ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทุ่มเททั้งกายและใจมานี้ เกิดจากแรงผลักดัน ๒ ประการ
เกิดจากสมัยที่อาตมายังเป็น
"ประการแรก
พระนักศึกษาที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อาตมา
เรียนช่วงบ่ายจนถึงทุ่มเศษ ๆ กว่าจะเดินทางกลับ
ถึงวัดก็ตก ๒-๓ ทุ่ม ขณะเดินเข้าวัดก็ผ่านมัสยิด
ของชาวอิสลามทุกวัน และได้เห็นเด็กของเขายังคง
เรียนวิชาทางศาสนาของเขาอยู่เลย แม้จะดึกมากแล้ว
แต่เด็กก็ยังเต็มมัสยิด จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมศาสนา
วัดบางไส้ไก่ขึ้นด้วย โดยการบริหารงานเด็ก ๆ เหล่านั้น
มีทั้งประธาน รองประธาน เลขานุการ ซึ่งเด็ก ๆ
ต่างก็ตื่นตัวกันมาก มีการตรากฎระเบียบการใช้
สนามเด็กเล่น พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์เด็ก ๆ ก็จะมา
ซึ่งน่ารักมาก
เพราะเห็นว่าเป็น
ปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดกัน
พอชาวบ้านมาเห็นต่างก็ชอบใจ
เรื่องแปลกใหม่ ที่พระมาช่วยเหลือสงเคราะห์เด็ก ๆ
ต่างก็เกิดศรัทธา พอวันหยุดก็จัดน้ำผลไม้ อาหาร
บ้างมาเลี้ยงเด็กกัน
"พอถึงปี ๒๕๒๗ วันที่ ๑ เดือนกรกฎาคม
อาตมาและเพื่อนพระภิกษุสามเณรได้ร่วมกับนักศึกษา
ชมรมอาสาพัฒนา วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
จัดตั้งกลุ่มแสงเทียนขึ้นจนถึงปัจจุบัน”
ของเขาจึงได้เข้มแข็งอย่างนี้ แต่พอมามองพุทธศาสนา
ของเรา ทำไมเราไม่มีกันเลย แม้กระทั่งวันพระหรือ
วันหยุด อาตมาจึงเกิดแรงบันดาลใจจะชักชวนเด็ก
เข้าวัดหลังเลิกเรียนทุก ๆ วันบ้าง”
- ประการที่สอง จากความรู้สึกของเด็กบ้านนอก
ของอาตมา ยากจนมากในหมู่บ้าน เกือบจะไม่มี "กิจกรรมที่ทำกันตอนนั้นคือ การสอนพิเศษ
โอกาสได้เรียนหนังสือ เมื่ออาตมาได้เห็นเด็ก ๆ มา และการอบรมศีลธรรม ซึ่งก็สอนกันข้างโบสถ์ พอ
เล่นอยู่ข้างโบสถ์ ซึ่งสมัยนั้นชาวบ้านได้ขอที่ดิน หน้าฝนก็เข้าไปสอนกันในโบสถ์ สอนตั้งแต่ ๕ โมง
จากทางวัดทำเป็นสนามเด็กเล่น เด็ก ๆ เหล่านั้นมี เย็นถึง ๒ ทุ่ม เด็กก็เพิ่มมากขึ้นทุกวัน บางคนก็อุ้ม
ทั้งเด็กเร่ร่อนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ และเด็กยากจน น้องมาเรียนด้วย เพราะที่บ้านพ่อแม่ยังไม่กลับจาก
ครอบครัวแตกแยก มาเล่นกันอย่างไม่มีระเบียบ ทำงาน เด็กมากจนล้นออกมานอกโบสถ์ บางคนก็
ทะเลาะเบาะแว้งกัน อาตมาจึงนึกถึงความลำบากของ วิ่งเล่นซุกซนรอบองค์พระประธานบ้าง ทำให้ดูไม่
ตนเองสมัยเด็ก ๆ และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับเด็กเหล่านี้
เพราะถ้าเด็กขาดการศึกษา
เหมาะสม อาตมาและนักศึกษาจึงปรึกษากัน มี
เมื่อโตขึ้นสังคมจะ ความเห็นตรงกันว่า ควรจะสร้างอาคารถาวรขึ้นมา
ต้องรับภาระหนัก ในขณะนี้เด็กก็เริ่มก่อปัญหาความ โดยใช้บริเวณสนามเด็กเล่น จากนั้นก็ปรับปรุงขยับขยาย
เดือดร้อนต่าง ๆ ให้แก่ชาวบ้านบ้างแล้ว เช่น ลักเล็ก เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน”
ขโมยน้อย ปัญหายาเสพติด เป็นต้น
- พระสงฆ์พร้อมด้วยหนุ่มสาวที่ดวงใจเต็มเปี่ยม
"เมื่ออาตมาเกิดความคิดเหล่านี้ จึงเริ่มให้การ ด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเด็กไทยผู้ยากไร้
ช่วยเหลือตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ เป็นต้นมา เริ่มจากปันส่วน
อาหารที่ได้จากบิณฑบาตแจกให้เด็ก ๆ
โดยพระทั้ง
วัดบางไส้ไก่ก็ร่วมมือให้ความช่วยเหลือด้วย เด็ก ๆ
ก็ดีใจ บ่อย ๆ เข้าเด็กก็เริ่มติดอาตมา อาตมาจึง
เริ่มนำเด็กเข้าโบสถ์ ฝึกสวดมนต์ ไหว้พระ และ
นั่งสมาธิทุก ๆ เช้าวันเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างนั่งสมาธิ
ซึ่งจะนั่งครั้งละนาน ๆ ก็จะเล่านิทานแทรกธรรมะให้
เด็กได้ฟัง และให้นำไปคิดพิจารณาด้วย พอถึงตอน
เที่ยง ๆ ก็จะนำอาหารจากบิณฑบาตมาเลี้ยง ฉะนั้น
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์เด็ก ๆ จึงมีสัญญาณร่วมกันที่
สนามเด็กเล่นนี้ และรออาตมา ซึ่งก็ทำมาคนเดียว
ตั้งแต่ปี ๒๕๒๔-๒๕๒๖
“ระหว่างนั้นอาตมาก็ตั้งชมรมสนามเด็กเล่น
เลขานุการ
กัลยาณมิตร ๑๗
Kalyanamitra.org