พระลกุณฏกภัททิยะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 11 หน้า 10
หน้าที่ 10 / 124

สรุปเนื้อหา

F นครั้งนั้น มีพระภิกษุจำนวน ๓๐ รูป จึงได้มีรูปร่างเตี้ยเล็กราวกับเด็ก ๆ ดูแล้วไม่สมกับความ มาจากวัดในชนบท ได้พากันเดินทาง สามารถเลย มากราบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เชตวัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงตรัสเล่าบุพกรรม มหาวิหาร เมื่อมาถึงซุ้มประตู พระสงฆ์เหล่านั้นเห็น ของพระลกุณฏกภัททิยะให้ฟัง ดังมีความดังนี้คือ พระภิกษุรูปหนึ่ง รูปร่างเตี้ยเล็กเหมือนสามเณรอายุ ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวย สัก ๔-๙ ขวบ ก็เข้าใจว่าท่านเป็นสามเณร จึงเข้า ราชย์สมบัติกรุงพาราณสี ในสมัยนั้น ไม่มีใครได้เห็น ไปทักทายด้วยความเอ็นดู ด้วยการจับชายจีวรบ้าง | ช้าง ม้า วัว ควาย สัตว์ใด ๆ ที่แก่หรือแม้แต่ ตบหลัง ตบไหล่ ลูบหัว ดึงหู บางรูปก็ถึงกับหยอกล้อ คนชราในกรุงพาราณสีเลย ที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะ ท่านด้วยการคะนอง ด้วยกา

หัวข้อประเด็น

- พระลกุณฏกภัททิยะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

F นครั้งนั้น มีพระภิกษุจำนวน ๓๐ รูป จึงได้มีรูปร่างเตี้ยเล็กราวกับเด็ก ๆ ดูแล้วไม่สมกับความ มาจากวัดในชนบท ได้พากันเดินทาง สามารถเลย มากราบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เชตวัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงตรัสเล่าบุพกรรม มหาวิหาร เมื่อมาถึงซุ้มประตู พระสงฆ์เหล่านั้นเห็น ของพระลกุณฏกภัททิยะให้ฟัง ดังมีความดังนี้คือ พระภิกษุรูปหนึ่ง รูปร่างเตี้ยเล็กเหมือนสามเณรอายุ ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวย สัก ๔-๙ ขวบ ก็เข้าใจว่าท่านเป็นสามเณร จึงเข้า ราชย์สมบัติกรุงพาราณสี ในสมัยนั้น ไม่มีใครได้เห็น ไปทักทายด้วยความเอ็นดู ด้วยการจับชายจีวรบ้าง | ช้าง ม้า วัว ควาย สัตว์ใด ๆ ที่แก่หรือแม้แต่ ตบหลัง ตบไหล่ ลูบหัว ดึงหู บางรูปก็ถึงกับหยอกล้อ คนชราในกรุงพาราณสีเลย ที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะ ท่านด้วยการคะนอง ด้วยการเขย่าตัวท่านบ้าง ท่านก็ พระอุปนิสัยที่คึกคะนองแปลกประหลาดขาดเมตตาธรรม มิได้ว่าอะไร เมื่อภิกษุเหล่านั้นเข้าที่พัก เก็บบาตรจีวรแล้ว INN ของพระองค์นั่นเอง พระองค์มักจะร่าเริงสนุกสนานกับการเล่นทารุณ กรรมกับผู้ที่แก่ชรา เป็นต้นว่า หากทรงเห็น ช้าง ม้า วัว ควาย หรือสัตว์ใด ๆ ที่แก่ชรา ก็จะให้ต้อนมา ให้มันวิ่งแข่งขันกัน เห็นเกวียนเก่า ๆ ก็ให้นำมาแข่ง กันจนพัง เห็นหญิงแก่ชายแก่ ก็ให้นำมาแสดงอะไร ต่ออะไรให้ชม เป็นต้นว่า ให้ร้องเพลง ให้เล่นกระโดด หกคะเมนตีลังกา บังคับให้ทำอะไร ๆ เป็นที่ลำบาก และทุกข์ทรมานยิ่งนัก หากไม่ทรงพบเห็นคนแก่ แต่ ทรงได้ยินมาว่ามีคนแก่อยู่ที่ไหน ก็จะให้นำมาบังคับ ให้เล่น เป็นความสนุกสนานของพระองค์ คนทั้งหลาย ต่างไม่พอใจ แต่ไม่อาจจะทำอะไรได้ ได้แต่ส่งพ่อแม่ ผู้แก่เฒ่าของตนไปอยู่นอกแคว้น ทำให้ไม่มีโอกาสไป ดูแลปรนนิบัติพ่อแม่ คนแก่จึงได้รับทุกขเวทนาน่า สงสารยิ่งนัก ในสมัยโน้น ชีวิตมนุษย์ยืนยาวกว่าสมัยนี้ คือยาวนานนับเป็นหมื่น ๆ ปี ความประพฤติเช่นนี้ ของพระองค์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง พวกข้าราชบริพารก็ พลอยคล้อยตามสนุกสนานไปด้วย คอยเสาะหาคน จึงพากันไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ แก่มาให้พระองค์บังคับเล่นด้วยความสนุกสนานอยู่เสมอ ทรงทักทายซักถามตามสมควรแล้ว ภิกษุชนบทผู้เป็น ในครั้งนั้นบรรดาคนแก่ที่ถูกทอดทิ้งได้รับความ หัวหน้าจึงได้กราบทูลถามถึงพระเถระที่ชื่อ พระลกุณ ทุกข์ใจ เคียดแค้นพระเจ้าพรหมทัตมาก ใครที่ตาย ฏกภัททิยะ ซึ่งมีชื่อเสียงในการแสดงธรรม พระสัม- ไปในขณะที่ใจขุ่นมัวจึงไม่ได้ขึ้นสวรรค์ พวกข้าราช มาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า พระลกุณฏกภัททิยะ ก็คือ บริพารของพระเจ้าพรหมทัตที่ตายไปเพราะทำการกลั่น พระภิกษุเหล่านั้นได้พบแล้วที่ซุ้มประตู และยังได้ แกล้งคนแก่ตามคำสั่งของพระเจ้าพรหมทัต ก็ตกนรก หยอกล้อท่านด้วยความคะนองมือยังไงเล่า พระภิกษุ เช่นกัน และเนื่องจากในยุคนั้น อายุของมนุษย์ยืนยาว เหล่านั้นได้ทราบ ก็แปลกใจจึงทูลถามว่า พระลกุณ มาก การที่มนุษย์ตายลงและตกนรกอยู่เสมอ ทำให้ ฏกภัททิยะมีความสามารถเป็นที่เลื่องลือ แต่เหตุใด สวรรค์ร้าง เทวดา พระอินทร์ ซึ่งปกครองสวรรค์อยู่ กัลยาณมิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More