ข้อความต้นฉบับในหน้า
นายเพิ่มพาอาตมาก้มศีรษะสอด | แล้วไปไหนกันหมดล่ะ?”
ชายคาเข้าไปนั่งบนพื้น ซึ่งทำด้วยไม้ไผ่
“พ่อเด็กเขาไปดูเขาชนไก่ ลูกชาย
สานขัดแตะ ขณะที่เจ้าของบ้านกำลัง ไปกับลูกสาวไปทำงาน ลูกเล็ก ๆ อีก ๒
ถามด้วยความสงสาร
"ไปธุระอะไรหรือลุง" อาตมา
"ให้มันไปติดต่อกับญาติแถว ๆ
ประตูน้ำเกี่ยวกับที่อยู่ที่กิน ผมตั้งใจว่า
“ที่ว่าไปทำงานน่ะ งานอะไร?” | เมื่อเจ้าของนาท่านชายที่นาให้สร้างโรงงาน
วุ่นวายจัดแจงบ้านช่อง บรรยากาศ
คนก็เล่นอยู่แถว ๆ นี้แหละค่ะ”
ภายในบ้านมืดสลัว บนฝาด้านหัวนอน
มีปฏิทินของห้างขายยาแขวนไว้ ๑ แผ่น
อาตมาถามด้วยความสนใจ
มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว และรูปภาพขนาดเล็ก | สาวไปทำงานขนดินกับรถขนดินเจ้าค่ะ”
แขวนอยู่หลายภาพ มุมห้องด้านตะวัน
“แล้วได้ค่าจ้างวันละสักเท่าไหร่?"
ออกมีม่านเก่า ๆ ราด ๆ กั้นไว้ เข้า
"วันละ ๑๐ บาท ๑๕ บาท
ก็จะอพยพเข้าไปอยู่กับญาติในกรุงเทพฯ
"ลูกชายไปทำงานก่อสร้าง ลูก ให้ลูก ๒ คนรับจ้างทำงานแบกหามไป
ใจว่าจะเป็นห้องนอนของลูกสาวหรือห้อง เท่านั้นแหละค่ะ”
เก็บของ ตามฝาด้านตะวันออกมีเสื้อผ้า
เก่า ๆ แขวนอยู่เป็นระยะ บนพื้นบ้าน | ไหม?”
เกะกะแสดงว่าเป็นครัว
"เป็นไงบ้าง พอจับจ่ายใช้สอย
ด้านใต้มีเตาไฟและถ้วยชาม หม้อไหวาง "ก็พออยู่กินไปวัน ๆ เจ้าค่ะ ถ้า
ไม่เป็นหนี้เป็นสินเขา ก็คงจะพอใช้
เจ้าของบ้านนำขันน้ำอะลูมิเนียม แต่นี่ไม่ยังงั้น ได้มาเท่าไรเอาไปใช้หนี้
เก่า ๆ บุบบิบใส่น้ำมาวางลงข้างหน้า เขาหมด ปีกลายนี้ข้าวไม่ดี ต้องไปกู้ยืม
อาตมานั่งพับเพียบลงข้าง ๆ แล้วกล่าวว่า เงินทองเถ้าแก่เล็งมาใช้ ค่ารถไถทีจ้าง
"ขอโทษด้วยนะเจ้าค่ะ บ้านช่อง
ไม่ค่อยเรียบร้อย”
"ไม่เป็นอะไรหรอกป้า” อาตมาตอบ
เขาไถนาก็ยังไม่ได้ให้เขา แต่ก็ยังดีที่มี
หลายแรงช่วยกันเจ้าค่ะ"
อาตมาจากบ้านที่หนึ่งไปด้วยจิตใจ
"ฉันไม่ใช่เจ้าหน้าที่มาตรวจบ้านป้าหรอก หดหูอย่างยิ่ง บ้านที่สองเราไปเยี่ยม มี
มาดูที่นาก็เลยแวะมาเยี่ยมเยียนเท่านั้นเอง ลักษณะแบบเดียวกับบ้านแรกต่างกันแต่
เพราะฉันได้รับที่นานี้เป็นมรดกจากคุณพ่อ เพียงใช้แผ่นสังกะสีที่ทำจากใบเก่าเป็น
ยังไม่เคยเห็น ว่าง ๆ ก็เลยให้นายเพิ่ม ฝาเรือน มีสุนัขพันธ์ไทยผอม ๆ
พามาดู”
ตัวหนึ่ง
ออกมาต้อนรับเราด้วยการเห่าอย่างไม่ค่อย
ชายแก่
"อ้อ อย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ เมื่อ เต็มใจนัก แล้วก็มีหญิงสาวคนหนึ่งใน
คุณพระท่านยังอยู่ ท่านเคยมาดูเสมอ | ชุดผ้าถุงสีดำเสื้อแขนยาวถึงข้อมือสีเดียวกัน
แหละค่ะ พูดถึงคุณพระ รู้สึกคิดถึงท่าน” ออกมาเชิญเราเข้าไปในบ้าน
หญิงเจ้าของบ้านพูดด้วยเสียงสั่นเครือ เจ้าของบ้านเปลื้องผ้าห่มออกจากตัว พยุง
พลางยกมือท่วมหัว “ท่านเป็นคนใจบุญ | กายลุกขึ้นต้อนรับเรา เมื่อนายเพิ่มแนะ
สุนทาน สงสารคนยากคนจน ชาวบ้าน นำให้รู้จักอาตมา ชายแก่ยกมือไหว้แล้ว
แถวนี้เคารพนับถือท่านเสมือนพ่อแหละค่ะ” กล่าวด้วยเสียงเครือว่า "ผมไม่สบาย
"ที่บ้านนี้มีด้วยกันกี่คนละป้า?” หลายวันแล้วเป็นไข้นอนซมอยู่กับบ้าน
ไปไหนไม่ได้ ร้อย ร้อย เอ๊ย เอาน้ำท่า
"มี 5 คนเจ้าค่ะ มีพ่อเด็กเขา มาต้อนรับคุณท่านเร็วเข้า” ชายแก่เรียก
ฉันเอง ลูกชายคนโต ลูกสาวคนหนึ่ง สั่งลูกสาวแล้วพูดต่อไป "ลูกชายเข้าไป
และลูกชายเล็ก ๆ อีก 6 คนเจ้าค่ะ”
ตั้งแต่วานนี้ ป่านนี้ยังไม่
"รู้สึกว่าเป็นครอบครัวที่ใหญ่พอดูนะ กลับเลย”
อาตมาถาม
กรุงเทพฯ
ตามเรื่อง คงจะพออยู่กินไปวัน ๆ”
"ลุงทราบมาจากไหนว่าเจ้าของนา
เขาจะขายนา?”
อาตมาถามด้วยความสงสัย
“เมื่อวันพระก่อน ผมไปวัด ได้ยิน
พวกชาวบ้านเขาพูดกัน เขาบอกว่าเมื่อ
สิ้นบุญคุณพระแล้วทายาทของท่านก็จะ
ขายที่ให้เขาสร้างโรงงาน ทุกคนต่างวิตก
กังวลกันทั้งนั้น เพราะไม่ทราบว่าจะไป
ทำมาหากินกันที่ไหน
อาตมาจากบ้านที่สองไปด้วยหัวใจ
หนักอึ้งเป็นสองเท่า
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๑๐๓