ข้อความต้นฉบับในหน้า
ครึ่ง จุดมุ่งหมายต่อไปคือเดินอีก ๒๑ กิโลเมตร
จะถึงวัดศรีประชา วังน้อย โดยเดินตามเส้น
ทางสายพหลโยธินไปจนถึงกม. ๖๙ พหล
โยธิน ผู้รับบุญอาหารเช้าในวันนี้คือพ.ญ.
สดใส เวชชาชีวะ มีโดนัทและนมกล่อง
พระเดินออกจากวิทยาลัยครูแล้ว จะเดินชิด
ซ้ายไปเรื่อยผ่านทุ่งนาที่แห้งผากและกองฟาง
สีเหลือง นาน ๆ จึงจะมีต้นไม้สีเขียวให้เห็นสัก
ต้น มองเห็นทุ่งนามีแต่ความแห้งแล้งกันดาร
เหมือนใจคนที่ขาดความเมตตากรุณามาหล่อ
เลี้ยง มันแห้งเหมือนทุ่งนาขณะนี้มีสิ่งรอบข้าง
ไม่น่าสดชื่นเลย มีแต่อากาศเท่านั้นที่กำลัง
พอดีไม่ร้อนมาก พอเดินมาได้ไม่นานก็ถึงจุด
พักฉันอาหารเช้า คือสวนข้างถนนนั่นเอง
ตรงกม. ๕๓ ตรงจุดนี้มีทางเดินเข้าหมู่บ้าน
และมีทิวสนอยู่ ๒ ข้างทางร่มรื่น พระเดินเลย
เข้าไปในแนวสนแล้วก็พักโดยใช้ผ้าพลาสติกปู
ข้างทางเดินตรงแนวสนเป็นท้องนามีร่องน้ำพอ
วักล้างมือได้ พระฉันเสร็จก็ล้างมือตรงร่องน้ำ
ช่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ หลวงพ่อเคยสอน
ว่าให้เรามองทุกสิ่งตามความเป็นจริง
มองไปตามธรรมชาติของมันแล้วพิจารณา
ไปเรื่อย ๆ เหมือนขณะนี้ตัวเราเองอยู่ท่าม
กลางธรรมชาติจริง ๆ เราพิจารณาไปแล้ว
จิตใจเราก็สงบ
พอพระฉันเสร็จก็เดินต่อไป อากาศเริ่ม
ร้อนขึ้นทุกขณะ เหงื่อเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ผุดขึ้นมา
มากมายเต็มใบหน้า และลำคอของพระท่าน
บางรูปเอาผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองมารองบ่าซ้ายที่
แบกกลด คงจะเจ็บระบมเพราะน้ำหนักของกลด
ที่กดลงเป็นเวลานาน ๆ บางรูปรำคาญรอง
เท้าเต็มทนก็ถอดออกเดินเท้าเปล่า รถพยาบาล
ที่ข้าพเจ้านั่งวิ่งตามขบวนพระไปช้า ๆ ข้าพเจ้า
ดูพระเดินธุดงค์ไปใจก็นึกเสียดายทำไมเราไม่
เกิดเป็นผู้ชายนะ จะได้บวชเป็นพระบ้าง เสีย
ดายจริง ๆ ทำไมต้องเป็นเรา
พระเดินมาได้ไม่นานก็จะต้องพักอีก
ช่วงคือ ร.ร.วิเชียร กลิ่นสุคนธ์ กม. ๖๙
เพราะช่วงนี้เป็นการเดินช่วงยาวและอากาศก็
ร้อนจัด ทางโรงเรียนได้จัดน้ำเย็นถวายพระ
ธุดงค์ ใช้เวลาพักประมาณ ๑๕ นาทีก็เดินทาง
ต่อไป
ช่วงนี้ข้าพเจ้าได้ติดรถนักข่าวมาลง
ที่ตลาดวังน้อย เพื่อมาดูอาหารถวายพระว่าพอ
เพียงหรือไม่ ขณะรอขบวนพระอยู่ที่ตลาด
วังน้อย ข้าพเจ้าเกิดความคิดขึ้นมาว่า ท่าม
กลางเปลวแดดอันแผดกล้านี้ น่าจะมีอะไร
ถวายพระสักอย่าง เพื่อคลายความร้อนลงบ้าง
ขณะนั้นเกือบสิบโมงเศษแล้ว พลันก็นึกถึง
น้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ขึ้นมาได้ บุญบันดาลให้
ข้าพเจ้าได้บุญดังใจนึก พอรถพยาบาลของ
พระมาถึง เราก็รวบรวมปัจจัยกันซื้อน้ำแข็งที่มี
อยู่ทั้งหมดถวายพระแล้วให้อุบาสกยืนเข้าแถว
ถวาย พอได้น้ำแข็งก้อน พระมีอาการสดชื่น
ขึ้นทันที สังเกตได้จากสีหน้าและแววตาที่
ขอบใจพวกเรา บางรูปบอกว่า แหม ขาอ่อน
จวนจะฟังแล้วรู้ไหม น้ำแข็งก้อนเดียวแท้ ๆ
ช่วยไว้ บางรูปนำน้ำแข็งห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าสี
เหลืองลูบไล้ตามหน้าตาและลำคอ เพื่อ
ไล่ความร้อนจัด บางรูปนำไปอมเพื่อความ
ชุ่มชื่นใจ และไล่ความเมื่อยล้าออกไป
น้ำแข็งก้อน แม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย
ในยามจำเป็นกลับให้คุณประโยชน์มหา
ศาล คือให้กำลังใจพระในการเดินธุดงค์
เป็นอันมาก เหมือนกัลยาณมิตรที่คอยให้
กำลังใจแก่เพื่อนมนุษย์ผู้ที่ท้อแท้สิ้นหวัง
ให้มีกำลังใจในการสร้างความดีต่อไป
ฉันนั้น
ข้าพเจ้าหวนนึกถึงคำพร่ำสอนของ
หลวงพ่อทัตตชีโว ที่แนะให้พวกเราเหล่ากล
ยาณมิตรเค้นเอาความสามารถในตัวออกมา
ใช้งานให้จงได้ จะเป็นงานสร้างความดีหรือ
งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เมื่อถึงคราว
๘๐
Kalyanamitra.org