ข้อความต้นฉบับในหน้า
เที่ยววัดกับ
โดย ลักขณา ศกุนะสิงห์
ลักขณา ศกุนะสิงห์
เบญจ์ที่รักยิ่ง
๒๓ ตุลาคม ๒๕๓๓ | ทุกวันนี้
น้ายุก็แสนน่ารัก พอรู้ว่าฉันสนใจ
น้ายุดีใจมากที่น้าน้อยไปเยี่ยม ประวัติวัดก็เสนอทันที
น้ำลายหก เลยไม่เขียนดีกว่า
"ยายลักขณ์เขาสนใจเรื่องวัดวาอา
จดหมายเธอบอกว่า ถ้าฉันไปเที่ยว จัดข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงฉันเสียอิ่มแป้
ที่ไหนละก็ให้เที่ยวเผื่อและเขียนมาเล่าให้ เชียวละ ก็หม่ำเพื่อเธอด้วยนี่ แล้วอาหาร
ฟังบ้าง ฉันก็เลยอยากสนองความต้อง ก็แสนจะอร่อย ไม่อยากบรรยายให้เธอ
การของเธอ ด้วยการเล่าเรื่องไปเที่ยว
เมื่อเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง ฉันไปกับน้าน้อย
มาจ้ะ เธอลองทายซิเราไปไหนกัน บอก
ใบ้ให้ก็ได้ต่างจังหวัดนะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ
นัก พออ่านถึงตรงนี้เบญจ์ก็คงว่า "ยาย
ลักขณ์นี้เสี้ยวจัง ใครจะไปทายถูก จังหวัด
รอบกรุงเทพฯมีตั้งแยะ”
นั่นนะซิ! จ้างเธอก็ทายไม่ถูก
ฉันเฉลยเลยดีกว่า เราไปอยุธยาเมือง
เก่าของเราแต่ก่อน จิตใจอาวรณ์ มา
เล่าสู่กันฟัง นั่นแน่! เบญจ์เธอร้องตาม
เชียวนะ เอาละ พอ... พอแล้ว ไม่ต้อง
ร้องต่อ เดี๋ยวเธออ่านจดหมายฉันไม่จบ
เบญจ์อ่านต่อไปดีกว่าจะ
น้าน้อยชวนฉันไปเยี่ยมน้ายุ (ฉัน
หมายถึงน้ายุพินเพื่อนน้าน้อยที่มาบ้าน
ๆ
ราม ไหน ๆ ก็มาอยุธยาแล้วทั้งที่ คงอยาก
ประตูโบสถ์วัดสุวรรณดาราราม
เราบ่อย ๆ คุณแม่จิ๋ม แจ็คไงล่ะ เบญจ์
ก็คงจำได้นะ) ฉันกำลังเหงาแล้วก็เซ็งด้วย
เพราะขาดคู่หูคือเบญจ์นั่นแหละ เลยรีบ ได้รูปติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง” น้าน้อย
แต่งตัวคว้ากล้องถ่ายรูปคู่ชีพและสมุด พูดเป็นการเบิกทางให้ฉัน แล้วหันมา
บันทึกคู่ใจ ตามน้าน้อยมาขึ้นรถอย่าง ถามฉันว่า "ใช่ไหม ยายลักขณ์”
คนใจง่ายนิด ๆ
ฉันยิ้มรับตอบอย่างขอบคุณที่น้า
บ้านน้ายุอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา น้อยที่แสนดี รู้ใจหลานรักคนนี้เสมอ อ๊ะ....
คือเลยวงเวียนที่มีเจดีย์อยู่กลาง ส่วนโบสถ์ | อ๊ะ เบญจ์อย่าทำหน้าผะอืดผะอมแกม
วิหาร ศาลา การเปรียญ ไม่มีเหลือแล้ว อิจฉาฉันเลย เบญจ์น่ะตกกระป๋องไป
คงหักพังเป็นวัดร้าง ชาวบ้านจึงเกลี่ยพื้นที่ แล้วตั้งแต่เธอขี่กระป๋องเหล็ก
ปลูกบ้าน
เอ้ย!
"ถ้างั้นเราไปวัดสุวรรณดาราราม
ดีไหม เป็นวัดต้นราชวงศ์จักรีเชียวนะ
ใกล้แค่นี้เอง เดี๋ยวน้าพาไป
ฉันรีบพึมพำขอบพระคุณ แล้วคว้า
สมบัติทันที น้าทั้งสองเห็นฉันรีบลุก ก็
เลยลุกขึ้นเดินเคียงกันไปขึ้นรถ ฉันน่ะไป
วัดไหนก็ได้ ขอให้ได้ไปเถอะ ก็โธ่!
ทุกวัดนะมีประวัติน่าสนใจทั้งนั้น ไม่งั้น
เขาไม่สร้างหรอก จริงไหม ยิ่งน้ายุพูดว่า
เป็นวัดต้นราชวงศ์จักรี ฉันก็ยิ่งหูฝั่ง ตา
โตทันทีทั้ง ๆ ที่จริงนั้นฉันตาที่มากกว่า
ๆ
ลุงฉุยขับรถแล่นฉิวขึ้นสะพาน
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็น
สะพานใหม่เพิ่งสร้างเสร็จปีนี้เอง สร้างคู่
ขนานไปกับสะพานปรีดี-ธำรงค์สะพานเก่า
ข้ามแม่น้ำป่าสักเข้าสู่เมืองอยุธยา พอ
ถึงปลายสะพานก็เลี้ยวซ้ายแล้ววกขึ้นไป
คล้ายตัวยูภาษาอังกฤษ (U) เป็นถนน
เล็ก ๆ แคบ ๆ แล่นมาได้สัก ๕๐-๖๐
เมตร ก็ถึงทางแยกซ้ายขวา น้ายุให้ลุงฉุย
ตั้งเข็มระยะทางแล้วเลี้ยวขวา
"ถนนนี้ชื่อ ถนนอู่ทอง เป็น
ถนนรอบเกาะเมืองนะจ๊ะหนูลักขณ์ ยาว
ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร สร้างบนซาก
กำแพงเมืองไงล่ะ เดี๋ยวขากลับเราให้
ลุงฉุยขับรอบเมืองเก่าสักรอบ น้าเลยให้
ตั้งเข็มระยะทางให้หนูดู”
ลุงฉุยขับรถไปบนถนนที่ค่อนข้าง
แคบมากเมื่อเทียบกับถนนในกรุงเทพฯ
และตึกแถวอย่างที่เห็นอยู่ เครื่องบินเหินฟ้าเหนือกรุงเทพฯแล้วละจ้ะ ถนนในเมืองทองนิเวศน์ยังกว้างกว่า
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๕๓