ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐๒
ไว้ว่า
ถ้าหากพบสุขไพบูลย์ที่ชอบธรรม
เพราะบริจาคสุขพอประมาณไซร้
วิสัยบัณฑิตเมื่อเห็นสุขไพบูลย์
พึงสละสุขพอประมาณเสีย
ธรรมนี้แม้พระองค์ได้ทรงกล่าวในเหตุการณ์เฉพาะ
ก็ตาม แต่ก็อาจนำมาอนุโลมใช้ได้ในเหตุการณ์ทั่ว ๆ
ไปด้วย เพียงแต่จะต้องใช้ปัญญาพิจารณาว่าอย่างใด
เป็นสุขไพบูลย์ และอย่างใดเป็นสุขพอประมาณ แล้ว
ตัดสินใจเลือกเอาด้วยตนเอง
ในกรณีที่ยอร์ชได้ประสบนั้น ตามความคิดของ
คนทั่วไปดูก็ไม่มีอะไรที่จะต้องคิด พออ่านจดหมายของ
ดร. วอชิงตันจบ ก็ตอบไปได้ทันทีว่า “เสียใจที่ไม่อาจจาก
ไอโอว่า สเตต วิทยาลัย ไปได้” เพราะคนทั้งหลายเห็น
แต่สิ่งที่หยาบ ๆ สิ่งที่มีอยู่ดาษดื่น สิ่งที่มีตัวอย่างให้เห็น
ทันใจอยู่มาก และเฉพาะอย่างยิ่งคือต้องการสิ่งบำรุง สำคัญกว่างานที่ไอโอว่า สเตต วิทยาลัย จึงได้เสียสละ
กามราคะ เพราะโดยปกติพากันเลี้ยงกามราคะไว้ให้มี ทางที่สำคัญน้อยเสีย ผู้ที่เข้าใจจิตใจของยอร์ชดี ก็มีนาย
กำลังกล้าแข็งอยู่ตลอดเวลา เป็นธรรมดาอยู่เองที่ย่อมจะ เจมส์ วิลสัน กับอธิการบดีไอโอว่า สเตต วิทยาลัย กับ
เห็นสิ่งบำรุงกามราคะว่ายอดเยี่ยมกว่าสิ่งอื่น และอาจ
เห็นสิ่งบำรุงกามราคะเป็นสุขไพบูลย์ไปได้
ส่วนยอร์ชเป็นคนพิเศษ ไม่เหมือนคนทั่วไป เป็นผู้
ไม่เพิ่มกำหนัด ไม่สั่งสมกองกิเลส มีความ
มีคนอย่างยอร์ชอีกคนหนึ่ง คือ ดร. วอชิงตันแห่งทัสคี
มีข้อที่น่าเป็นปัญหาว่า ปัจจัยอย่างไรที่ชักนำหรือเร่งเร้า
กดดันให้ยอร์ชมีบุคลิกลักษณะดังได้กล่าวแล้วนั้น ไม่
ปรากฏว่ายอร์ชได้เรียนศีลธรรมมาจากไหน แม้ได้เคยอยู่
ปรารถนาน้อย มีความสงัดจากหมู่ มีสันโดษ มีความ กับครอบครัวที่มีศรัทธาเคร่งครัดในคริสต์ศาสนาก็จริง
เพียร และเลี้ยงง่าย ลักษณะเหล่านี้ตรงกับหลักธรรม
ในพระพุทธศาสนา ท่านผู้อ่านคงจะทราบลักษณะตัดสิน
ธรรม ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสแก่พระนางปชาบดี โคตมี
ตามคำทูลถามของพระนางว่า มีข้อพิสูจน์ที่จะใช้ตัดสิน
พระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนาอยู่ ๔ ประการด้วยกัน
แปลว่าพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนาที่แท้จริงย่อมไม่
ขัดแย้งกับความหมายทั้ง ๔ ประการนั้น ยอร์ชมีลักษณะ
ตรงกับหลักธรรมวินัยหรือลักษณะตัดสินธรรมแห่งพระ
พุทธศาสนาอยู่ถึง ๓ ประการตามที่กล่าวมาแล้ว แม้จะ
ยังอยู่ในระดับที่ยังไม่ถึงยอดสุดก็ตาม มีเว้นเพียงประการ
เดียวเท่านั้น คือ การไม่ประกอบทุกข์ ซึ่งเขามิได้ปฏิบัติ
ให้เห็นได้ชัดเหมือนประการอื่น ๆ จึงเห็นได้ว่า เขาทำตน
เหมือนกับอุบาสกผู้เคร่งครัดในธรรมแห่งพุทธศาสนา
โดยที่เขาหารู้ตัวไม่ เมื่อยอร์ชวางตนห่างและแปลกออก
ไปจากหมู่ชนเช่นนั้น ก็ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่ความคิด
เห็นก็จะต้องแตกต่างกันไปด้วย ยอร์ชเห็นงานที่ทัสดี
แต่หลักธรรมแห่งคริสต์ศาสนาก็หาได้สอนอย่างที่ยอร์ช
เป็นอยู่ไม่ ซึ่งน่าจะพิจารณาปัจจัยอันนั้น
ยอร์ชได้รับกำเนิดมาจากตระกูลที่ต่ำต้อย ตระกูล
ที่เป็นได้แต่เพียงทาสอย่างเดียว ซึ่งเป็นธรรมดาย่อมจะ
มีความเจียมตัว ไม่มีจุดหมายกระตุ้นเตือนให้ทะเยอ
ทะยานเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่มีอิสรภาพ อนึ่ง ยอร์ชได้
ถูกประณามถูกเหยียดหยามอย่างโงหัวไม่ขึ้นอีกด้วย
ความเจียมตัวและความไม่เคยพบรสแห่งกามราคะ อาจ
เป็นปัจจัยให้ไม่อยากจะเข้าไปพัวพันกับอบายมุขเหล่านั้น
ส่วนการถูกเหยียดหยาม ฯลฯ อาจเป็นปัจจัยให้เกิดปม
ด้อยและสำแดงปฏิกิริยาเป็นทางตรงกันข้ามกับคนทั่วไป
จึงปรากฏว่าเขาไม่อยากจะคบกับใคร ๆ เขาใช้ที่วิเวก
ในป่าหาความสุข เพลิดเพลินอยู่กับต้นไม้และสัตว์เป็น
ประจำ ความเป็นไปทั้งหมดนี้ได้กระทำซ้ำ ๆ กันอยู่เป็น
เวลานาน จนกลายเป็นบุคลิกลักษณะของเขาไป ซึ่งเป็น
ลักษณะอย่างหนึ่งที่ผิดกับคนทั้งหลาย
Kalyanamitra.org
มิถุนายน ๒๕๓๑