ข้อความต้นฉบับในหน้า
การ
เด็ก ๆ ยังคงร่าเริงตามประสา
ก่อนเดินทางกลับบ้านในชุมชนแออัด
หลังโรงเรียนศึกษานารี ด้วยรถรับ-ส่งเก่า ๆ
คันเดียวที่มีผู้บริจาคแก่กลุ่ม
ในสังคม ซึ่งได้ยึดถือตามหลักคำสอนของพระพุทธ ประกอบการออกไปเทศน์สอนอบรมนักเรียนตามโรง
ศาสนาเป็นแนวคิดและแนวปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับ
เรียนต่าง ๆ โดยส่วนหนึ่งเป็นการบรรยายธรรม และ
อีกส่วนหนึ่งเป็นการแสดงดนตรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ
การพัฒนาสังคม โดยมีอุดมการณ์ที่ว่า จะนำเสนอ
ปัญหาเด็กและเยาวชนที่ยากไร้และขาดโอกาสทางสังคม โครงการคีตธรรมะสัญจร ปัจจุบันได้ผลิตเทปเพลง
และนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ ธรรมะสร้างสรรค์ออกมา ๒ ชุดแล้วคือ ชุด "ดอกไม้
เพื่อแก้ปัญหาสังคม
คุณธรรม” และที่เพิ่งออกใหม่คือ "แสงเทียนส่อง
เมื่อกลุ่มเป็นรูปเป็นร่างมีทีมที่เข้มแข็งมากขึ้น สัจธรรม” สำหรับโครงการนี้ยังรวมไปถึงการผลิตสื่อ
จึงเริ่มร่างโครงการต่าง ๆ ออกมา โดยเริ่มจาก โครงการ
อบรมศีลธรรมและสอนเสริมพิเศษตอนเย็น พระมหา
สอนศีลธรรมต่าง ๆ ที่ทันสมัย เช่น สไลด์สื่อธรรมะ
สื่อประกอบการเล่านิทานธรรมะ เป็นต้น”
สมัยเล่าว่า "โครงการนี้เป็นโครงการหลักของกลุ่ม นอกจากนั้นยังมี “โครงการทุนการศึกษาต่อเนื่อง
เพราะเราทำตามอุดมการณ์ของกลุ่มที่จะนำหลักธรรม สำหรับเด็กเยาวชนในชุมชนแออัด” ให้กับเด็กที่มี
ในพระพุทธศาสนามาช่วยแก้ไขปัญหาสังคม ดังนั้น อายุระหว่าง ๑๔-๑๕ ปี จบการศึกษา ป.๖ แล้ว
โครงการนี้จึงถือเป็นแม่บทที่สำคัญ ซึ่งเราจะเน้นให้ แต่ไม่ได้เรียนต่อเพราะครอบครัวยากจน โครงการนี้
เด็กได้รู้จักการสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ และ จะสนับสนุนให้เด็กได้เรียนในระดับที่สูงยิ่งขึ้นไป เช่น
อบรมศีลธรรม”
สารพัดช่าง ศึกษาผู้ใหญ่ เมื่อจบแล้วเด็กเหล่านี้จะ
เป็นกำลังสำคัญของชุมชน และจะมีส่วนช่วยงาน
ทางกลุ่มได้มาก เพราะจะพยายามถ่ายทอดความคิด
อุดมการณ์ของกลุ่ม และช่วงเวลาว่างจากการเรียนก็
จะให้มาช่วยงานของกลุ่มด้วย
"พอทำกันไปได้สักพักก็พบปัญหาใหม่ ๆ ของ
เด็กอีกหลายรูปแบบ ซึ่งโครงการแรกไม่สามารถจะ
รองรับปัญหาได้ทั้งหมด จึงเกิดโครงการที่สองคือ
โครงการ "เด็กอ่อนก่อนสาย” ที่จะช่วยป้องกัน
ปัญหาให้แก่เด็กอายุระหว่าง ๓-๕ ปี ก่อนที่จะสาย โครงการที่สำคัญอีกโครงการหนึ่งคือ "โครงการ
เกินแก้ โดยการปูพื้นฐานทางธรรมะ ให้เขามีพื้นฐาน พระธรรมนำชีวิตและอาหารกลางวันเด็กยากจนใน
ของจิตใจที่ดีงามและเข้มแข็ง เพราะต่อไปเมื่อเขา ชุมชนแออัด” "เราจะจัดอาสาสมัครของเราออกไป
เติบโตขึ้น เขาจะต้องประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย สำรวจว่า บ้านไหนยากจนมาก ๆ มีเด็กที่ขาดสาร
จากสิ่งแวดล้อมรอบข้างอย่างแน่นอน แต่ถ้าเขามี อาหารอยู่ ก็จะขอตัวเด็กมา เรามีให้ทั้งอาหาร
พื้นฐานที่ดีแล้ว ก็เชื่อแน่ว่าจะสามารถต่อสู้กับปัญหา การศึกษา และธรรมะ อีกทั้งยังให้ความรู้ด้านอาหาร
ต่าง ๆ ได้”
ตามหลักโภชนาการแก่ชุมชนด้วย”
"ช่วงเดียวกันนั้น เด็กรุ่นกลางของเราหลายคน
"ในปี ๒๕๓๑ อาตมาได้รับนิมนต์ไปอบรม
มีความสามารถร้องเพลงและนักศึกษาอาสาสมัครก็มี ศีลธรรมในชนบท ก็ได้พบเห็นสภาพเด็กในชนบท
ความถนัดด้านดนตรี จึงตั้งวงดนตรีชื่อ “วงกลุ่ม น่าสงสารมาก ขาดแคลนทั้งเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่
แสงเทียน” โดยเน้นการขับร้องเพลงธรรมะ เพื่อใช้ สำคัญขาดแหล่งความรู้คือหนังสือ อาตมาจึงคิดว่า
๑๘ กัลยา ณ มิตร
Kalyanamitra.org