การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในจีน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 11 หน้า 49
หน้าที่ 49 / 124

สรุปเนื้อหา

(ภาพซ้าย) พระพุทธ ศาสนาได้เผยแผ่เข้าสู่เมือง จีน โดยทูตของจักรพรรดิ องค์หนึ่งแห่งราชวงศ์ฮั่น ให้เดินทางสู่อินเดีย ในราว ค.ศ.๖๔ คณะทูตได้กลับมา พร้อมด้วยพระอาจารย์ชาว อินเดีย ๒ รูป ม้าขาว ๑ ตัว พระพุทธรูป ๑ องค์ และคัมภีร์พระสูตร ๔๒ และนี่คือชนิดของอาซาที่บรรดาผู้ปกครองบ้านเมือง เปลี่ยนแปรไปด้วย ในบางครั้งเวลาที่หิมะบนเทือก ในครั้งกระโน้นใฝ่ฝันหา ฉีเหลียนซานละลาย สายน้ำก็พ้นฝั่งเปลี่ยนแปร ทัพม้าของชาวเชียงหนูนี้ขับควบได้ประเสริฐ รูปของฉนวนเหอซีไปโดยสิ้นเชิง โอเอซิสและ เลิศล้ำจนชาวจีนเรียกมันว่า ซีเทียนหม่า ม้า ป้อมปราการหลายแห่งได้สาบสูญไป เพราะการ สวรรค์ตะวันตก เมื่อกาลเวลาล่วงไป ๆ บรรดา เปลี่ยนแปลงของสายน้ำ จักรพรรดิของจีนได้ส่งคนเชิญพระราชสาส์นไปทาง ปราสาทเลอะตู ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำจาง ตะว

หัวข้อประเด็น

- การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในจีน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

(ภาพซ้าย) พระพุทธ ศาสนาได้เผยแผ่เข้าสู่เมือง จีน โดยทูตของจักรพรรดิ องค์หนึ่งแห่งราชวงศ์ฮั่น ให้เดินทางสู่อินเดีย ในราว ค.ศ.๖๔ คณะทูตได้กลับมา พร้อมด้วยพระอาจารย์ชาว อินเดีย ๒ รูป ม้าขาว ๑ ตัว พระพุทธรูป ๑ องค์ และคัมภีร์พระสูตร ๔๒ และนี่คือชนิดของอาซาที่บรรดาผู้ปกครองบ้านเมือง เปลี่ยนแปรไปด้วย ในบางครั้งเวลาที่หิมะบนเทือก ในครั้งกระโน้นใฝ่ฝันหา ฉีเหลียนซานละลาย สายน้ำก็พ้นฝั่งเปลี่ยนแปร ทัพม้าของชาวเชียงหนูนี้ขับควบได้ประเสริฐ รูปของฉนวนเหอซีไปโดยสิ้นเชิง โอเอซิสและ เลิศล้ำจนชาวจีนเรียกมันว่า ซีเทียนหม่า ม้า ป้อมปราการหลายแห่งได้สาบสูญไป เพราะการ สวรรค์ตะวันตก เมื่อกาลเวลาล่วงไป ๆ บรรดา เปลี่ยนแปลงของสายน้ำ จักรพรรดิของจีนได้ส่งคนเชิญพระราชสาส์นไปทาง ปราสาทเลอะตู ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำจาง ตะวันตกเพื่อเสาะแสวงหาม้าเหล่านี้ แล้วส่งม้วน สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่น เมื่อประมาณ ๒,๐๐๐ ผ้าไหมไปเพื่อเป็นการชำระค่าม้า เพราะในครั้ง ปีมาแล้ว ไม่มีผู้ใดทราบว่าใครเป็นคนสร้าง และ กระโน้น ผ้าไหมจัดว่าเป็นเงินตราชนิดหนึ่งในเมืองจีน ถูกทำลายไปเมื่อใด บางคนก็ว่าพังไปเพราะน้ำ ทุกวันนี้ กองทัพบกจีนยังคงเอาม้ามาจาก ท่วมใหญ่ และบ้างก็ว่าถูกเจงกิสข่านกษัตริย์ ทุ่งหญ้าซานตั้งในเทือกเขาฉีเหลี่ยนซานอยู่ บรรดา มองโกลเข้ามาครอบครองในประเทศจีนโบราณ ม้าที่เป็นเชื้อสายถ่ายทอดลงมาจากม้าสวรรค์พันธุ์ ปราสาทนี้มิใช่เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างทางทหารอย่าง โบราณนั้น ยังเพาะเลี้ยงกันอยู่ที่นี่ และทุ่งเลี้ยง เดียว ยังเป็นที่พักพิงสำหรับคนทั้งเมืองด้วย ทั้ง เหล่านี้มีประวัติอันต่อเนื่องมาเนิ่นนานถึง ๑,๓๐๐ ทหาร พ่อค้าวานิช และช่างฝีมือ ต่างก็อาศัยอยู่ ตอนที่จัดตั้งทุ่งเลี้ยงดังกล่าวขึ้นในระหว่าง รวมกันข้างในกำแพง ทุกวันนี้ที่หน้าพระลานเต็ม ราชวงศ์สุยในศตวรรษที่ 5 มีฝูงม้าที่เลี้ยงอยู่ใน ไปด้วยกระเบื้องแตกหัก และเศษชิ้นส่วนของ บริเวณนี้ถึง ๑ แสนตัว ปัจจุบันนี้ม้าสมัยใหม่ได้ เครื่องดินเผา มีหลายชิ้นที่พอจำแนกออกได้ ชิ้น ผสมพันธุ์กับม้าแกลบพันธุ์มองโกเลียที่แคระกว่า ที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุนับเนื่องมาแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นเมื่อ แต่บึกบึน และผสมกับม้าคาซักตัวโต ขณะนี้มี ๒,๐๐๐ ปีก่อน แม้แต่ชิ้นที่ว่าใหม่ที่สุดก็ยังมีอายุถึง ฝูงม้าฝูงใหญ่อยู่ที่ทุ่งหญ้าชานยังประมาณ ๒ แสนตัว ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว ปี แม่น้ำที่ไหลผ่านทะเลทรายโกบีนั้นไหลกัน เมืองจางอี้ ล้อมรอบอยู่ด้วยไร่นาอันอุดม เป็นหลายแควที่แลเสมือนเส้นด้ายที่พันก่ายกันยุ่ง จัดว่าเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในอาณาบริเวณทั้งสิ้นของ เหยิง และมักจะเปลี่ยนเส้นทางอยู่เสมอ แม่น้ำจางอี้ ฉนวนเหอซี และเป็นที่มั่นใหญ่อันดับ ๒ ของทั้ง เป็นแม่น้ำสายหนึ่ง ที่มีต้นกำเนิดอยู่ในทุ่งหิมะ ๔ แห่ง เมืองนี้เป็นศูนย์การค้าแลกเปลี่ยนสินค้า ถาวรของเทือกเขาเหลียนซาน บางทีก็เรียกกัน ที่ใหญ่แห่งหนึ่งสำหรับสินค้าที่มาจากตะวันตกและ ว่า น้ำเปื่อย หรือ เยอะสุ่ย หรือสายน้ำดำเฮอะสุ่ย ตะวันออก ในสมัยราชวงศ์ต่าง ๆ ของจีน ในยามที่สายน้ำเปลี่ยนเส้นทาง ทะเลทรายก็ เจ้าหน้าที่ถูกส่งมาจากเมืองหลวงเพื่อควบคุมตลาด กัลยาณมิตร ๔๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More