พระพาหิยทารุจีริยเถระ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 6 หน้า 88
หน้าที่ 88 / 124

สรุปเนื้อหา

ผ้าไตรจีวรของข้าพระองค์ยังมีไม่ครบ พระเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น เธอจงแสวงหาบาตรและผ้าไตรจีวร เสียให้พร้อมก่อน” หลังจากนั้นพระองค์ก็เสด็จจาริก บิณฑบาตต่อไป เหตุผลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงประทาน การบรรพชาด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านพาหิยะ นั้น เพราะทรงทราบด้วยพระญาณว่า บาตรและผ้าไตร จีวรที่จะเกิดขึ้นด้วยอำนาจบุญฤทธิ์ จักไม่เกิดขึ้นแก่ท่าน พาหิยะ ในเมื่อพระองค์ทรงประทานการบรรพชาให้ แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากท่านพาหิยะ ครั้งอดีตชาติที่กระทำ สมณธรรมอยู่ตลอด ๒ หมื่นปี ไม่เคยสงเคราะห์พระ ภิกษุสามเณรแม้สักรูปเดียว ด้วยบาตรหรือจีวรเลย เพราะความคิดของท่านค่อนข้างจะเห็นแก่ตัวเองว่า “ธรรมดาพระภิกษุได้ปัจจัยมาแล้ว ไม่ควรเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้ อื่น ควรฉันหรือใช้สอยเฉพาะลำพังผู

หัวข้อประเด็น

- พระพาหิยทารุจีริยเถระ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามท่านพาหิยะว่า “พาหิยะ บาตรและผ้าไตรจีวรของเธอมีพร้อม แล้วหรือ” ท่านพาหิยะ กราบทูลว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประเสริฐ บาตรและ ผ้าไตรจีวรของข้าพระองค์ยังมีไม่ครบ พระเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น เธอจงแสวงหาบาตรและผ้าไตรจีวร เสียให้พร้อมก่อน” หลังจากนั้นพระองค์ก็เสด็จจาริก บิณฑบาตต่อไป เหตุผลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงประทาน การบรรพชาด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านพาหิยะ นั้น เพราะทรงทราบด้วยพระญาณว่า บาตรและผ้าไตร จีวรที่จะเกิดขึ้นด้วยอำนาจบุญฤทธิ์ จักไม่เกิดขึ้นแก่ท่าน พาหิยะ ในเมื่อพระองค์ทรงประทานการบรรพชาให้ แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากท่านพาหิยะ ครั้งอดีตชาติที่กระทำ สมณธรรมอยู่ตลอด ๒ หมื่นปี ไม่เคยสงเคราะห์พระ ภิกษุสามเณรแม้สักรูปเดียว ด้วยบาตรหรือจีวรเลย เพราะความคิดของท่านค่อนข้างจะเห็นแก่ตัวเองว่า “ธรรมดาพระภิกษุได้ปัจจัยมาแล้ว ไม่ควรเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้ อื่น ควรฉันหรือใช้สอยเฉพาะลำพังผู้เดียว” ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ ท่านพาหิยะจึงพลาดโอกาส อันดีที่จะได้บรรพชาด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือการ ทรงประทานการบวชด้วยพระองค์เองนั้นเสีย และเป็น เรื่องจำเป็นที่สุดที่ท่านจะต้องเที่ยวแสวงหาบาตรและผ้า ไตรจีวรมาให้ครบจึงจะบวชได้ ถ้าหากว่าท่านพาหิยะไม่ได้บวช เพศคฤหัสถ์ของ บุคคลที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว จะรองรับความเป็น พระอรหันต์นั้นอยู่ได้เพียง ๗ วันเท่านั้น แล้วจะต้องดับ เบญจขันธ์เข้าสู่พระนิพพาน ด้วยว่า เพศคฤหัสถ์นั้น ไม่สมควรที่จะทรงความเป็นพระอรหันต์ไว้ เพราะจะทำ ให้เกิดบาปแก่ผู้ไม่รู้มาดูถูกดูหมิ่นหรือกระทำล่วงเกินได้ ง่าย ฉะนั้น ท่านพาหิยะต้องเที่ยวแสวงหาบาตร และผ้าไตรจีวรตามสถานที่ต่าง ๆ มีที่กองขยะเป็นต้น พระพาหิยทารุจีริยเถระ ในเวลาที่ท่านพาหิยะกำลังเที่ยวแสวงหาบาตร และผ้าไตรจีวรอยู่นั่นเอง มือมนุษย์ผู้เคยเป็นศัตรูกันมา แต่ชาติก่อน ได้เข้าสิงแม่โคลูกอ่อนตัวหนึ่ง แล้ววิ่งมาโดย เร็วตรงเข้าขวิดท่าน จนถึงซึ่งความตายในสถานที่นั้น เป็นอันว่า ท่านพาหิยะนิพพานเสียก่อนที่จะ ได้บวชเป็นพระภิกษุ ที่ว่าอมนุษย์ผู้เป็นศัตรูเก่าได้เข้าสิงแม่โคนม ให้ขวิดท่านพาหิยะจนถึงซึ่งความตายนั้น มีกล่าวไว้ใน ชาดกว่า เมื่อชาติก่อน อมนุษย์นั้นเกิดเป็นหญิงแพศยา ส่วนท่านพาหิยะเกิดเป็นมาณพหนุ่มน้อย ได้ล่อลวงหญิง แพศยานั้นไปร่วมอภิรมย์กันในสวนดอกไม้แห่งหนึ่ง เสร็จแล้วมาณพก็ฆ่าเอาเครื่องแต่งตัวของหญิงแพศยา นั้น ๆ ถูกกระทำทารุณโหดร้ายเช่นนี้ จึงผูกเวรไว้ว่า ขอให้ข้าพเจ้าได้ทำลายชีวิตของเจ้าในชาติหน้าให้จง ได้ แล้วหญิงแพศยานั้นกลับมาเกิดเป็นอมนุษย์เข้าสิงแม่ โคตัวมีลูกดังกล่าวมา แต่ในเรื่องของสัปปพุทธกุฏฐิ คัมภีร์พระ Kalyanamitra.org มิถุนายน ๒๕๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More