แม่บทของศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 6 หน้า 60
หน้าที่ 60 / 124

สรุปเนื้อหา

แม่บทของศาสนา ประเทศก็มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมาย สูงสุด เป็นแม่บทของกฎหมายอื่น ๆ ในทำนอง เดียวกัน ทุกศาสนาในโลกต่างก็มีหลักธรรม คำสั่งสอนที่เป็นแม่บทของศาสนานั้น ๆ แม่บทของพระพุทธศาสนาก็คือ อริยสัจ อริยสัจ ๔ อริยสัจสามารถแปลได้หลายความ หมาย เช่น คือ ความจริงอันประเสริฐ คือ ความจริงอันทำให้บุคคลผู้เห็น เป็นผู้ประเสริฐ อริยสัจ ๔ คือ ความจริงที่มีอยู่คู่โลก แต่ไม่มีใครเห็น จนกระทั่งพระสัมมาสัม พุทธเจ้าตรัสรู้ คือ ทั้งรู้และเห็นแล้วทรงชี้ ให้เราดู ได้แก่ ๑. ทุกข์ คือ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจต่าง ๆ ๒. สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ นิโรธ คือ ความดับทุกข์ สภาพ ที่ทุกข์หมดไป เราทุกข์ ๆ กันอยู่ทุกวันนี้น่ะ มันมีสาเหตุมา จากอะไร แล้วเราจะได้รับปฏิบัติเพื่อให้พ้นทุกข์ กันเสียที อริยสัจที่ ๑ ทุกข์ ทุกข

หัวข้อประเด็น

- แม่บทของศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แม่บทของศาสนา ประเทศก็มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมาย สูงสุด เป็นแม่บทของกฎหมายอื่น ๆ ในทำนอง เดียวกัน ทุกศาสนาในโลกต่างก็มีหลักธรรม คำสั่งสอนที่เป็นแม่บทของศาสนานั้น ๆ แม่บทของพระพุทธศาสนาก็คือ อริยสัจ ๔ อริยสัจ ๔ อริยสัจสามารถแปลได้หลายความ หมาย เช่น คือ ความจริงอันประเสริฐ คือ ความจริงอันทำให้บุคคลผู้เห็น เป็นผู้ประเสริฐ อริยสัจ ๔ คือ ความจริงที่มีอยู่คู่โลก แต่ไม่มีใครเห็น จนกระทั่งพระสัมมาสัม พุทธเจ้าตรัสรู้ คือ ทั้งรู้และเห็นแล้วทรงชี้ ให้เราดู ได้แก่ ๑. ทุกข์ คือ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจต่าง ๆ ๒. สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ นิโรธ คือ ความดับทุกข์ สภาพ ที่ทุกข์หมดไป ๓. เราทุกข์ ๆ กันอยู่ทุกวันนี้น่ะ มันมีสาเหตุมา จากอะไร แล้วเราจะได้รับปฏิบัติเพื่อให้พ้นทุกข์ กันเสียที อริยสัจที่ ๑ ทุกข์ ทุกข์ คือ ความไม่สบายกายไม่ สบายใจต่าง ๆ พระองค์ทรงพบความจริง ว่า สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนตกอยู่ในความทุกข์ จะเป็นมหาเศรษฐีเป็นนายก เป็นประธานาธิบดี เป็นกษัตริย์ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ แม้ที่สุด เป็นพระภิกษุ ก็มีทุกข์ทั้งนั้น ต่างแต่เพียงว่า ทุกข์มากหรือทุกข์น้อยและมีปัญญาพอที่จะรู้ ๔. มรรค คือ วิธีปฏิบัติเพื่อไปสู่ ตัวหรือเปล่าเท่านั้น พระองค์ได้ทรงแยกแยะ ความดับทุกข์ โรค ถ้าจะเปรียบกับโรค ทุกข์ ก็เปรียบเหมือน สภาพที่ป่วยเป็น สมุทัย ก็เปรียบเหมือน ตัวเชื้อโรค นิโรธ ก็เปรียบเหมือน สภาพที่หายจาก โรค แข็งแรงแล้ว มรรค ก็เปรียบเหมือน ยารักษาโรค ให้หายป่วย คนทุกคนในโลกนี้ ล้วนแต่มีความทุกข์ กันทั้งนั้น เหมือนคนป่วย แต่ก็ไม่รู้ว่าป่วยจาก อะไร อะไรเป็นสาเหตุ จะแก้ไขรักษาให้หาย ป่วย หายทุกข์ได้อย่างไร ในมงคลนี้ เราจะมาศึกษากันให้เข้าใจ ถึงแก่นแท้ของชีวิตกันล่ะ เอาให้รู้กันเลยว่าที่ ให้เราเห็นว่า ความทุกข์นี้มีถึง ๑๑ ประเภท ใหญ่ ๆ ด้วยกัน แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ ได้แก่ ๑. สภาวทุกข์ คือ ทุกข์ประจำ เป็น ความทุกข์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นสภาพธรรมดา ของสัตว์ ซึ่งเมื่อเกิดแล้วต้องมีทุกข์ชนิดนี้ มี ๓ ประการ ได้แก่ 0. การเกิดเป็นทุกข์ ๒. การแก่เป็นทุกข์ 0. การตายเป็นทุกข์ ศาสนาอื่น ๆ ในโลก อย่างมากที่สุด ก็บอกได้เพียงว่า ความแก่ ความเจ็บ ความ ตาย เป็นทุกข์ ส่วนการเกิดกลับถือว่าเป็นสุข เป็นพรพิเศษที่ได้รับประทานจากสรวงสวรรค์ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงทำสมาธิ มามาก ทรงรู้แจ้งโลกด้วยดวงปัญญาอันสว่าง ไสว และชี้ให้เราเห็นว่า การเกิดนั้นแหละเป็น ตัวทุกข์ ทุกข์ตั้งแต่ต้องขดอยู่ในท้อง พอจะ คลอดก็ถูกมดลูกบีบรีดดันออกมา ศีรษะนี้ถูก ผนังช่องคลอดบีบจนกะโหลกเบียดซ้อนเข้าหา กัน จากหัวกลม ๆ กลายเป็นรูปยาว ๆ เจ็บ ใจขาดเลย เพราะฉะนั้นทันทีที่คลอดออกมา ได้ สิ่งแรกที่เด็กทำคือร้องจ้าสุดเสียงเพราะมัน เจ็บจริง ๆ และการเกิดนี่เอง ที่เป็นต้นเหตุ เป็นที่มาของความทุกข์อื่น ๆ ทั้งปวง ถ้าเลิก เกิดได้เมื่อไหร่ก็เลิกทุกข์ อีกอย่างหนึ่งที่คนมักเข้าใจไขว้เขวกัน ก็คือ คิดว่าชราทุกข์นี่จะมีเอาก็ต่อเมื่ออายุ ๖๐-๗๐ ปี แต่จริง ๆ แล้วทันทีที่เราเริ่มเกิด เราก็เริ่มแก่แล้ว ชราทุกข์เริ่มตั้งแต่ตอนนั้น และค่อย ๆ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ เซลล์ในร่างกาย เริ่มแก่ตัวไปเรื่อย ๆ อันนี้ขอให้ทราบกันด้วย ๒. ปกิณกทุกข์ คือ ทุกข์จร เป็นความ ทุกข์ที่เกิดจากจิตใจหย่อนสมรรถภาพ ไม่อาจ ทนต่อเหตุภายนอกที่มากระทบตัวเราได้ ผู้มี ปัญญารู้จักฝึกควบคุมใจตนเอง สามารถ หลีกเลี่ยงทุกข์ชนิดนี้ได้ ทุกข์จรนี้มีอยู่ ๔ ประ การ ได้แก่ ๑. โสกะ 2 ความโศก ความ แห้งใจ ๒. ปริเทวะ ความคร่ำครวญ ๓. ทุกขะ รำพัน ความเจ็บไข้ได้ป่วย มิถุนายน ๒๕๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More