ข้อความต้นฉบับในหน้า
แล้วก็มีการเริ่มบูรณะทำการปรับพื้นที่ จาก
ตำนานเล่าว่า มีการขุดตอไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งมี
รากชอนไชเกาะเกี่ยวกับก้อนหินขนาดใหญ่ที่มี
อยู่มากมายใต้พื้นดิน เมื่อสามารถเคลื่อนย้าย
ตอไม้ออกไปได้แล้ว ได้พบ อิฐโบราณก่อ
เรียงเอาไว้เป็นแนวอย่างมีระเบียบ เมื่อ
อิฐถูกงัดออกไปก็พบว่ามีหน้ากากสวม
ทับองค์พระพุทธรูปไว้ เมื่อทำลายหน้า
กากนั้นออกแล้ว ก็เห็นเป็นพระพุทธรูป
ปูนปั้นขนาดเท่าคนองค์หนึ่ง ภายใต้ฐาน
ชุกชีของพระประธานใหญ่นั้นเอง พระ
พุทธรูปองค์เล็กนี้ มีพระวรกายและพระอุระ
อวบอ้วน คล้ายพระพุทธรูปเชียงแสนรุ่นแรก ๆ
จึงพากันขนานนามว่า “หลวงพ่อผาเงา” แต่
นั้นมา ผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีได้คำนวณ
อายุของหลวงพ่อผาเงาว่า ประมาณ ๗๐๐-
๑,๓๐๐ ปี
จากเรื่องราวดังกล่าวแสดงว่า สถาน
ที่บริเวณนั้น มีการก่อสร้างโบราณสถานอย่าง
น้อยสองสมัย พระพุทธรูปองค์เล็กที่อยู่ข้างใต้
นั้นเป็นของรุ่นแรก ส่วนพระประธานองค์ใหญ่
เป็นของรุ่นหลัง หลายคนให้ความเห็นว่า
พระประธานองค์ใหญ่และฐานวิหารเดิมนั้น
คงเป็นของที่สร้างขึ้นในสมัยพระเมืองแก้ว
ส่วนพระพุทธรูปองค์เล็กก็คงจะสร้างขึ้นในยุค
ต้นของกรุงล้านนา ซึ่งจากข้อสันนิษฐานนี้
น่าจะเป็นไปได้ ดูตัวอย่างประวัติศาสตร์ของ
เมืองอยุธยาหรือว่าสุโขทัยในอดีต มักจะมีการ
ขุดพบซากวัตถุโบราณ ที่ทับถมกันอยู่เสมอ ๆ
แสดงว่าเมื่อถึงคราวยุคใดสมัยใด กษัตริย์หรือ
เจ้าเมือง ตลอดจนประชาชนในสมัยนั้น มักจะ
สร้างสิ่งก่อสร้าง ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็
ตามในรูปแบบยุคสมัยของตน ครั้นพอเปลี่ยน
ยุคเปลี่ยนสมัย สิ่งก่อสร้างเดิมหักพังไป ยุคต่อ
ไปก็สร้างขึ้นมาแทนที่อีก นับว่าสิ่งก่อสร้างที่
เราได้พบเห็นสามารถที่จะคำนวณออกมาได้
ด้วยว่ามีอายุความเก่าแก่มาประมาณเท่าใด
สร้างขึ้นในสมัยใดดังเช่นการขุดพบพระพุทธ
รูปสองสมัยในเวลาเดียวกันนี้ จึงมีประโยชน์
ในการศึกษารูปแบบและอายุของศิลปะตระกูล
do
มิถุนายน ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org