ข้อความต้นฉบับในหน้า
สุนัขจิ้งจอกเดินถอยหลังไปจนสุดท้องช้าง แล้ว
กัดฟันรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมด วิ่งพุ่งไปที่ช่องทวาร หวิด
นั้นทันที
“....บ...บ”
สำเร็จ สุนัขจิ้งจอกออกมาได้ในสภาพที่ตัวมัน
เองนอนแอ้งแม้งอยู่บนกอหญ้า หัวหูถลอกปอกเปิก
เลือดไหลซึม ๆ ตามผิวหนัง เพราะถูกหนังแห้ง ๆ รอบ
รูทวารช้างครูดเอา
เฮ้อ...เป็นอันว่าสุนัขจิ้งจอกรอดตายอย่างหวุด
เป็นยังไงคะหลาน ๆ น้าอึดเอาใจช่วยสุนัขจิ้งจอก
หมาน้อยตัวนี้เสียแทบแย่ หลาน ๆ ล่ะคะ
จำไว้นะคะว่า อย่าเห็นแก่กิน อย่าเห็นแก่
สุขสบาย เพราะนั่นคือกับดักให้เราตายใจ แล้ว
ในที่สุด ชีวิตเราก็จะหมดสิ้นตายไปอย่างไร้คุณค่า
เหมือนหมูที่เขาขุนอย่างดีด้วยอาหารมากมาย วัน
สุนัขจิ้งจอกปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว มันมองดู หนึ่ง ๆ กินแล้วก็นอน พออ้วนดีแล้วเขาก็ส่งไปขาย
สารรูปตัวเองแล้วว่าพึงว่า
ส่งไปฆ่า หรือเหมือนตัวหนอนที่กิน ๆ นอน ๆ อยู่
“เราเกือบจะเป็นหมาหนังกลับเสียแล้ว ในกองอุจจาระ ซึ่งเป็นของที่มันคิดว่าเป็นแหล่งอาหาร
ที่เราต้องมาเจ็บปวดแสนสาหัสแทบจะเอาชีวิต
ไม่รอดอย่างนี้ ก็เพราะเราเห็นแก่ความอยาก
เห็นแก่กินแท้ ๆ ในท้องช้างถึงจะมีของกินอุดม
สมบูรณ์ อบอุ่น สุขสบาย แต่ก็เหมือนเป็นกับดัก
ให้เราเข้าไปตาย เราจะไม่เห็นแก่กินอีกแล้ว
ไม่เอาอีกแล้ว...”
อันโอชะตลอดชีวิตของมัน
หลวงพ่อเคยสอนไว้ว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะทำ
งานมาก จะเหงื่อออกมากกว่าคนอื่นหรอก เพราะ
ถ้าไม่ยอมให้เหงื่อออกทั้งตัวเสียแล้ว สักวัน
หนึ่ง มันอาจจะถูกกลั่นออกมาเป็นน้ำตา เป็น
ความเสียใจ
นิทานชาดกเรื่อง “สุนัขจิ้งจอกในท้องช้าง”
นี้ เป็นอดีตชาติครั้งหนึ่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ซึ่งพระองค์ได้กระทำกรรมพลาดพลั้งไปจึงต้องไปเกิด
เป็นสุนัขจิ้งจอก แต่ก็เป็นสุนัขที่มีปัญญา เมื่อผิดแล้วได้
คิด แล้วไม่ทำผิดอีก นับว่าเป็นบทเรียนที่มีคุณค่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนำอดีตชาติเรื่องนี้มา
เล่าให้พระสาวกฟังเพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นโทษของ
ความเห็นแก่กินเห็นแก่สุขสบาย ว่ามีผลเสียอย่างไรบ้าง
แล้วน้าอี๊ดก็คิดว่า นิทานเรื่องนี้จะเป็นอุทธาหรณ์สอน
ใจหลาน ๆ ได้อย่างดีทีเดียว หลาน ๆ คะ ความลำ
บากไม่เคยฆ่าใคร หลาน ๆ ต้องช่วยคุณแม่ทำงาน
บ้านด้วยความเต็มใจนะคะ แล้วความดีจะบังเกิดมีแด่
หลาน ๆ ตลอดไป สวัสดีค่ะ
น้าอี๊ด
มิถุนายน ๒๕๓๑
๑๓
Kalyanamitra.org