ข้อความต้นฉบับในหน้า
อ
าตมารู้สึกสลดใจต่อความ
โลภอันไม่รู้จักพอของมนุษย์
เพื่อที่จะบรรเทาความอึดอัด
ใจ จึงขับรถออกจากบ้าน
ตรงไปพบท่านอาจารย์ที่วัด
และเรียนให้ท่านทราบถึงท่าทีของพี่ชาย
ทั้งสองคน
ท่านอาจารย์หัวเราะอย่าง
อารมณ์เย็นแล้วกล่าวว่า "มนุษย์ปุถุชน
มันก็อย่างนี้ทั้งนั้นแหละโยมเอ๋ย คำว่า
"พอ" ย่อมไม่มีสำหรับเขา ยิ่งได้ยิ่งอยาก
ได้ ยิ่งมียิ่งอยากมี ยิ่งเป็นยิ่งอยากเป็น
เมื่อยังไม่ได้ไม่มี ก็คิดว่าถ้าได้อย่างนั้นมี
อย่างนี้ ฉันคงจะมีความสุข ครั้นได้และ
สมประสงค์แล้ว ก็รู้สึกว่ามีความสุขอยู่
ชั่วครู่เท่านั้น ประเดี๋ยวเดียวก็หมด
ความสุข แล้วก็คิดต่อไปว่า ถ้าฉันมี
อย่างโน้นได้อย่างโน้นคงจะมีความสุข
ครั้นได้สมประสงค์แล้ว ก็รู้สึกมีความสุข
อยู่ชั่วครู่หนึ่ง แล้วก็อยากได้อยากมียิ่ง ๆ
ขึ้นไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด คนทุกคนต้องการ
ความสุขกันทั้งนั้น แต่เมื่อได้ความสุขแล้ว
แทนที่จะจับมันไว้ กลับโยนมันไปข้างหน้า
แล้วก็วิ่งไล่ตาม เมื่อตามทันแล้ว แทนที่
จะจับมันไว้ กลับโยนไปข้างหน้าแล้วก็วิ่ง
ไล่ตามอีก เป็นอย่างนี้เรื่อยไปจนถึงวันตาย
มันก็เหมือนนักฟุตบอลวิ่งไปสุดฝีเท้า พอไป
ทันลูกบอลแทนที่จะจับมันไว้ กลับเตะ
มันไปข้างหน้าแล้วก็วิ่งตามไปสุดฝีเท้า
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงไม่มีใครมีความสุข
อย่างแท้จริง ไม่ว่าจนหรือรวยต่างก็วิ่งไล่
ตามความสุขกันอย่างสุดฝีเท้าทั้งสิ้น
"ถ้าอย่างนั้น ทำอย่างไรล่ะครับ
จึงจะมีความสุขอย่างแท้จริง?”
"ถ้าอยากมีความสุขอย่างแท้จริง
ต้องหยุดวิ่ง หยุดโยนความสุขไปข้างหน้า
จงพอใจในปัจจุบัน สุขในขณะนี้ สุข
เดี๋ยวนี้ ความสุขไม่ได้อยู่ที่สิ่งอื่น ไม่ได้
อยู่ที่อื่น ความสุขอยู่ที่ใจของเราเอง ใจ
ที่หยุดวิ่งตามสิ่งภายนอก หยุดหิว
ธรรมนิยาย
โดย ธรรมโฆษ
ธรรมธารา
๓๘. อย่าวิ่งไล่ความสุข
Lupoulcianko
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๑๐๙