ข้อความต้นฉบับในหน้า
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
Last
ศรษฐศาสตร์เชิงพุท
ปาลูกถาธรรม
โดย หลวงพ่อทัตตชีโว
ตอนที่ ๒
วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในเชิงพุทธ
ถ้าไม่พอแล้วไม่จบ ฆราวาสธรรมทั้ง ๔
คุณผู้หญิงบางคนบอก ฉันจะกินเอาสวย
ประการนั้น ก็เป็นเรื่องที่ทำให้คนรู้จักพอ ด้วย ถ้าอย่างนี้มันไม่จบ เครื่องนุ่งห่ม
ทั้งนั้น
ถ้าไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย วิ่งตาม
เนื่องจากปูพื้นฐานมาพอสมควร แฟชั่นเรื่อยไปกี่ชุดก็ไม่พอ ที่อยู่อาศัยก็
คราวนี้ก็เข้าสู่ขอบเขตที่ ๒ ที่ แล้ว ทีนี้เราลองเอาพื้นฐานความรู้นั้น เช่นกัน ถ้ามีกันพออยู่อาศัยให้ชีวิตเป็น
กำหนดกันเอาไว้ว่า เป็นการวิเคราะห์ มาวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกันบ้าง ไปได้ ทรัพยากรในโลกนี้ก็เหลือพอ
เศรษฐกิจไทยในเชิงพุทธ ตอนที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับกันว่า ขณะนี้เศรษฐกิจของ แต่ว่าถ้ามีหลายบ้านทรัพยากรก็ไม่พออีก
แล้วเป็นหลักธรรมที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจใน ประเทศไทยในทางโลกดีเหลือเกิน เป็น เหมือนกัน ยารักษาโรค ถ้าเป็นยาเพื่อ
พุทธศาสนา ได้เอาหลักฐานต่าง ๆ มา ที่ยอมรับของทั้งโลก แต่ถ้ามองเศรษฐกิจ
ให้ดูแล้ว ซึ่งจากหลักฐานเราพบว่า ชีวิต ไทยในเชิงพุทธแล้ว ก็ต้องหยุดคิดกัน
คนเรานี้ไม่ใช่มีไว้เพื่อมาหาความสุขจาก สักหน่อยว่าดีจริงมั้ย
การกิน การนอน การทำการรวย การใช้
ทรัพย์กันอย่างฟุ่มเฟือย แต่ว่าชีวิตของ
ทุกคนมีไว้เพื่อสร้างความดี ส่วนเศรษฐ
ทรัพย์หรือทรัพยากรต่าง ๆ นั้น ความจริง
ไม่ได้มีอย่างมากมาย ทุกคนจึงควรใช้
เพียงเพื่อให้ชีวิตอยู่ได้ และทำความดีได้
พูดง่าย ๆ ทุกคนจะต้องรู้จักคำว่า "พอ"
50 กัลยา ณ มิตร
ภาวะถมไม่เต็มทางเศรษฐกิจ
รักษาโรคที่มันมีอยู่ในปัจจุบันนี้ โอเค.
จำเป็น แต่ว่าถ้าเป็นพวกยาบำรุง บางที
ก็ไม่จำเป็นจะต้องบำรุง แต่ถ้าบางคน
บอกฉันจะบำรุงให้สวยให้งามละก็ ไม่
จบเหมือนกัน บางคนเชื่อโฆษณา กินยา
ขนานนี้แล้วหน้าจะนวล ตีนกาไม่เกิด
จากเหตุการณ์บ้านเมืองที่เราเห็น เชื่อแฮะ แค่ไหนก็สู้ มีคนที่ยินดีที่จะไป
ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ ในข่าว ซื้อมากิน แบบนี้เท่าไหร่ ๆ ก็ไม่พอ
โทรทัศน์ เราพบว่า ถ้าพูดกันในเชิงพุทธ ลักษณะที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ เท่าที่
แล้วละก็ เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะที่ พบคือ มีคนอยู่ ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งมุ่ง
น่าวิตก มันกลับกับทางโลก อันนี้ก็เป็น หาความเอร็ดอร่อยจากการบริโภคใช้สอย
เรื่องธรรมดาคือ ถ้าที่ไหนเอาแต่คำนึง ปัจจัย ๔ กันอย่างไม่มีขอบเขต จนกระทั่ง
ถึงเศรษฐกิจในทางโลกคือ ให้มีการอยู่ สภาพความขาดแคลนในกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
ดีกินดี โดยไม่คำนึงคุณธรรมละก็ มัน เกิดขึ้น คือกลุ่มคนยากจน ความเหลือ
จะเกิดความรู้สึกที่เรียกว่าเท่าไหร่ ๆ ก็ เพื่อจนกระทั่งต้องโยนทิ้งในกลุ่มของคนรวย
ไม่พอ หรือที่เขาใช้สำนวนว่า ถมไม่เต็ม นี่เองที่เป็นปัญหา ทำให้เกิดการแบ่งคน
ความจริงปัจจัย ๔ ที่มีอยู่ ตั้ง ขึ้นมาโดยปริยาย คือกลุ่มเศรษฐีก็มี
แต่อย่างแรกอาหาร ถามว่า กินล้าง กลุ่มแรงงาน กลุ่มกรรมกรก็มี แล้วเดี๋ยวนี้
กินผลาญกันอย่างนั้น เท่าไหร่จึงจะพอ กลุ่มคนยากจนก็มีการยกพวกเรียกร้อง
สั่งมาเต็มโต๊ะกินไม่หมด คนกินมั่งแบ่ง ขอตั้งแต่ค่าแรง ค่าสวัสดิการโน่น ๆ นี่ ๆ
สุนัขกินมั่ง ถ้ากินกันประเภทนี้เรียกว่า ก็ว่ากันไป สหภาพแรงงานก็เริ่มออกโรง
กินเอาดัง ไม่ใช่กินเอาอิ่มเอาอร่อย แสดงบทบาท แล้วก็คงจะมีอะไรต่อ
Kalyanamitra.org