ข้อความต้นฉบับในหน้า
เราต้องช่วยเด็กเหล่านี้บ้างแล้ว จึงเริ่ม "โครงการ
ความรู้สู่เด็กชนบท” เป็นโครงการที่ 5 ของกลุ่ม
โดยจะรวบรวมหนังสือ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มและอื่น ๆ
จากผู้มีจิตศรัทธาจากกรุงเทพฯนำไปแจกจ่ายแก่เด็ก ๆ
กิจกรรมนี้จะทำปีละ ๒ ครั้ง ในจังหวัดและหมู่บ้าน
ที่ประสบปัญหาขาดแคลนจริง ๆ”
คอยให้การอบรมศีลธรรม”
พระมหาสมัยกล่าวถึงความสำคัญของโครง
การนี้ แต่ขณะนี้ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะ
ขาดกองทุนสนับสนุน "ปัจจุบันขาดปัจจัยสำหรับซื้อ
ที่ดิน ๒๐ ตารางวา มูลค่า ๒.๕ แสนบาท แม้จะ
เป็นพื้นที่เล็ก ๆ แต่ถ้าเราได้มาจะช่วยแก้ปัญหาของ
"การออกค่ายสู่ชนบทนี้ จะแตกต่างจากการ ชุมชนได้มากทีเดียว เพราะนอกจากจะเป็น "บ้านเด็ก
ออกค่ายทั่ว ๆ ไป ที่เราจะเน้นการให้การศึกษา หรรษา” แล้ว ยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนในการ
ความรู้ทางศีลธรรมมากกว่าการสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ ช่วยเหลือชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าเราไม่รีบหา
และทุกครั้งจะออกไปให้ความรู้อย่างครบวงจรคือ บ้าน เงินมาซื้อ คิดว่าเจ้าของที่จะขายให้กับอู่ซ่อมสีรถ
วัด และโรงเรียน อีกทั้งสร้างแนวความคิดที่จะให้ ถ้าเป็นเช่นนั้น ชุมชนนี้คงจะประสบปัญหามลพิษ
ประชาชนในเมืองได้เห็นความสำคัญของเด็กในชนบท เพิ่มมาอีกอย่างหนึ่งแน่
ด้วย”
"ส่วนโครงการสุดท้ายที่ได้คิดกันไว้ แต่ยัง ประสานพระและนักศึกษา
ขาดทุนทรัพย์สำหรับการดำเนินการคือ
“โครงการ -
บ้านเด็กหรรษา” คล้ายกับบ้านพักฉุกเฉิน หรือ
ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โดยจะรับเด็กที่ประสบปัญหา
ต่าง ๆ เช่น เด็กเร่ร่อน พ่อแม่หย่าร้าง ครอบครัว
แตกแยก เป็นต้น มาพักชั่วคราว ณ บ้านนี้ และ
การทำงานของกลุ่มแสงเทียนนับได้ว่าเป็นการ
ร่วมมือในการทำงานระหว่างพระภิกษุสามเณร และ
นักศึกษาได้เป็นอย่างดี ผลที่ตามมาก็คือ การปลูก
ฝังคุณธรรมให้เจริญงอกงามในดวงใจน้อย ๆ ของ
เด็ก ๆ และนักศึกษายังมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม
จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำ ตลอดจนมีพระภิกษุ เป็นผลทำให้ซึมซาบเอารสพระธรรมเข้าไปสู่ในใจ
กัลยาณมิตร ๑๙
Kalyanamitra.org