ข้อความต้นฉบับในหน้า
๔. ค.ศ.๑๙๗๙ ค.ศ.๑๙๘๙
เมื่อรัฐบาลเฮงสัมรินของเวียดนาม ๕ รูป
อนาคตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร
ห้ามประชาชนทั่วไปทำบุญ
เข้ายึดครองเขมร ก็ได้มีการฟื้นฟูพระ
พุทธศาสนาเพื่อเหตุผลทางการเมือง เช่น ทอดกฐิน หรือเดินในพิธีขบวนแห่ดอกไม้
มีการออกกฎข้อบังคับเข้มงวด และตั้ง รวมทั้งพิธีกรรมอื่น ๆ ทางศาสนา และ
หน่วยงานขึ้นควบคุมดูแลวัด เรียกว่า การทำบุญแต่ละครั้ง จะต้องเป็นการทำ
หน่วยควบคุมศาสนา (Religious Direc ในแง่ธุรกิจเพื่อหาผลกำไรแบ่งกันภายในวัด
tion Office หรือ RDO) ซึ่งจะ ส่วนน้อยเพื่อวัด ๑ ส่วน ส่วนใหญ่เพื่อ
ออกกฎระเบียบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ประโยชน์ตน ๑ ส่วน
ผู้ที่จะบวชเป็นพระ ห้ามมี
๑.
อายุต่ำกว่า ๕๐ ปี
๒. พระต้องศึกษาอุดมการณ์คอม
มิวนิสต์ และเมื่อมีการแสดงธรรมเทศนา
พระต้องเผยแพร่อุดมการณ์ดังกล่าวด้วย
๓. วัดต้องจ่ายภาษีให้แก่หน่วยควบ
คุมศาสนา หลังจากกระทำพิธีทางศาสนา
เสร็จในแต่ละครั้ง
๔. พระต้องเสียภาษีรายเดือน ๑๐
เรียลต่อรูป
๕. วัดต้องเสียภาษีรายเดือน ๑๐๐
เรียลต่อวัด
5. กล่องรับบริจาคภายในวัด เป็น
เงินกองทุนของหน่วยควบคุมศาสนาทุก
เดือน
วันที่
๓ สิงหาคม ค.ศ.๑๙๙๙
เมอเรย์ ฮีเบิร์ต รายงานใน Far Eastern
Economic Review ว่า วิทยุพนม-
เปญมีการถ่ายทอดเสียงสวดมนต์ของ
พุทธศาสนิกชน และรัฐบาลพนมเปญได้
ยกเลิกกฎข้อบังคับต่าง ๆ เช่น การ
เก็บภาษีเจดีย์ และกฎห้ามชายอายุต่ำกว่า
๕๕ ปีบวช เป็นต้น เขมรมีเจดีย์ ๒,๕๐๐
แห่ง
พระ
๔,๐๐๐ รูป ผู้ใดที่มี
ความประสงค์จะบวช จะต้องได้รับ
มวลชน ที่มีชื่อเรียกว่า แนวหน้าร่วม
แห่งชาติ เพื่อการก่อสร้างและการป้องกัน
(National United Front for Con-
struction and Defense) และพระ
ผู้นำของเขมรอย่างเช่น พระภิกษุเต็ปวง
กลับรับตำแหน่งสมาชิกสภาแห่งชาติทั้ง
ทั้ง ๆ
ที่พระวินัยห้ามพระสงฆ์เกี่ยวข้องกับการ
เมืองไม่ว่าประการใด ๆ ทั้งสิ้น
ต่อมา ในวันที่ 5 ธันวาคม
ค.ศ.๑๙๙๙ พระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ พระ
ภิกษุอินทร์อายุ ๒๕ ปี ได้หลบหนี
จากวัดสเดย์ โบมุม หมู่บ้านสเร กากอย
ตำบลทั้งเมียะ จังหวัดกัมปงจาม เข้ามา
ในเขตปลดปล่อยของเขมรเสรี (KPNLF)
เปิดเผยว่าวัดแต่ละวัดในจังหวัดกัมปงจาม
จะมีพระภิกษุได้ไม่เกิน ๕ รูป ผู้ที่บวช
เป็นพระ จะต้องจ่ายเงินจำนวน ๑,๐๐๐
เรียล (๔๔ บาท) และข้าวสาร ๕๒
กิโลกรัมทุกเดือน พระรูปหนึ่ง ๆ จะ
บวชได้ภายในเวลา ๓ ปีเท่านั้น แล้ว
จะต้องรับราชการเป็นทหารเป็นเวลา
ปี ต่อจากนั้นก็จะได้รับอนุญาตให้บวชใหม่
และจะต้องจ่ายเงินอีกครั้งหนึ่ง เดือนละ
๓๐๐ เรียล
๕. พระพุทธศาสนาในเขมร อัน
ที่จริงแล้วอยู่ที่ค่ายผู้อพยพของกองกำลัง
ที่มิใช่คอมมิวนิสต์ ซึ่งเรียงรายอยู่ตาม
ชายแดน เช่น ไซต์ ๒ ของเขมรเสรี ที่
มีซอน ซานน์ เป็นผู้นำ หรือไซต์ปี ของ
เจ้าชายนโรดม สีหนุ ตามค่ายดังกล่าว
ความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเสีย ประชาชนสามารถบวชได้โดยไม่เลือกวัย
ก่อน วัดอุณาโลม ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลาง
การฝึกอบรมพระภิกษุสงฆ์นั้น ถูกรัฐบาล
การปกครองตามลำดับชั้นของ
สั่งปิด
คณะสงฆ์ ต้องตกอยู่ในความดูแลของ
๗. วัดหนึ่ง ๆ จะมีพระได้ไม่เกิน "รัฐบาลกัมพูชา” ซึ่งเป็นองค์การของ
และสถานภาพทางสังคม ทั้งไม่มีกฎข้อ
บังคับว่า ใครจะต้องนับถือศาสนาใด
ยกเว้นอุดมการณ์ของขบวนการที่ทุกคน
จะต้องยึดถือเป็นหลัก เพราะทุกคนกำลัง
อยู่ในค่ายผู้อพยพร่วมกัน
กัลยาณมิตร PA