ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปูชนียภิกขุ
"พระหนุ่มนักพัฒนากลางกรุง
โดย ป.พ.มหาพรหม
เด็กคืออนาคตของชาติ” คำกล่าวนี้เรามักจะ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ตั้งหลักปักฐานอยู่ในแถบนี้
ได้ยินได้ฟังกันอยู่เสมอ เพื่อเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึง มีพี่น้องชาวลาวสองคนชื่อ อินทเสน และ นนทเสน
ความสำคัญของเด็กและเยาวชน แต่ปัจจุบันปัญหา
ของเด็กและเยาวชนอีกนานัปการที่มิได้รับการแก้ไขหรือ
ช่วยเหลืออย่างจริงจัง อาทิ ปัญหาเด็กเร่ร่อน พิการ |
กำพร้า เสพสิ่งเสพติด และอบายมุข เป็นต้น
ปัญหาเหล่านี้เรามักได้พบเห็นอยู่เสมอ บ่อเกิด
กว่า ๔๐๐ ชุมชน
เป็นหัวหน้า ทั้งสองได้นำทองคำมาจากประเทศลาวด้วย
คนพี่ต้องการนำทองคำมาสร้างวัด ส่วนคนน้องต้อง
การนำไปเป็นทุนค้าขาย จึงตกลงแบ่งกันเป็นสองส่วน
คนที่ได้นำทองคำมาสร้างวัดนี้ และตั้งชื่อว่า “วัดลาว”
มีพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในอุโบสถชื่อว่า "หลวงพ่อ
๓ ไร่
ที่สำคัญคือ แหล่งชุมชนแออัดหรือที่เรียกกันว่า "สลัม ศรีเวียง" ต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัด
ซึ่งทั่วกรุงเทพฯมีแหล่งชุมชนแออัดดังกล่าวกระจายอยู่ ราษฎร์ศรัทธาธรรม แต่ประชาชนไม่นิยมเรียกกัน
จึงเปลี่ยนมาเป็น "วัดบางไส้ไก่" ซึ่งมีความหมายว่า
แต่ถึงกระนั้นนับว่ายังโชคดี ที่ยังมีกลุ่มบุคคล วัดที่มีคลองเต็มไปด้วยไส้ไก่ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ริมคลองนั้น
ผู้เสียสละ และองค์กรที่ทำงานเพื่อการพัฒนาและให้ เป็นผู้มีอาชีพชำแหละไก่เพื่อส่งขายตลาด ส่วนไส้ไก่
ความช่วยเหลือเด็กที่ประสบปัญหาในชุมชนแออัด ก็จะทิ้งลงคลองจนเน่าเหม็น จึงเรียกคลองที่ติดวัด
มากขึ้นกว่าแต่ก่อน อาทิ มูลนิธิดวงประทีป มูลนิธิ | นี้ว่า "คลองบางไส้ไก่"
สร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิเด็ก มูลนิธิทานตะวัน กลุ่ม วัดบางไส้ไก่ เป็นวัดเล็ก ๆ เนื้อที่
เนื้อที่เพียง
แสงเทียน เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรของเอกชน กว่าเท่านั้น มีโบสถ์ ศาลาการเปรียญ และกุฏิพระอีก
เสียเกือบทั้งสิ้น
* หลัง มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาอยู่กว่า ๓๐ รูป
กลุ่มคณะทำงานด้านนี้ กลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีจุด ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก
เด่นที่แตกต่างจากกลุ่มหรือองค์กรอื่น ๆ คือ "กลุ่ม
แสงเทียน” โดยมีพระภิกษุหนุ่มเป็นผู้นำ นามและ
ฉายาว่า “พระมหาสมัย จินตโฆสโก” โดยทำงาน
ร่วมกับพระภิกษุสามเณรจากวัดต่าง ๆ และคนหนุ่มสาว
นิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ผู้มีอุดมการณ์
เดียวกันคือ เพื่อช่วยเหลือเด็กในชุมชนแออัด
อดีตบรรพบุรุษของชาวบ้านมีเชื้อสายจากลาว เวียง
จันทร์ จึงเรียกว่า "พระลาว” และชาวบ้านที่อาศัย
อยู่ในชุมชนนั้นก็เรียกกันว่า “หมู่บ้านลาว”
เนื่องจากประชาชนมีเชื้อสายลาว จึงมีอาชีพ
และประเพณีแบบคนลาว คือบุญบ้องไฟ บุญข้าวจี่
มีการทําพิณ แคน และขลุ่ย ขายกันเป็นอาชีพ
ถ้าหากมีโอกาสแวะไปฝั่งธนบุรี แถวสี่แยก โดยเฉพาะขลุ่ยนับว่าเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของ
บ้านแขกหรือเจริญพาศน์ ถนนอิสรภาพ เลี้ยวเข้าไป ประเทศไทยคือ "ขลุ่ยบ้านลาว”
ในซอยวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จะพบวัด สมัยก่อนพื้นที่รอบ 1 วัดยังคนเป็นป่า และ
อยู่สองวัดคือ วัดประดิษฐาราม (วัดมอญ) และวัด | สวนอยู่มาก แต่ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงไปจนกลาย
บางไส้ไก่ (วัดลาว) ซึ่งเป็นที่ตั้งของกลุ่มแสงเทียนนี้ เป็นชุมชนแออัดไปในที่สุด โดยมีประชาชนผู้ยากจน
วัดทั้งสองถือว่าเป็นวัดพี่วัดน้องของประชาชนแถบนั้น ทุกสาขาอาชีพอาศัยอยู่ และมุมหนึ่งของวัดบางไส้ไก่
วัดบางไส้ไก่หรือที่เรียกกันว่า “วัดลาว” ในอดีต บนพื้นที่เพียง 50 ตารางวา ก็ถูกใช้เป็นสถานที่จัด
เป็นวัดของชาวลาวที่อพยพมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่
สงเคราะห์อาหาร
และให้การศึกษาแก่เด็กยากจน
Kalyanamitra.org
กั ล ย า ณ ม ต ร ๑๕