ข้อความต้นฉบับในหน้า
เที่ยววัดกับ
ลั ก ข ณ า ศ ก น ะ สิ ง ห์
ความหมายว่า "ใหญ่ มากกว่านะ
แล้วคงเป็นภาษาเขมรด้วย) อ้อ! มีชื่อ
"วัดสุวรรณดาราราม” บอกอย่างเด่น
ชัดอีกครั้งหนึ่ง เหนือประตูโขงนั่นเอง
ทั้งทิศเหนือ อ้อมทิศตะวันตก มายังทิศ
ใต้ ฉันว่าต้องเป็นเจดีย์สมัยรัตนโกสินทร์
ตอนต้นแน่ ๆ เลย เบญจ์คงไม่สงสัย
นะว่าฉันรู้ได้ยังไง ก็เราเรียนมาด้วยกัน
ยังไงล่ะว่า เหนือองค์ระฆังและบัลลังก์
๑
B
ว่าเมื่อเป็นพระภิกษุมิได้ประทับที่วัดนี้เลย
ครั้นเมื่อเราเสียกรุง พ.ศ. ๒๓๑๐ วัดนี้
ถูกทำลาย เหลือแต่ซากปรักหักพังกลาย
เป็นวัดร้าง
เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอด
ฉันรีบเก็บภาพด้านหน้า ๒-๓ ภาพ
แล้วเดินตามน้ายุน้าน้อยลอดประตูเล็ก ๆ ขึ้นไป ถ้าเป็นบัวกลุ่มแทนปล้องไฉนละก็ต้อง ฟ้าฯ ทรงสร้างวังและกรุงเทพฯแล้ว อีก
ขนาดเดินสองคนได้สบาย ๆ น้ายุพิน เป็นเจดีย์สมัยรัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ทั้งสงคราม พอว่างจึงทรงชวนสมเด็จ
ให้ฉันดูลายปูนปั้นเหนือประตูที่ทำเป็น เพราะสมัยรัชกาลที่ ทรงหันมานิยม | กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระ
โค้งปลายแหลมอย่างปลายกลีบบัวหลวง ปล้องไฉนแบบอยุธยาอีก แต่ไม่แน่ใจว่า ราชอนุชาธิราชร่วมบูรณปฏิสังขรณ์วัด
ฉันเห็นรูปมหาพิชัยมงกุฎมีฉัตร ๒ ข้าง ทรงมะเฟืองนิยมมากสมัยรัชกาลที่ ๑ หรือที่
เธอคงเดาออกซินะเบญจ์ว่าเป็นตรา ๒ หรือที่
ประจำรัชกาลที่ น้ายุอธิบายว่า สามรัชสมัยนี้แหละ เป็นไงสรุปแจ๋วไหม
พระองค์ท่านทรงบูรณะแล้วโปรดให้สร้าง เบญจ์ก็คงส่ายหน้าอีกนั่นแหละ อย่างไร
กำแพงล้อมรอบเขตพุทธาวาส ฉะนั้น ก็ตามเธอหลับตาคงนึกแผนผังวัดออกนะ
๓
เอาเถอะยังไงก็ไม่พ้น
นี้ใหม่ทั้งหมด โดยระดมช่างฝีมือครั้ง
กรุงเก่าให้รวมกันออกแบบก่อสร้าง เมื่อ
แล้วเสร็จจึงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัด
สุวรรณดาราราม” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่
พระบรมชนกชนนี โดยนำพระนามต้น
"สุวรรณ” มาจากพระนามเดิม “ทอง”
ประตูที่ฉันเดินลอดเข้ามาก็เท่าเข้าเขต ลองดูซิ ลองอ่านอีกครั้ง แล้วหลับตา ของทั้งสองท่านมาผสมกันเป็นชื่อวัด
พุทธาวาสนั่นเอง มองไปเห็นพระอุโบสถ นึกภาพตามที่อ่าน อ๊ะ... อ๊ะ..... นานไป
อยู่ทางทิศใต้ และพระวิหารอยู่ทิศเหนือ หน่อยแล้วจะเบญจ์ เดี๋ยวอ่านจดหมาย
ต่างก็มีกำแพงแก้วเตี้ย ๆ ล้อมเป็น ฉันไม่จบ
อิสระของตนอีกขั้นหนึ่ง ตรงกลางเป็น
เอาอย่างนี้ดีกว่า ฉันจะเล่าประวัติ
หรือ "ทองดี” ของพระราชบิดา ส่วน
พระราชมารดาพระนามว่า “ดาวเรือง”
ท่านนำคำว่า “ดาว” มาแปลงเป็น "ดารา"
ถนนเล็ก ๆ กว้างเมตรเศษ ๆ ทอดมา ความเป็นมาของวัดตั้งแต่แรกสร้างเลย ไงล่ะ ส่วน "ราม” คำหลังสุดมาจาก
ตั้งแต่ประตูทิศตะวันออกที่ฉันเดินเข้า ตามที่น้ายุอธิบายนะ จะเรียงลำดับให้ "อาราม" นำมาผสมกันจึงเป็น "สุวรรณ
มาตรงไปยังประตูตะวันตก ซึ่งเป็นทาง ด้วยว่ารัชกาลใดทรงบูรณะหรือทรงสร้าง ดาราราม” ทรงสถาปนาขึ้นเป็นพระ
ออกไปสู่เขตสังฆาวาส หลังพระอุโบสถ อะไร เบญจ์จะได้ไม่งง ส่วนความ อารามหลวงชั้นเอง ชนิดราชวรวิหาร
มีเจดีย์ขนาดกลางองค์หนึ่ง คงเป็นที่ สวยงามค่อยพูดทีหลังนะจ๊ะ
ประดิษฐานอัฐิของอดีตเจ้าอาวาสกระมัง
๔
วัดนี้ เดิมชื่อ “วัดทอง” ตามชื่อ
และโปรดฯให้มีพระสงฆ์มาจำพรรษาตั้ง
แต่สร้างแล้วเสร็จเป็นต้นมา ก็ต้นรัชกาล
ไม่ทราบว่าใครสร้าง สร้างให้ใคร ลืม ผู้สร้าง คือสมเด็จพระปฐมบรมชนกนาถ แหละจ้ะ
ถามน้ายจ้ะ แต่ฉันดูรูปทรงแล้วต้องไม่ พระราชบิดาในรัชกาลที่ 9 ที่ชื่อ "ทองดี” จากนั้นพระมหากษัตริย์ในพระ
ใช่รัตนโกสินทร์ตอนต้นแน่นอน อาจสร้าง บางตำราว่าชื่อ “ทอง” เฉย ๆ ท่านสร้าง บรมราชวงศ์จักรีทุกพระองค์จนถึงองค์
สมัยรัชกาลที่ ๔ หรือหลังจากนั้นเป็น ขึ้นเมื่อครั้งยังรับราชการในแผ่นดินพระ ปัจจุบัน ก็ทรงบูรณปฏิสังขรณ์และเพิ่ม
ส่วนด้านหลังพระวิหารมีกำแพงแก้วล้อม เจ้าบรมโกศในตำแหน่ง “ขุนพินิจอักษร” | เติมเรื่อยมา นับว่าเป็นวัดที่สำคัญยิ่ง
หมู่พระเจดีย์ พระเจดีย์องค์ใหญ่ซึ่ง กล่าวกันว่าท่านตั้งใจสร้างใกล้บ้านโดยหวัง สำหรับพระบรมราชวงศ์จักรี น้ายจึงถือ
สร้างสมัยรัชกาลที่ ๔ อยู่กลาง มีเจดีย์ ว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ว่าวัดนี้เป็นวัดประจำราชวงศ์จักรีไงเล่าจ๊ะ”
ทรงมะเฟืองเรียงรายอยู่ ๑๐ องค์ ล้อม ผนวช จะได้ใช้เป็นที่จำพรรษา แต่ปรากฏ เบญจ์คงถึงบางอ้อเหมือนฉันนะ
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๕๕