ประวัติและความสำคัญของวัดสุวรรณดาราราม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 11 หน้า 57
หน้าที่ 57 / 124

สรุปเนื้อหา

เที่ยววัดกับ ลั ก ข ณ า ศ ก น ะ สิ ง ห์ ความหมายว่า "ใหญ่ มากกว่านะ แล้วคงเป็นภาษาเขมรด้วย) อ้อ! มีชื่อ "วัดสุวรรณดาราราม” บอกอย่างเด่น ชัดอีกครั้งหนึ่ง เหนือประตูโขงนั่นเอง ทั้งทิศเหนือ อ้อมทิศตะวันตก มายังทิศ ใต้ ฉันว่าต้องเป็นเจดีย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้นแน่ ๆ เลย เบญจ์คงไม่สงสัย นะว่าฉันรู้ได้ยังไง ก็เราเรียนมาด้วยกัน ยังไงล่ะว่า เหนือองค์ระฆังและบัลลังก์ B ว่าเมื่อเป็นพระภิกษุมิได้ประทับที่วัดนี้เลย ครั้นเมื่อเราเสียกรุง พ.ศ. ๒๓๑๐ วัดนี้ ถูกทำลาย เหลือแต่ซากปรักหักพังกลาย เป็นวัดร้าง เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอด ฉันรีบเก็บภาพด้านหน้า ๒-๓ ภาพ แล้วเดินตามน้ายุน้าน้อยลอดประตูเล็ก ๆ ขึ้นไป ถ้าเป็นบัวกลุ่มแทนปล้องไฉนละก็ต้อง ฟ้าฯ ทรงสร้างวังและกรุงเทพฯแล้ว อีก ขนาดเดินสองคนได้สบาย ๆ น้ายุพิน

หัวข้อประเด็น

- ประวัติและความสำคัญของวัดสุวรรณดาราราม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เที่ยววัดกับ ลั ก ข ณ า ศ ก น ะ สิ ง ห์ ความหมายว่า "ใหญ่ มากกว่านะ แล้วคงเป็นภาษาเขมรด้วย) อ้อ! มีชื่อ "วัดสุวรรณดาราราม” บอกอย่างเด่น ชัดอีกครั้งหนึ่ง เหนือประตูโขงนั่นเอง ทั้งทิศเหนือ อ้อมทิศตะวันตก มายังทิศ ใต้ ฉันว่าต้องเป็นเจดีย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้นแน่ ๆ เลย เบญจ์คงไม่สงสัย นะว่าฉันรู้ได้ยังไง ก็เราเรียนมาด้วยกัน ยังไงล่ะว่า เหนือองค์ระฆังและบัลลังก์ ๑ B ว่าเมื่อเป็นพระภิกษุมิได้ประทับที่วัดนี้เลย ครั้นเมื่อเราเสียกรุง พ.ศ. ๒๓๑๐ วัดนี้ ถูกทำลาย เหลือแต่ซากปรักหักพังกลาย เป็นวัดร้าง เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอด ฉันรีบเก็บภาพด้านหน้า ๒-๓ ภาพ แล้วเดินตามน้ายุน้าน้อยลอดประตูเล็ก ๆ ขึ้นไป ถ้าเป็นบัวกลุ่มแทนปล้องไฉนละก็ต้อง ฟ้าฯ ทรงสร้างวังและกรุงเทพฯแล้ว อีก ขนาดเดินสองคนได้สบาย ๆ น้ายุพิน เป็นเจดีย์สมัยรัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ทั้งสงคราม พอว่างจึงทรงชวนสมเด็จ ให้ฉันดูลายปูนปั้นเหนือประตูที่ทำเป็น เพราะสมัยรัชกาลที่ ทรงหันมานิยม | กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระ โค้งปลายแหลมอย่างปลายกลีบบัวหลวง ปล้องไฉนแบบอยุธยาอีก แต่ไม่แน่ใจว่า ราชอนุชาธิราชร่วมบูรณปฏิสังขรณ์วัด ฉันเห็นรูปมหาพิชัยมงกุฎมีฉัตร ๒ ข้าง ทรงมะเฟืองนิยมมากสมัยรัชกาลที่ ๑ หรือที่ เธอคงเดาออกซินะเบญจ์ว่าเป็นตรา ๒ หรือที่ ประจำรัชกาลที่ น้ายุอธิบายว่า สามรัชสมัยนี้แหละ เป็นไงสรุปแจ๋วไหม พระองค์ท่านทรงบูรณะแล้วโปรดให้สร้าง เบญจ์ก็คงส่ายหน้าอีกนั่นแหละ อย่างไร กำแพงล้อมรอบเขตพุทธาวาส ฉะนั้น ก็ตามเธอหลับตาคงนึกแผนผังวัดออกนะ ๓ เอาเถอะยังไงก็ไม่พ้น นี้ใหม่ทั้งหมด โดยระดมช่างฝีมือครั้ง กรุงเก่าให้รวมกันออกแบบก่อสร้าง เมื่อ แล้วเสร็จจึงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัด สุวรรณดาราราม” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ พระบรมชนกชนนี โดยนำพระนามต้น "สุวรรณ” มาจากพระนามเดิม “ทอง” ประตูที่ฉันเดินลอดเข้ามาก็เท่าเข้าเขต ลองดูซิ ลองอ่านอีกครั้ง แล้วหลับตา ของทั้งสองท่านมาผสมกันเป็นชื่อวัด พุทธาวาสนั่นเอง มองไปเห็นพระอุโบสถ นึกภาพตามที่อ่าน อ๊ะ... อ๊ะ..... นานไป อยู่ทางทิศใต้ และพระวิหารอยู่ทิศเหนือ หน่อยแล้วจะเบญจ์ เดี๋ยวอ่านจดหมาย ต่างก็มีกำแพงแก้วเตี้ย ๆ ล้อมเป็น ฉันไม่จบ อิสระของตนอีกขั้นหนึ่ง ตรงกลางเป็น เอาอย่างนี้ดีกว่า ฉันจะเล่าประวัติ หรือ "ทองดี” ของพระราชบิดา ส่วน พระราชมารดาพระนามว่า “ดาวเรือง” ท่านนำคำว่า “ดาว” มาแปลงเป็น "ดารา" ถนนเล็ก ๆ กว้างเมตรเศษ ๆ ทอดมา ความเป็นมาของวัดตั้งแต่แรกสร้างเลย ไงล่ะ ส่วน "ราม” คำหลังสุดมาจาก ตั้งแต่ประตูทิศตะวันออกที่ฉันเดินเข้า ตามที่น้ายุอธิบายนะ จะเรียงลำดับให้ "อาราม" นำมาผสมกันจึงเป็น "สุวรรณ มาตรงไปยังประตูตะวันตก ซึ่งเป็นทาง ด้วยว่ารัชกาลใดทรงบูรณะหรือทรงสร้าง ดาราราม” ทรงสถาปนาขึ้นเป็นพระ ออกไปสู่เขตสังฆาวาส หลังพระอุโบสถ อะไร เบญจ์จะได้ไม่งง ส่วนความ อารามหลวงชั้นเอง ชนิดราชวรวิหาร มีเจดีย์ขนาดกลางองค์หนึ่ง คงเป็นที่ สวยงามค่อยพูดทีหลังนะจ๊ะ ประดิษฐานอัฐิของอดีตเจ้าอาวาสกระมัง ๔ วัดนี้ เดิมชื่อ “วัดทอง” ตามชื่อ และโปรดฯให้มีพระสงฆ์มาจำพรรษาตั้ง แต่สร้างแล้วเสร็จเป็นต้นมา ก็ต้นรัชกาล ไม่ทราบว่าใครสร้าง สร้างให้ใคร ลืม ผู้สร้าง คือสมเด็จพระปฐมบรมชนกนาถ แหละจ้ะ ถามน้ายจ้ะ แต่ฉันดูรูปทรงแล้วต้องไม่ พระราชบิดาในรัชกาลที่ 9 ที่ชื่อ "ทองดี” จากนั้นพระมหากษัตริย์ในพระ ใช่รัตนโกสินทร์ตอนต้นแน่นอน อาจสร้าง บางตำราว่าชื่อ “ทอง” เฉย ๆ ท่านสร้าง บรมราชวงศ์จักรีทุกพระองค์จนถึงองค์ สมัยรัชกาลที่ ๔ หรือหลังจากนั้นเป็น ขึ้นเมื่อครั้งยังรับราชการในแผ่นดินพระ ปัจจุบัน ก็ทรงบูรณปฏิสังขรณ์และเพิ่ม ส่วนด้านหลังพระวิหารมีกำแพงแก้วล้อม เจ้าบรมโกศในตำแหน่ง “ขุนพินิจอักษร” | เติมเรื่อยมา นับว่าเป็นวัดที่สำคัญยิ่ง หมู่พระเจดีย์ พระเจดีย์องค์ใหญ่ซึ่ง กล่าวกันว่าท่านตั้งใจสร้างใกล้บ้านโดยหวัง สำหรับพระบรมราชวงศ์จักรี น้ายจึงถือ สร้างสมัยรัชกาลที่ ๔ อยู่กลาง มีเจดีย์ ว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ว่าวัดนี้เป็นวัดประจำราชวงศ์จักรีไงเล่าจ๊ะ” ทรงมะเฟืองเรียงรายอยู่ ๑๐ องค์ ล้อม ผนวช จะได้ใช้เป็นที่จำพรรษา แต่ปรากฏ เบญจ์คงถึงบางอ้อเหมือนฉันนะ Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร ๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More