยทำให้คนไทยในอเมริกานี้ตื่นเต้น
แล้วก็มีความเลื่อมใสศรัทธานะคะ หลายคน
มาถามเพราะว่าได้ยินกิตติศัพท์ในหลาย ๆ
ด้าน ก็ได้มีโอกาสชี้แจงเล่าให้ฟัง แล้วก็ได้เป็น
ทนายให้พระศาสนา ช่วยให้คนมีความเข้าใจ
ในวัดพระธรรมกายมากขึ้น แม้กระทั่งในปัจจุง
บันนี้ เพราะฉะนั้น ก็ถือว่าความเป็นธรรม
ของสังคมคงจะมี อีกอย่างหนึ่งเชื่อมั่นว่าคน
ทำดีต้องได้ดี เมื่อเราทำดี แน่นอนเราก็รู้ว่าเรา
ดี แต่คนจะเห็นว่าเราดีหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของ
เขา ในเมื่อเราทำดีแล้วเราต้องมั่นคง หนักแน่น
และก็เข้มแข็ง ไม่ต้องไปหวาดหวั่น หรือระแวง
ต่อถ้อยคำวาจาของใครทั้งสิ้น ขอให้พวกเรา
หนักแน่นในการทำความดีต่อไป ไม่ว่าใครทั้ง
นั้น นับตั้งแต่หลวงพ่อท่านเจ้าอาวาส แล้ว
ก็หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสลงไปจนกระทั่งถึงคน
ทุกคนที่ช่วยทำงานให้วัด แม้กระทั่งเด็กเล็ก ๆ
ที่ตามพี่ๆ หรือพ่อแม่ไปวัด ทุกคนก็ไม่ต้องแคร์
กับเสียงดังกล่าว หรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์อะไร
ทั้งสิ้น ฟังไว้เฉย ๆ ทำความดีต่อไป วันหนึ่ง
ความจริงต้องปรากฏ เพราะความจริงก็เปรียบ
เสมือนน้ำมันย่อมลอยขึ้นเหนือน้ำเสมอ ต่อให้
ถูกน้ำจำนวนมาก กดทับไว้สักเท่าไหร่ก็ตาม
แต่วันหนึ่งน้ำมันเพียงหยดเดียวนั้นก็จะต้อง
ลอยขึ้นเหนือน้ำจนได้ เพราะฉะนั้นความจริง
จะปรากฏแก่สายตาโลกไม่ช้าก็เร็ว ไม่เร็วก็
ช้า”
สร้างคน สร้างงาน...
สร้างงาน สร้างคน
ท่านอาจารย์เล่าต่อไปว่า
“อดจะเป็นห่วงลึก ๆ ไม่ได้ แต่ก็มอง
ดูแล้วว่าหลวงพ่อท่านมีความสามารถในการ
บริหารคือ วัดยิ่งขนาดใหญ่มาก ค่าใช้จ่ายก็
ยิ่งสูงเป็นธรรมดา ไม่ว่าที่ไหน ไม่ว่าวัด บริ
ษัท หรือบ้าน หรือโรงเรียน หรือที่ไหน เมื่อ
และอาจจะมีบางคนถามว่าทำไม
ถึงต้องขยายพื้นที่ด้วย
เหตุผลที่เคยรู้มาตั้งแต่ต้น คือสมัยก่อน
คุยกับคุณเข่ง คุณหมอศิวาลัย แล้วก็ใครต่อ
ใครที่เคยไปวัดด้วยกันมาตั้งแต่สมัยก่อน ซึ่ง
วัดกำลังก่อสร้างใหม่ ๆ ก็ปรากฏว่าแม้แต่ท่าน
ทั้งหลายเหล่านั้นก็ยังอยากจะไปวัด อยากจะ
ไปเติมบุญ อยากจะไปฝึกสมาธิ อยากจะไปนั่ง
ธรรมะ เพราะฉะนั้นเมื่อคนมันเพิ่มมากขึ้น ๆ
คนที่อยากไปปฏิบัติธรรมก็มากขึ้น แต่เมื่อไป
ปฏิบัติธรรมมาก ๆ เวลามันจำกัดที่จะอยู่ในวัด
ซึ่งปกติ ๑๘.๐๐ น. ก็หมดเวลาเสียแล้ว เพราะ
ฉะนั้นบรรดาสัตบุรุษทั้งหลาย อุบาสกอุ
บาสิกาทั้งหลาย ก็คงจะไม่มีโอกาสปฏิ
บัติธรรมสมใจปรารถนา ก็เลยมีความจำ
เป็นต้องมีอาณาบริเวณนอกวัด จะได้อยู่ด้วย
กัน ทำงานต่อ ทำกิจกรรม และการที่หลวง
พ่ออบรมเยาวชน ธรรมทายาทก็ดี กัลยาณมิตร
ก็ดี ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความรู้ มีการศึกษา พอ
จบแล้วแทนที่จะขาดลอยไปจากวัด ถ้าห่างวัด
ไปแล้วมันก็ค่อย ๆ คลาย ดีไม่ดีบางคน จิตใจ
นี่จะตกต่ำลง หลวงพ่อก็ยังอุตส่าห์ดึงเอาไว้
ให้เขายังมีจิตใจที่อยู่ในธรรมะเหมือนเดิม
แต่ตอนนี้ยังหางานทำไม่ได้หรือยังไปสมัคร
งานที่ไหนเขายังไม่เรียกไป หลวงพ่อก็ยังอุตส่าห์
ดึงเอามา ก็เอามารวมกัน มาอยู่ด้วยกัน ฝึก
ปฏิบัติธรรมถือศีล ๘ สวดมนต์ รู้จักศึกษา
พุทธธรรม แล้วก็ยังสอนศิลปวัฒนธรรม
ไทย ให้เชิญผู้รู้มาสอนการจัดดอกไม้ งาน
ใบตอง ทำกรวย ทำพุ่มดอกไม้บูชาพระ ก็เป็น
ความรู้ใช่ไหม บางทีเราเรียนอยู่ในมหา
วิทยาลัย หรือชั้นมัธยม ยังไม่ได้เรียนวิชาต่าง ๆ
เหล่านี้พอมาดูศิลปะที่เกี่ยวกับการส่งเสริมทาง
พระพุทธศาสนา หลวงพ่อท่านสอนให้ทำทุก
อย่าง
เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ การสง
เคราะห์เยาวชน สงเคราะห์ผู้ที่ยังไม่
สามารถจะทำงานหรือยังไม่ได้ประกอบอาชีพ
ยังไม่ได้ทำงาน รองานอยู่ จึงเป็นช่วงเวลาที่
เขาได้เรียนรู้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่าง
ใด แม้กระทั่งการเรียนธรรมะในพระพุทธ
ศาสนา บางครั้งก็ต้องใช้เงินเป็นค่าเดินทาง
แต่นี่หลวงพ่อเอามาอบรมที่วัด ไม่ต้องเสีย
ค่าใช้จ่ายอะไร สถานที่เรียนก็ต้องใช้พื้น
ที่นอกวัด เพราะในวัดเวลาไม่อำนวย พื้นที่
นอกวัด ก็ได้แก่ ธุดงคสถาน คิดไปคิดมาสิ่งที่
ท่านทำนี้เป็นสิ่งที่มีเหตุผล เป็นสิ่งที่น่าสนใจ
ถ้าใครได้มองเห็นจริง ๆ แล้วน่าเลื่อมใสศรัทธา
และน่าจะอนุโมทนาด้วย สิ่งนี้เป็นเหตุหนึ่งใช่
ไหมที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายรองรับ ก็เหมือนน้ำพึ่ง
เรือ เสือพึ่งป่า ด้วยเหตุนี้ต้องดูแลเอาใจใส่
กัลยาณมิตรทั้งหลายที่ไปช่วยงานวัด ก็ทำ
ให้เขามีคุณธรรมในใจ มีโอกาสศึกษา
ธรรมะยิ่ง ๆ ขึ้นไป ได้ปฏิบัติธรรม ฝึกกาย
วาจา ใจ ให้สมบูรณ์ และสามารถปฏิบัติ
หน้าที่การงาน ทั้งทางโลกทางธรรมได้เต็ม
ที่ เพราะฉะนั้นวัดจึงต้องมีภาระจัดหาค่า
ใช้จ่ายในการอบรมบัณฑิตเหล่านี้ ในเมื่อ
วัดจะต้องมีภาระอันนี้ บรรดาพวกกัลยาณ
มิตร ธรรมทายาทก็ต้องช่วยให้วัดมีรายได้
มีปัจจัยสี่ เพื่อจะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน
ก็ยุติธรรมดี สิ่งต่าง ๆ ถ้าไม่คิดให้รอบ
คอบ ก็จะมองออกมาในแง่ร้ายทำให้ถูกกล่าว
ขณะเป็นประธานโครงการส่งเสริมเครื่องเล่นเพื่อ
พัฒนาเด็ก รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เนื่องในนิทรรศการของเล่น
เด็ก ครั้งที่ ๒ ณ อาคารส่งเสริมอุตสาหกรรม
ไทย
๔๒ C
มิถุนายน ๒๕๓๑